แทยอน Girls’ Generation เปิดใจเกี่ยวกับรอยสักของเธอใน Begin Again

แทยอน Girls’ Generation เปิดใจเกี่ยวกับรอยสักของเธอ

ในรายการวาไรตี้ Lee Juk, Taeyeon, Paul Kim, Kim Hyun Woo และ Jukjae กำลังจะไปงานอีเว้นท์และ Lee Juk ถามเกี่ยวกับรอยสักที่คอของแทยอนว่า “มันเขียนว่าอะไร?”

แทยอนตอบว่า “มันบอกวัตถุประสงค์ มันหมายถึงทิศทาง ฉันไม่อยากใช้ชีวิตเหมือนไม่มีความหมาย”

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Happy Unni ร้านค้าแฟชั่น

แทยอนเปิดใจเกี่ยวกับอาชีพเดี่ยวเมื่อเทียบกับงานของ Girls’ Generation

แทยอน Girls’ Generation พูดถึงอาชีพทางดนตรีและเผยว่าทำไมเธอถึงตัดสินใจเข้าร่วม “Begin Again 3” ของ JTBC

“Begin Again” เป็นรายการเรียลลิตี้ที่ตามติดศิลปินเกาหลีเดินทางไปต่างประเทศเพื่อแสดงสดบนถนนให้คนต่างชาติได้ชม ซึ่งซีซั่น 3 มีสมาชิกคือแทยอน Girls’ Generation, คิมฮยอนอู Dickpunk, นักกีตาร์จอกแจ และนักร้อง Lee Juck กับ Paul Kim

ในวันที่ 30 สิงหาคม 2019 ระหว่างออกอากาศแทยอนกล่าวในสัมภาษณ์ว่า “เอาจริงๆเพลงของ Girls’ Generation ไม่ใช่สิ่งที่ฉันทำ ฉันทำด้านใหม่ๆด้วยตัวเองผ่านการวางคอนเซ็ปต์ ฉันเริ่มยืนด้วยตัวเองในฐานะนักดนตรีเมื่อฉันปล่อยอัลบั้มเดี่ยวในปี 2015”

เธอกล่าวต่อ “ตอนนี้ฉันกำลังทำดนตรีอย่างมีความสุขและเป็นธรรมชาติในขณะที่รายล้อมไปด้วยดนตรีอะคูสติกส์และทีมงานที่ยอดเยี่ยม ฉันคิดว่า Begin Again 3 จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับฉันในการค้นหาและแสดงให้เห็นเสียงร้องของฉันที่แท้จริง”

“Begin Again 3” ออกอากาศทุกวันศุกร์เวลา 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

แปลจาก soompi โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Happy Unni ร้านค้าแฟชั่น

โทนี่อันโมโหคนที่มาว่าแฟนคลับ H.O.T. และเปิดใจถึงการต่อสู้กับสภาพจิตใจย่ำแย่ในฐานะคนดัง

โทนี่อันเผยว่าเขารู้สึกไม่เป็นไรหากตัวเองจะถูกวิพากษ์วิจารณ์แต่เขาไม่พอใจที่แฟนคลับ H.O.T. ถูกต่อว่า นอกจากนี้ยังเปิดใจว่าเขาต้องต่อสู้กับสภาพจิตใจที่ย่ำแย่เพราะความกดดันในฐานะคนดัง

วันที่ 26 กรกฎาคม 2019 มีการออกอากาศรายการ Night of Hate Comments ทางสถานี JTBC ซึ่งโทนี่อันและบีวายได้เข้าเป็นแขกรับเชิญที่มาเคลียร์ข่าวลือและความเข้าใจผิดต่อพวกเขา

โทนี่อันอ่านความเห็นที่ล้อเลียนคนที่เป็นแฟนคลับวง H.O.T. และกล่าวว่า “ผมรับไม่ได้เลย มันไม่เป็นไรที่จะวิพากษ์วิจารณ์ผมแต่สำหรับผู้หญิงอายุมากกว่าที่คุณพูดถึงนั้นสามารถเป็นแม่หรือพี่สาวของคุณได้เลย”

จากนั้นเขาอ่านความเห็นที่กล่าวว่า “ชายแก่เหล่านี้พยายามขายสุดๆไปเลย มันน่าขยะแขยงจริงๆ” โทนี่อันกล่าวชี้แจงว่า “ผมคิดว่าพวกเรากำลังแบ่งปันความทรงจำด้วยกันและไม่คิดว่าพวกเราโหยหาเรื่องเชิงพาณิชย์อะไร”

ความเห็นเกลียดชังที่สามกล่าวว่า “มันน่ารำคาญที่โทนี่อันไม่ทำอะไรเลยใน Animal Farm แต่ได้รับเงิน เขาแย่กว่าชินดงยอบที่ได้รับค่าจ้างโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย” โทนี่อันตอบความเห็นนี้ว่า “เป็นความจริงที่ผมไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ผมได้รับค่าจ้างเพียงแค่ 1 ใน 5 ของการปรากฏตัวตามปกติของผม และมันเพิ่งเพิ่มขึ้นหลังจากครบรอบ 1 ปีของผม”

โทนี่อันพูดเพิ่มเติมว่า “แฟนคลับเป็นครอบครัวที่อยู่กับเรามา 20 ปีครับ ความเห็นเกลียดชังต่อพวกเธอเหมือนความเห็นเกลียดชังต่อครอบครัวดังนั้นผมจึงช่วยไม่ได้ที่จะโมโห ทุกคนสามารถมีสิ่งที่ชอบและมีความสุขในชีวิตของตัวเอง”

จากนั้นโทนี่อันเล่าว่า “ผมเคยเป็นโรคตอนยังโปรโมทในวง H.O.T. เวลาที่รู้สึกว่ามีคนมองผมในร้านอาหาร ผมก็จะแค่วางช้อนลงและเดินออกไป ผมรู้สึกถึงภาระหนักอึ้งตอนที่ยังเด็กแต่ตอนนี้ผมสามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นได้แล้ว”

จากนั้นเล่าต่อ “เหตุผลที่ผมไม่สามารถดูแลภาพลักษณ์ได้จนถึงที่สุดเป็นเพราะผมต้องพบกับความเจ็บปวดทางจิตใจในขณะที่ดูแลภาพลักษณ์ตัวเอง ผมทำอะไรไม่ได้เลยมา 4-5 ปี ผมสภาพจิตใจย่ำแย่และเจ็บปวดมากจนถึงจุดที่คิดถึงเรื่องการใช่วิธีการที่รุนแรง จากนั้นผมจึงเรียนรู้ที่จะปล่อยมันไปและตอนนี้ผมใช้ชีวิตด้วยความคิดที่สงบสุข”

แปลจาก soompi โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Happy Unni ร้านค้าแฟชั่น

คิมจงกุกเปิดใจเกี่ยวกับอดีตแฟนสาวที่เขาเคยอยากแต่งงานด้วย

Kim Jong Kook Opens Up About A Former Girlfriend He Wanted To Marry

ในตอนล่าสุดของ “My Ugly Duckling” คิมจงกุกพูดถึงความรักในอดีตของเขา

ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2019 มีการออกอากาศรายการเรียลลิตี้ของ SBS ซึ่งคิมจงกุกได้คุยกับเพื่อนของเขาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ขณะที่ขับรถด้วยกัน

“สิ่งที่ผมจำได้จากการเลิกกัน…ผมคิดว่าออกกำลังกายตลอดหลังจากเลิกกัน” คิมจงกุกกล่าวพร้อมกับหัวเราะ “ครั้งหนึ่งตอนที่ผ่านช่วงเลิกกันและกำลังฟังเพลงที่ผมเตรียมทำอัลบั้ม ผมวิ่งขึ้นลงบันไดอย่างบ้าคลั่งและวิ่งอย่างนั้นต่อไปหลังจากเลิกรา”

คิมจงกุกกล่าวต่อ “ในความรัก ผู้ที่รักมากกว่ามักเจ็บปวดเสมอ”

จากนั้นเขาเปิดใจเกี่ยวกับอดีตแฟนสาวผู้ที่เขาอยากแต่งงานด้วยและเผยว่าเขายังไม่เคยเจอใครที่ทำให้เขารู้สึกแบบนั้นได้ตั้งแต่นั้นมา

คิมจงกุกกล่าว “กับผู้หญิงที่ผมอยากแต่งงานด้วย ผมเคยคิดว่า ‘ถ้าผมได้แต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ ผมคงดีใจมากจนน้ำตาไหล’ แต่หลังจากนั้นไม่ว่าใครที่ผมเคยคิดกับตัวเองเรื่องแต่งงาน ผมคิดว่า ‘ฉันจะแต่งงานกับคนนี้ดีมั้ย?’ มันไม่มีใครเป็นเหมือนคนนั้นอีกแล้ว”

เขาถอนหายใจและกล่าวว่า “ผมอยากเจอคนดีๆ”

แปลจาก soompi โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Happy Unni ร้านค้าแฟชั่น

ซองจง INFINITE เปิดใจที่ฐานแฟนคลับน้อยลงแต่ย้ำว่าวงคือสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งของสมาชิก!!

ล่าสุดซองจง INFINITE ได้เปิดใจที่ตอนนี้ฐานแฟนคลับวงมีสมาชิกน้อยลงแต่ย้ำว่าวงคือสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งของสมาชิกในตอนนี้

ซองจงได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว TV Report ไอดอลหนุ่มเผยตรงไปตรงมาว่าจำนวนแฟนคลับของวงลดน้อยลงเมื่อเวลาหลายปีผ่านไป

“บอกตามตรงนะครับ มันเป็นความจริงที่ฐานแฟนคลับของเรามีขนาดเล็กลงกว่าในอดีต” ซองจงกล่าวต่อ “ในอดีต INFINITE ประสบความสำเร็จมากจริงๆ แต่แทนที่จะคิดถึงอดีตแต่ผมมองมันเป็นความทรงจำที่ดีว่า ‘ครั้งหนึ่งเราเคยประสบความสำเร็จจริงๆด้วยเหมือนกัน’ เราจัดคอนเสิร์ตมากมาย แสดงบนรายการเพลงเป็นจำนวนมากและจัดงานแฟนมีตขนาดใหญ่ เราเป็นวงที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากครับ”

แม้ว่า INFINITE จะมีงานโปรโมทน้อยลงเนื่องจากลีดเดอร์ซองกยูเกณฑ์ทหารเข้ากองทัพไปเมื่อปีที่แล้ว แต่สมาชิกวงยังคงทำงานหนักเพื่อที่จะติดต่อกับแฟนๆ นอกเหนือจากงานเดี่ยวของแต่ละคน สมาชิกวงยังจัดงานแฟนมีตกลุ่มเพื่อพบกับแฟนๆและปล่อยดิจิตอลซิงเกิ้ล Clock ออกมาเมื่อต้นปี

ซงจงกล่าวว่า “เราคิดว่าแฟนๆของเราต้องรู้สึกเศร้าแน่ๆที่เรามีงานกลุ่มน้อยลง ดังนั้นเราเลยจัดงานแฟนมีตเพื่อพูดถึงเรื่องนั้นและเพื่อหารือว่าเราควรทำอะไรต่อไปหลังจากนี้ครับ”

ซองจงย้ำว่าสมาชิก INFINITE ยังคงให้ความสำคัญกับวงเป็นอันดับหนึ่ง และอธิบายว่า “นานมาแล้วที่เราบอกว่า INFINITE จะให้ความสำคัญกับงานเดี่ยวเป็นอันดับหนึ่ง ดังนั้นเราเลยบอกันและกันว่า ‘เรามาทำให้ดีต่อไปกันเถอะ และเรามาอยู่ด้วยกันแบบนี้ในอนาคตเช่นกัน’ ครับ”

ซองจงกล่าวต่อและมองโลกแง่ดีว่า “ผมยังคงได้รับความรักมากมายจากแฟนๆ และผมเชื่อว่าผมยังคงดังอยู่ ผมว่าสมาชิกคนอื่นคงคิดแบบเดียวกันครับ” จากนั้นกล่าวต่อพร้อมรอยยิ้มว่า “INFINITE ตลอดไป”

แปลจาก soompi โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Happy Unni ร้านค้าแฟชั่น

ชูฮวา (G)I-DLE เขียนจดหมายเปิดใจถึงความรู้สึกว่างเปล่าและการต่อสู้ดิ้นรนของชีวิตไอดอล

ไอดอลสาวชูฮวา (ชูหวา) ชาวไต้หวันสมาชิกวง (G)I-DLE (ยอจาไอดึล) เขียนจดหมายเปิดใจถึงแฟนๆโดยเล่าถึงความรู้สึกว่างเปล่าและการต่อสู้ดิ้นรนของชีวิตไอดอล

ชูฮวา (G)I-DLE ได้โพสต์จดหมายลงใน Weibo เพื่อทักทายแฟนๆสำหรับวันตรุษจีน ไอดอลสาวได้เปิดใจพูดถึงการต่อสู้ดิ้นรนที่ผ่านมาหลังได้เดบิวต์ในวงการ K-Pop ปีแรก จากนั้นจึงเผยความมุ่งมั่นและกำลังใจที่เข้มแข็งในการทำให้ปีใหม่เป็นปีที่ดีขึ้น

จดหมายของชูฮวามีดังนี้

“สุขสันต์ปีใหม่ค่ะ!

ปีใหม่นี้ฉันหวังว่าฉันและพวกคุณทุกคนจะมีการเริ่มต้นที่สดชื่นนะคะ สิ่งที่ได้เรียนรู้ในปีที่แล้ว ผู้คนที่ฉันได้พบ ปัญหาที่ฉันเผชิญ สิ่งที่ฉับได้พบ – บางอย่างฉันรู้สึกขอบคุณและมีบางอย่างที่ฉันไม่รู้สึกแบบนั้น

2018 เป็นปีที่สำคัญมากที่เปลี่ยนชีวิตของฉัน ฉันได้เดบิวต์และยืนบนเวทีในฐานะสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ป K-Pop ทุกคนคงคิดว่าฉันทำตามฝันได้สำเร็จแล้ว แน่นอนค่ะว่าการได้ยืนอยู่บนเวทีคือความฝันแรกของฉันและมันยังคงเป็นเช่นนั้น อย่างไรก็ตามหัวใจของฉันยังคงรู้สึกว่างเปล่าค่ะเมื่อพูดจากใจจริง

ในตอนแรกฉันเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเมื่อได้อ่านความเห็นต่างๆ แต่เมื่อฉันได้ดูและดูอีก ในที่สุดฉันก็พบว่าตัวเองต้องรวบรวมความกล้ากระทั่งเพียงแค่ไปท่องโลกออนไลน์ มีช่วงหนึ่งที่ฉันไม่อยากจะไปโลกออนไลน์เลยค่ะ ฉันรู้ว่าชีวิตได้เริ่มต้นแล้วเพื่อที่จะยิ่งใหญ่ขึ้น และสิ่งที่เรียกว่า ‘มาตรฐานไอดอล’ เป็นระบบในที่ที่มีการควบคุมและเปรียบเทียบค่ะ

ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะพบกับความสมดุลในที่สุด มองโลกในแง่ดีและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อย่อยอาหารและหายใจ ฉันจะไม่เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นและหวังว่าพวกคุณทุกคนจะไม่เปรียบเทียบว่าใครดีกว่าใครหรือใครแย่กว่าใครนะคะ

บางคนที่โฟกัสในการทำงานหนักและมีเป้าหมายในใจเสมอจะไม่หยุดเติบโตขึ้น อุปสรรคเพียงอย่างเดียวคือเวลา ตอนนี้ทุกอย่างที่ฉันจำเป็นต้องมีคือความเชื่อค่ะ ไม่สำคัญว่าจะเป็นปีนี้หรือปีต่อๆไป ฉันจะใช้ชีวิตอย่างสุกสว่างหากไม่มีเหตุร้ายใดๆ สร้างเรื่องราวชีวิตทุกปีจากจุดเริ่มต้นจนถึงตอนจบซึ่งมันจะเป็นชีวิตของฉัน ฉันหวังว่าชูฮวาในปีนี้และชูฮวาของทุกปีจะสร้างชูฮวาขึ้นมาได้ ผู้ที่มีความฝันแตกแรก รู้สึกมีความสุขและภาคภูมิใจค่ะ

สุขสันต์วันปีใหม่สำหรับฉันและผู้ที่มาอ่านจดหมายนี้นะคะ”

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Happy Unni ร้านค้าแฟชั่น

แจมิน NCT เปิดใจเรื่องดรอปเรียนเพื่อตามฝันทำให้เขาไม่ค่อยมีเพื่อน

แจมินสมาชิก NCT ได้เปิดใจเกี่ยวกับการต้องดรอปเรียนเพื่อตามฝันในการเป็นนักร้องของเขาส่งผลทำให้ตอนนี้เขาไม่ค่อยมีเพื่อน

วันที่ 17 มกราคม 2019 มีการออกอากาศรายการ My English Puberty ของสถานี tvN ซึ่งฮัมฮยอนมินได้สัมภาษณ์แจมินว่าปรับสมดุลการเรียนและการทำงานอย่างไร

แจมินกล่าวว่า “ผมออกจากโรงเรียนตั้งแต่เรียนม.1 ครับ” ฮันฮยอนมินถามว่าเขาอยากกลับไปเรียนไหม และแจมินตอบว่า “การไปโรงเรียนมันเยี่ยมไปเลยครับ มันเป็นความโชคร้ายเพราะการเข้าสังคมแบบนั้นเป็นสิ่งที่จะได้เรียนรู้แค่ในโรงเรียนเท่านั้น”

แจมินกล่าวต่อ “ผมไม่มีเพื่อนเลยครับนอกจากเพื่อนสมาชิกวง NCT”

ไอดอลหนุ่มเผยความรู้สึกของเขาต่อ “คุณจะเริ่มเล่นกับเพื่อนๆหลังโรงเรียนเลิก แต่ผมต้องตรงไปยังห้องซ้อมหลังเลิกเรียนดังนั้นผมเลยไม่ค่อยมีเพื่อนครับ ผมคิดว่ามันจริงที่เพื่อนมัธยมต้นและมัธยมปลายจะเป็นเพื่อนของคุณตลอดไป ดังนั้นเมื่อคิดว่าทำไมผมถึงไม่มีเพื่อนในตอนนี้ บอกตามตรงนะครับว่ามันเป็นความโชคร้าย”

แจมินเผยว่าสมาชิกวง NCT ต่างเข้าใจสถานการณ์นี้ดีโดยกล่าวว่า “สมาชิกทุกคนต่างรู้ดีครับ ผมคิดว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้เล่าเรื่องนี้ให้กับเพื่อนอายุเท่ากันอย่างฮยอนมินฟัง ผมชอบสมาชิกมากกว่าเพื่อนครับ มันเยี่ยมไปเลยเพราะผมสามารถพึ่งพาสมาชิกได้”

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Happy Unni ร้านค้าแฟชั่น

แจจุง JYJ เปิดใจถูกซาแซงแฟนรุกรานหนัก “พวกเขาบุกเข้ามาในห้องนอนของผม”

ในวันที่ 6 มกราคม 2019 แจจุงปรากฏตัวในรายการทีวีญี่ปุ่น “Gyoretsuno Dekiru Horitsu Sodanjo” เขาเผยปัญหาที่เกิดขึ้นจากแฟนคลับ

ในวันนั้นเพื่อนดารา Masaki Sugano พูดเกี่ยวกับประสบการณ์จริงที่ถูกกอดโดยแฟนๆผู้หญิงสามคน

เกี่ยวกับการถูกแฟนๆกอด ทนายความ Harumo Kitamura กล่าวว่านั่นไม่ใช่ปัญหาตราบใดที่คนดังรับได้แต่ถ้าคนถูกสัมผัสรู้สึกไม่สบายใจและถือเป็นการละเมิดและเป็นปัญหา

เมื่อแจจุงถูกถามเกี่ยวกับประสบการณ์ที่คล้ายกันเขากล่าวว่า “มีแฟนคลับหลายคนที่บุกเข้ามาในห้องนอนของผม…ในกลางดึกในขณะที่ผมกำลังหลับและขึ้นมาบนตัวผม” เขากล่าวต่อ “มีหลายสิ่งที่พวกเขาทำที่ผมไม่สามารถพูดได้ออกทีวี” เขาเล่าทำให้คนในสตูดิโอตกใจกันมากและเขาปิดท้ายว่า “เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง”

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Happy Unni ร้านค้าแฟชั่น

มินจีเปิดใจเคยคิดฆ่าตัวตายเพราะซึมเศร้าและเผยสิ่งที่ทำให้เธอออกจาก 2ne1

ไอดอลสาวมินจีได้เปิดใจเล่าอย่างตรงไปตรงมาว่าเธอเคยคิดฆ่าตัวตายเพราะหดหู่ซึมเศร้า รวมทั้งเล่าถึงสิ่งที่ทำให้เธอออกจากวง 2ne1

มินจีอดีตน้องเล็กวง 2ne1 ให้สัมภาษณ์กับเจฟฟ์ เบนจามินจากบิลบอร์ด (Billboard) เป็นครั้งแรกและได้เล่าถึงช่วงเวลาที่ทุกข์ใจตอนอยู่ 2ne1 ที่เธอทั้งรู้สึกสับสนและไม่มั่นคง

ที่ห้องของเธอในโรงแรมในเมืองลอสแอนเจลิส มินจีดูสบายๆขณะนั่งอยู่บนเก้าอี้นั่งเล่นด้วยเสื้อฮู้ดสีชมพูดสดใส เธอเป็นมิตรและเข้าถึงง่ายขณะพูดคุยอย่างเป็นกันเองและตอบคำถามด้วยตายิ้ม ไอดอลสาวเผยว่าการเข้าวงการบันเทิงตั้งแต่อายุเพียง 15 ปีทำให้เธอขาดทักษะการเข้าสังคม

มินจีกล่าวว่า “ฉันไม่รู้ว่าจะสานสัมพันธ์กับคนอื่นอย่างไรค่ะ เนื่องจากฉันยังเด็กมากในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุม ฉันไม่เคยเรียนรู้ถึงการเข้าสังคม ฉันไม่มีเพื่อนวัยเด็กเลยจริงๆค่ะ ฉันไม่เคยออกไปเล่นข้างนอกกับเด็กคนอื่น ฉันเพียงแค่ฝึกหัดและทุกคนรอบตัวต่างอายุมากกว่าฉันค่ะ”

มินจีกล่าวต่อ “คนทั่วไป ชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์ข้อเท็จจริงที่ว่าเราไม่ใช่วงที่สวยที่สุด เราเป็นวงที่ขี้เหร่ ฉันไม่รู้จะรับมือกับมันอย่างไรและต้องอดทนเก็บไว้ข้างใน มันเป็นเรื่องยากในฐานะเกิร์ลกรุ๊ป เราต้องแสร้งทำเป็นว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่และพยายามลืมๆมันไป แต่คุณไม่สามารถลืมมันได้–มันยาก ฉันพยายามปรับตัวเติบโตให้ทันพี่ๆในวง แต่เมื่อคุณไม่เหมือนกับเกิร์ลกรุ๊ปที่ดูเหมือนนางแบบและคุณทำสิ่งที่ต่างกัน เท่แต่แตกต่าง–คุณจัดการกับมันด้วยวิธีที่ต่างออกไป”

อย่างไรก็ตามวง 2ne1 ประสบความสำเร็จอย่างมากหลังจากเดบิวต์และมีเพลงที่ได้รับความนิยมออกมามากมาย ลบคำสบประมาทที่ว่าพวกเธอขี้เหร่ไปได้ มินจีกล่าวว่า “ฉันขึ้นเวทีและทุกคนต่างส่งแรงสนับสนุนให้ฉัน พวกเขารักฉันค่ะ แต่หลังจากจบการแสดงบนเวทีฉันอยู่ในโรงแรมและรู้สึกว่างเปล่า รู้สึกเหมือนมีชีวิตแค่ตอนอยู่บนเวที ฉันไม่รู้ว่าชีวิตของฉันเป้นอย่างไร ไม่แน่ใจว่าชีวิตดีกว่าในขณะแสดงหรือชีวิตอาจจะดีกว่าเพียงแค่อยู่คนเดียว มันช่างแตกต่างกันมากแต่ฉันไม่มีเวลาที่จะหาวิธีปรับสมดุลระหว่างการอยู่บนเวทีกับการอยู่คนเดียวค่ะ”

มินจีเผยว่าเพราะวงประสบความสำเร็จมากเธอจึงไม่สามารถปล่อยเพลงหรือเป็นศิลปินเดี่ยวได้ แม้ว่าเธอจะเตรียมตัวและบันทึกอัลบั้มเดี่ยวของเธอเองแต่มันก็ถูกเลื่อนออกไปเรื่อยๆและในที่สุดก็ถูกยกเลิกเนื่องจากปัญหาที่แตกต่างกันของศิลปินในค่าย YG ไอดอลสาวเผยว่า “มันไม่เพียงพอที่จะทำงานของฉันให้เสร็จสมบูรณ์ พวกเขาเอาแต่เลื่อนมันออกไปและเมื่อมาถึงขั้นพื้นฐานของทุกอย่างคุณก็ไม่รู้รายละเอียด”

มินจีพูดถึงเพื่อนสมาชิก 2ne1 ว่าพวกเธอเป็นเหมือนพี่สาวและกล่าวว่า “พวกเราทุกคนต่างอยู่ติดบ้านดังนั้นความจริงแล้วเราแค่ดูทีวีอยู่บ้านด้วยกันและเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด อย่างน้อยสำหรับฉันแล้วความทรงจำเหล่านั้นช่างอบอุ่น บางทีอาจเป็นเพราะฉันยังเด็กหรือเปล่า? แต่โลกเป็นเหมือนสถานที่แปลกหน้าสำหรับฉัน ดังนั้นช่วงเวลาเหล่านั้นจึงใกล้ชิดกับหัวใจของฉันค่ะ ครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญสำหรับฉันมากกว่าชื่อเสียง แต่เนื่องจากมันใช้เวลานานขึ้นและนานขึ้นในการปล่อยอัลบั้มของเรา พราจะได้พบกันจริงๆเมื่อถึงตอนวางแผนอัลบั้มเนื่องจากทุกคนเริ่มทำงานของตัวเองฉันจึงใช้เวลากับพวกพี่ๆน้อยลงค่ะ”

ไอดอลสาวเผยว่าเกาหลียังให้ความสนใจและการสื่อสารกับผู้ป่วยทางสุขภาพจิตน้อยและทำให้เธอไม่สามารถหาความช่วยเหลือได้ แต่เท็ดดี้ที่เป็นโปรดิวเซอร์ใน YG เป็นคนที่คอยให้ความช่วยเหลือเธอ

“เนื่องจากฉันเด็กที่สุดพี่เท็ดดี้จึงคอยให้กำลังใจฉันค่ะ เขาจะพูดประมาณว่า ‘ฉันรู้ว่าเธอรู้สึกหดหู่และลำบากจากภาวะซึมเศร้า แต่เธอเชื่อในพระเจ้าดังนั้นเธอจะผ่านมันไปได้’ ฉันมีความทรงจำที่ดีต่อพี่เขาค่ะ ฉันรู้สึกขอบคุณพี่เขาจริงๆและมองเขาเป็นคนดีในชีวิตที่ทำให้ฉันก้าวต่อไปแม้ว่าจะซึมเศร้าอย่างเลวร้ายที่สุดค่ะ”

มินจีเผยว่าเธอเริ่มรู้สึกไม่มั่นคงและไม่มีใครรู้เรื่องนี้ เธอรู้สึกโดดเดี่ยว แต่ศาสนาช่วยเธอฟื้นฟูสุขภาพจิต “ตอนฉันอายุ 17, 18 ฉันได้พบกับพระเจ้า ฉันพบศรัทธาของตัวเองที่ทำให้ชีวิตฉันเปลี่ยนไปอย่างมาก ผู้คนที่มีศรัทธาเดียวกันและกำลังใจเดียวกันได้เข้ามาในชีวิตของฉัน แต่ฉันสามารถพูดถึงชีวิตตัวเองได้อย่างกล้าหาญค่ะ มันไม่ใช่ว่า ‘โอ เธอดีขึ้นนะ’ แต่มันคือ ‘เราเข้าใจความลำบาก และมันโอเคที่จะลำบาก มันโอเคที่จะรู้สึกแย่ แต่เรามาคิดถึงมันและจัดการมันและมีศรัทธาค่ะ’ ฉันเข้าถึงมันได้ค่ะ”

เรื่องการออกจากวง 2ne1 มินจีกล่าวว่า “ฉันต้องการเวลาในการจัดการกับโรคซึมเศร้า หาหนทางของตัวเองและคิดว่าอะไรคือสิ่งที่ฉันอยากทำจริงๆ มันเป็นสิ่งที่ฉันทำมายาวนานแต่มันยากที่จะคงรักษาไว้ ฉันได้พบหนทางของตัวเองและมีเพียงทางเดียวคือการออกจากวงและสู้เพื่อสิ่งที่ฉันต้องการ ฉันสงสัยว่า ‘ชีวิตของฉันคืออะไร?’ การออกจาก 2ne1 ไม่ใช่การทิ้งหรือการแยกวง มันคือสิ่งที่ฉันสู้เพื่อตัวเอง เพื่ออนาคตและสิ่งที่ฉันต้องการ ในที่สุดฉันก็ได้เลือกบางสิ่งเพื่อตัวเอง ฉันรู้สึกกดดันและเป็นภาระ แต่มันเป็นภาระที่ดีค่ะ”

มินจีกล่าวว่าเธอยากช่วยเหลือให้คนที่อยู่ในภาวะซึมเศร้าเอาชนะมันให้ได้ และอยากให้พวกเขารู้ว่าพวกเขาเองต่างเป็นที่รักเช่นกัน จากนั้นจึงพูดถึงภาวะซึมเศร้าของเธอหลังจากการสูญเสียจงฮยอน SHINee ว่า “มันทำให้ฉันนึกถึงตัวเองและเข้าใจว่าทำไมเขาจึงอยากหนีไป ฉันอยากให้ไอดอลเด็กๆและไอดอลหน้าใหม่รู้ว่าความสำเร็จในโลกไอดอลมันไม่ใช่สิ่งที่สำคัญมากไปกว่าการจำเป็นต้องใช้ชีวิตในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง” ไอดอลสาวรับว่าเธอเองเคยคิดอยากฆ่าตัวตายเช่นกัน

มินจีทบทวนตัวเองและเปลี่ยนความคิดแล้วในตอนนี้ เธอกล่าวว่า “ในขณะที่ฉันเข้าถึงตัวเองฉันก็กลายเป็นคนที่ต่างไป ฉันมีประสบการณ์ผ่านอุปสรรคมาจนถึงปลายทางได้” เมื่อมองย้อนกลับไปดูตัวเองมินจีกล่าวว่า “ฉันอยากจะช่วยผู้หญิงคนนั้นค่ะ”

อนึ่ง มินจีเพิ่งปล่อยซิงเกิ้ลภาษาอังกฤษด้วยเพลง All of You Say คุณสามารถชมมิวสิควีดีโอได้ด้านล่างเลย

แปลจาก soompi โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Happy Unni ร้านค้าแฟชั่น

แทยอนเปิดใจพูดถึงอุบัติเหตุหัวโขกอุปกรณ์เวทีในคอนเสิร์ตที่กรุงมะนิลากับแฟนๆ

แทยอน Girls’ Generation (โซนยอชิแด, SNSD) ได้โพสต์ข้อความถึงแฟนๆหลังจากเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยในคอนเสิร์ตเดี่ยวของเธอในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2018 ที่ผ่านมา

ในคอนเสิร์ตขณะที่แทยอนหันหลังกลับมาโบกมือและส่งจูบให้แฟนๆ มีอุปกรณ์เหล็กสำหรับเกาะโหนตัวหนึ่งหย่อนลงมาจากข้างบนและเลื่อนลงมาบริเวณที่เธอยืนทำให้หัวของแทยอนโขกกับอุปกรณ์ นักร้องสาวตกใจจึงเอี้ยวตัวหลบ แม้เธอจะมีสีหน้าเจ็บปวดจากอุบัติเหตุครั้งนี้แต่ด้วยสปิริตแทยอนยังคงแสดงต่อไปอย่างราบรื่นและเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ทำให้แฟนๆโล่งใจ

วันที่ 15 ธันวาคม 2018 แทยอนเขียนจดหมายถึงแฟนๆในฟิลิปปินส์ผ่านไอจีสตอรี่ โดยกล่าวว่า “ถึงแฟนๆในฟิลิปปินส์ทุกคนค่ะ วันนี้พวกคุณสุดยอดมากที่สุด และฉันรู้สึกขอบคุณพวกคุณมาก ฉันรับรู้ได้อีกครั้งในคราวนี้แต่ยังสามารถหัวเราะได้ต้องขอบคุณแฟนๆค่ะ ไม่ว่าฉันจะอยู่ในสถานการณ์ที่ยุ่งเหยิงแค่ไหนแต่ฉันได้รับพลังความเข้มแข็งและกล้าหาญเพราะพวกคุณ”

แทยอนพูดถึงอุบัติเหตุว่า “ฉันขอโทษที่ไม่สามารถอยู่และบอกลาได้จนถึงตอนจบ ฉันไม่รู้ว่าเพราะมันเกิดขึ้นอย่างกะทันหันทุกคนอาจคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ตอนนี้มากกว่าสิ่งอื่นใดร่างกายและหัวใจของฉันกำลังเจ็บปวดค่ะ”

แทยอนกล่าวต่อ “มีปัญหามากมายเกิดขึ้นในคอนเสิร์ต ทุกอย่างเกิดขึ้นและทำให้รู้สึกเหนื่อยล้ามากค่ะ ฉันรู้สึกขอโทษมากๆต่อแฟนๆในมะนิลาและอยากให้ทุกคนรู้ถึงกระบวนการดำเนินงานของคอนเสิร์ตค่ะ”

จากนั้นแทยอนกล่าวถึงแฟนคลับว่า “ฉันจะพูดมันอีกครั้งว่าวันนี้พวกคุณทั้งหมดน่าหลงใหลมากและเยี่ยมที่สุดจนถึงจุดที่ฉันตัวสั่นเลยค่ะ ฉันตกหลุมรักพวกคุณทุกคนอีกครั้ง โซวอนเยี่ยมที่สุด”

ชมคลิปอุดบัติเหตุแทยอนหัวโขกอุปกรณ์เวทีคอนเสิร์ตด้านล่างเลย

แปลจาก soompi โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Happy Unni ร้านค้าแฟชั่น

จุนซู JYJ น้ำตาไหลขณะเปิดใจถึงเรื่องที่เขาไม่สามารถออกทีวีและเผยว่าเขาเคยคิดจะเลิกร้องเพลง

จุนซู JYJ เปิดใจกับแฟนๆของเขา

ในวันที่ 2 ธันวาคม 2018 ช่วงใกล้จะจบคอนเสิร์ตเดี่ยวของเขา จุนซูแสดงความคิดเห็นว่า “มันน่าทึ่งมากที่ผมมีแฟนๆเป็นวัยรุ่น ผมไม่ได้ออกทีวีมาประมาณ 7-8 ปีแล้วและจากนั้นผมก็ไปเข้ากองทัพประมาณ 2 ปี ผมไม่ได้ออกทีวีเลยทั้งหมดประมาณ 9 ปี”

จุนซูเผยว่าเขารู้สึกเหมือนไม่ได้เป็นคนมีชื่อเสียงเนื่องจากเขาไม่ได้ออกทีวีเลย เขากล่าวว่า “ผมรู้สึกเหมือนผมไม่ได้เป็นคนดังเพราะผมไม่เคยออกทีวีเลย” เขาขอบคุณนักข่าวที่ยังคงสนใจเรื่องของเขา

จุนซูรู้สึกไม่พอใจกับการแข่งขันที่ไม่แฟร์เมื่อตอนที่เขาปล่อยเพลงเนื่องจากเขาไม่สามารถออกทีวีได้ เขากล่าวว่า “ผมไม่สามารถร้องเพลงของตัวเองบนเวทีในรายการเพลง ไม่เคยเลยแม้แต่ครั้งเดียว” และกล่าวเสริมว่า “ผมสงสัยว่าผมต้องเป็นแบบนี้ต่อไปใช่มั้ย”

เขากล่าวต่อ “จริงๆมันเป็นธุระของผม มันไม่เป็นไรสำหรับถ้าต้องเจอเรื่องลำบากแต่มันยากที่จะเห็นแฟนๆของผมเจ็บปวดเพราะพวกเขารักผม” จากนั้นเขาเผยว่า “เมื่อประมาณเดือนมกราคม…กุมภาพันธ์ปีนี้ ผมสงสัยว่าผมควรจะเลิกเป็นนักร้องดีมั้ยเพราะผมทำให้ทุกคนต้องลำบาก”

เขากล่าวอีกว่า “แต่การออกทีวีไม่ใช่สิ่งสำคัญหรอก สิ่งสำคัญคือโมเมนท์ดีๆที่เรามีด้วยกัน วิดีโอที่เราดูเพื่อนึกถึงวันที่เรามีความสุขด้วยกัน”

สุดท้ายจุนซูกล่าวว่า “พวกคุณไม่ต้องสู้เพื่อผมหรอกเพราะมันเจ็บถ้าเห็นพวกคุณเจ็บ ดังนั้นอย่าทำเลย…ผมจะทำงานหนักเพื่อให้ทุกคนมีความสุขไปด้วยกัน”

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Happy Unni ร้านค้าแฟชั่น

คังฮันนาเปิดใจเกี่ยวกับชุดเดรสที่เป็นไวรัลในอดีตของเธอ

คังฮันนาเปิดใจเกี่ยวกับชุดเดรสที่ได้รับความสนใจของเธอ

ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2018 มีการออกอากาศรายการ Happy Together 4 ช่อง KBS 2 และดาราสาวคังฮันนาพูดถึงชุดเดรสที่เป็นไวรัลของเธอซึ่งเธอใส่ในงาน ‘Busan International Film Festival’ ในอดีต

ในตอนนั้นชุดเดรสสุดเซ็กซี่ของเธอกลายเป็นข่าวซึ่งชุดเผยให้เห็นแผ่นหลังลากยาวลงไปถึงก้น

misc.

คังฮันนาอธิบายว่า “มันเป็นผลงานการออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ชื่อดัง เมื่อเธอที่ฉันได้รับข้อเสนอเรื่องชุดในตอนแรก ฉันคิดว่ามันดูสดใหม่ดี มันดูแตกต่าง และเจ๋งดี แต่มันกลายเป็นสิ่งที่น่าเศร้าสำหรับฉันเมื่อเวลาผ่านไป”

เธอกล่าวเสริม “มันมีตาข่ายอยู่ข้างหลังและบางคนเข้าใจผิดคิดว่าฉันมีรอยสักอยู่ที่ก้นมันทำให้ฉันรู้สึกกังวลนิดหน่อยค่ะ”

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Happy Unni ร้านค้าแฟชั่น

ซอลลี่เปิดใจว่าทำไมเธอถึงออกจาก f(x) ในตอนแรกของรายการ Jinri Store

ซอลลี่เปิดเผยว่าทำไมเธอถึงตัดสินใจออกจาก f(x) ในตอนแรกของรายการ Jinri Store

ในวันที่ 25 ตุลาคม 2018 ซอลลี่กำลังพูดกับผู้จัดการของเธอและเผยว่า “ฉันคิดว่าเป็นเพราะฉันทำงานตั้งแต่เด็ก มีคนไม่มากที่คิดว่าฉันยังเด็ก มีช่วงเวลาที่น่ากลัวมากมาย พวกเขาบอกฉันให้ทำอะไรบางอย่างและฉันไม่รู้เหตุผลว่าทำไมฉันถึงต้องทำ”

เธอกล่าวต่อ “เมื่อถึงจุดหนึ่งฉันเริ่มสงสัยว่า ‘ทำไมฉันถึงต้องทำสิ้งนี้?’ ฉันไม่คิดว่ามันจะเหมาะกับฉัน” ซึ่งหมายถึงการออกจาก f(x) ในปี 2015

เธอสรุปว่า “ฉันกลัวและไม่มั่นใจในอนาคตของฉัน ดังนั้นฉันจึงพยายามปกป้องตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉันพยายามจะปกป้องตัวเองดังนั้นเมื่อความกลัวก่อตัวขึ้นไม่มีใครฟังฉันเลยตอนที่ฉันเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก มันรู้สึกเหมือนฉันถูกทิ้งไว้คนเดียวในโลก”

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Happy Unni ร้านค้าแฟชั่น

หัวหน้าวง The East Light เปิดใจว่าพวกเขาถูกทำร้ายทั้งทางกายและวาจาจาก CEO และโปรดิวเซอร์

อีซอกชอลหัวหน้าวง The East Light ได้ออกมาพูดถึงการทำร้ายร่างกายและการพูดจากดูหมิ่นเหยียดหยามโดย CEO และโปรดิวเซอร์ของต้นสังกัด

ในวันที่ 19 ตุลาคม 2018 มนายความจองจีซอกและอีซอกชอลจัดแถลงข่าวและพูดถึงรายงานเรื่องการทำร้ายร่างกายซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานว่าสมาชิกวง The East Light ถูกทำร้ายทั้งทางกายและทางวาจาจากโปรดิวเซอร์และ CEO คิมชางฮวานของ Media Line Entertainment เริ่มตั้งแต่พวกเขาเดบิวต์จนถึงปีที่แล้ว

ในการแถลงข่าวอีซอกชอลกล่าวว่า “ในฐานะหัวหน้าวง The East Light และเป็นหนึ่งในศิลปิน K-Pop ผมไม่สามารถทนต่อความเจ็บปวดที่สมาชิกเราของกำลังเผชิญ เราตัดสินใจจัดงานแถลงข่าวเพื่อหวังว่าจะยุติเรื่องการทารุณเด็กและละเมิดสิทธิมนุษยชนในวงการ K-Pop”

เขาเล่าว่า “จากปี 2015-2017 โปรดิวเซอร์ใช้ไม้เบสบอลหรือท่อนเหล็กในห้องซ้อมตีก้นเราจนลงไปนอนกับพื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาขู่ว่าจะฆ่าเราด้วยหากเราบอกพ่อแม่”

อีซอกชอลยังพูดถึงอีซึงฮยอนน้องชายของเขาผู้ที่อยู่ในวงเดียวกันว่า “น้องชายของผมถูกล็อคให้อยู่ในห้องอัดและทุบตีเขาที่หัว, ขา, แขน และก้นอยู่หลายครั้ง หัวของเขามีเลือดออกและมีรอยฟกช้ำ เขาจิตใจบอบช้ำหลังจากถูกขู่และใช้ความรุนแรงและตอนนี้เขากำลังได้รับการบำบัดทางจิต”

The East Light’s Lee Seok Cheol Opens Up About Recent Reports Of Abuse + To Take Legal Action

จองจีซอกทนายความของวงเปิดเผยว่าอีซึงฮยอนถูกบังคับให้ออกจากวงหลังจากประท้วง CEO เกี่ยวกับการกลับมาของโปรดิวเซอร์ “A” จองจีซอกกล่าวว่า “ครอบครัวของอีซึงฮยอนและอีซอกชอลไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยจนกระทั่งต้นสังกัดให้สัญญาว่าความรุนแรงต่อสมาชิกจะไม่เกิดขึ้นอีกครั้ง พวกเขาไม่รู้ว่ามีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นซ้ำๆ พวกเขารู้เพียงแค่เหตุการ์เดียวที่เกิดขึ้น พวกเขาทราบเรื่องทั้งหมดเพราะลุกชายของพวกเขาสารภาพบอกทุกอย่างเมื่ออีซึงฮยอนถูกปลดออกจากวง”

เขากล่าวเสริม “ไม่เพียงแต่อีซึงฮยอนแต่อีซอกชอลก็ตัดสินใจที่จะไม่อยู่กับต้นสังกัดที่ไร้มนุษยธรรม เราตัดสินใจที่จะใช้กฎหมายจัดการกับทั้งโปรดิวเซอร์ A และ CEO คิมชางฮวาน”

แปลจาก soompi โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Happy Unni ร้านค้าแฟชั่น

ซอลลี่เปิดใจเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตของเธอ

ซอลลี่เปิดใจเกี่ยวกับสุขภาพจิต

ในวันที่ 15 ตุลาคม 2018 ซอลลี่แชร์ทีเซอร์ D-8 สำหรับรายการเรียลลิตี้ ‘Jinri Store’ เป็นคลิปสั้นๆที่ซอลลี่เปิดใจเกี่ยวกับการต่อสู้ของเธอ ซอลลี่กล่าวว่า “โรคกังวลต่อการเข้าสังคม, โรคตื่นตระหนก…ฉันเป็นโรคตื่นตระหนกตั้งแต่ฉันยังเด็ก”

เธอกล่าวต่อ “ฉันเจ็บปวดจากคนจำนวนมาก สุขภาพจิตฉันแย่ลง ไม่มีใครอยู่เคียงข้างฉัน ไม่มีใครเข้าใจฉัน”

ในขณะเดียวกันตอนแรกของ Jinri Store จะออกอากาศในวันที่ 23 ตุลาคม 2018

 

View this post on Instagram

 

#진리상점 D-8 🤭

A post shared by 설리가진리 (Sulli) (@jelly_jilli) on

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Happy Unni ร้านค้าแฟชั่น

นัมจูฮยอกเปิดใจถึงความลำบากด้านการเงินของครอบครัวในอดีต

นัมจูฮยอกเปิดใจถึงความลำบากด้านการเงินของครอบครัว

ในวันที่ 19 กันยายน 2018 มีการออกอากาศรายการ Radio Star ของ MBC และนัมจูฮยอกเผยว่าเขาเติบโตมาในครอบครัวที่ยากจน เขากล่าวว่า “ในอดีตครอบครัวของผมมีช่วงเวลาที่ยากลำบากและมันลำบากมากจริงๆครับ ตอนผมอยู่ป.3 ผมกินแต่บะหมี่ถ้วยเป็นปีๆ บ้านของเราไม่มีแม่แต่ห้องน้ำครับ”

อย่างไรก็ตามนัมจูฮยอกเล่าว่าตอนนี้เขาสามารถดูแลครอบครัวและแม้กระทั่งบริจาคให้กับโรงเรียนของเขา

เมื่อได้ยินดังนี้โจอินซองเล่าว่า “จูฮยอกเคยร้องไห้ขณะที่คุยกับพี่ชาแทฮยอนด้วยครับ” นัมจูฮยอกอธิบายว่า “ผมไม่รู้ว่าทำไมแต่จู่ๆผมก็ร้องไห้ สถานการณ์ของผมมันไม่ค่อยดีตอนอายุ 21 แม้ว่าผมจะเป็นนายแบบ แต่มันก็ดีขึ้นหลังจากละคร ‘School 2015′” และกล่าวว่า “คุณแม่ของผมสามารถใช้บัตรได้อย่างสบายแล้วครับในตอนนี้”

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Happy Unni ร้านค้าแฟชั่น

เจบี GOT7 เปิดใจเกี่ยวกับการดื่มของพ่อที่เป็นปัญหานำไปสู่การหย่าร้างของพ่อและแม่

เจบี GOT7 เปิดใจเกี่ยวกับการหย่าร้างของพ่อและแม่

ในวันที่ 17 กันยายน 2018 ในระหว่างออกอากาศรายการ Hello Counselor วัยรุ่นจองยุนซอได้เล่าถึงความกังวลเกี่ยวกับความประมาทของคุณพ่อเธอ ยุนซอเผยว่าคุณพ่อเธอพลาดเหตุการณ์สำคัญหลายครั้งเช่นพิธีเข้าโรงเรียนและมักจะกลับบ้านช้าหลังจากดื่ม อย่างไรก็ตามคุณพ่ออ้างว่าเขาจำอะไรไม่ได้เลยเนื่องจากเขาเมาจนจำไม่ได้

หลังจากได้ฟังปัญหาครอบครัว เจบีเผยว่า “คุณพ่อคุณแม่ของผมหย่าร้างกันเพราะปัญหาเรื่องดื่ม ดังนั้นตอนนี้ผมอยู่กับพ่อเลี้ยง ครอบครัวของผมทะเลาะกันบ่อยดังนั้นผมจึงประหลาดใจมากที่ผมได้ยินแม้กระทั่งเสียงเบาๆ ผมคิดว่ามันส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเติบโตของเด็กครับ”

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Happy Unni ร้านค้าแฟชั่น

เยอึนเปิดใจเกี่ยวกับประเด็นปัญหาการฉ้อโกงของคุณพ่อของเธอ

เยอึน (HA:TFELT) อดีตสมาชิก Wonder Girls ได้พูดถึงประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับเธอและคุณพ่อของเธอ

ในวันที่ 11 กันยายน 2018 เยอึนได้พูดเกี่ยวกับสถานการณ์ของคุณพ่อในการให้สัมภาษณ์กับ Edaily เธอเล่าว่า “ฉันเดบิวต์และโปรโมทในฐานะสมาชิก Wonder Girls เป็นเวลา 10 ปี จากนั้นฉันก็เข้าร่วม Amoeba Culture และใช้ชื่อ HA:TFELT ถึงมันจะไม่มากแต่ฉันก็มีรายได้เพียงพอที่จะกินสิ่งที่ฉันอยากกินและช่วยรายจ่ายให้กับครอบครัวได้ ไม่มีเหตุผลใดที่ฉันต้องไปมีส่วนร่วมในการฉ้อโกง ฉันไม่ได้ประมาท่หรือโง่ขนาดที่จะทำอะไรแบบนั้น”

เยอึนพูดถึงเรื่องราวของครอบครัวเธอที่แสนเจ็บปวดและพ่อแม่หย่าร้างกันเมื่อเธออายุ 12 ปี พ่อของเธอแต่งงานใหม่หลังจากนั้นอีก 3 ปีและเธอโตมาโดยไม่ได้ติดต่อกับพ่อของเธอเลย เธออธิบายว่า “ตั้งแต่ฉันจำความได้ การนอกใจของพ่อทำให้พ่อแม่หย่าร้างกัน ความสัมพันธ์ของฉันกับพ่อไปถึงจุดที่ฉันไม่เคยแม้แต่จะเรียกเขาว่า ‘พ่อ'”

เธอกล่าวต่อ “เมื่อตอนที่พี่สาวของฉันแต่งงานในปี 2012 ครอบครัวของเราต้องพูดกับพ่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังจากนั้นเขายังคงติดต่อมาหาฉันและบอกว่า ‘พ่อคิดถึงลูก พ่อขอโทษ’ ฉันให้อภัยเขาและเรายังคุยกันอยู่ แต่ในที่สุดควาฒโกรธก็ระเบิดขึ้นอีกครั้งและเราตัดขาดกันและกัน เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นซ้ำๆและฉันไม่คิดเลยว่าช่วงเวลาสั้นๆที่ฉันยกโทษให้พ่อจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้”

เกี่ยวกับรายงานที่ว่าเธอมีส่วนร่วมในธุรกิจของพ่อ เธอแสดงความเห็นว่า “ฉันไม่เคยร่วมด้วยและสัญญาว่าฉันไม่ได้โกหก” พ่อของเธอได้ขอให้เธอแนะนำเขากับโปรดิวเซอร์เพื่อเตรียมทำธุรกิจบันเทิง ดังนั้นเธอจึงแนะนำโปรดิวเซอร์ให้กับเขาและทั้งสามเคยคุยกันที่ร้านกาแฟครั้งเดียว เธอกล่าวต่อ “ฉันเพียงแนะนำโปรดิวเซอร์และมันไม่ใช่ข้อมูลธุรกิจ ถ้าฉันรู้ว่ามันเกี่ยวกับการฉ้อโกงฉันคงไม่นัดพวกเขาพบกันและแต่การติดต่อกับพ่อฉันทันที”

เยอึนหลั่งน้ำตาในขณะที่พูดถึงการเป็นเหยื่อการฉ้อโกงและการล่วงละเมิดทางเพศว่า “หัวใจของฉันเจ็บปวดมาก พวกเขาคงผ่านความเจ็บปวดมามากกว่าฉัน ถ้าชื่อของฉันถูกใช้ในการฉ้อโกงโดยที่ฉันไม่รู้ ฉันรู้สึกอับอายมากยิ่งกว่า”

เธอสรุปว่า “ฉันไม่สามารถให้อภัยพ่อเพราะทำผิดในการฉ้อโกงและล่วงละเมิดทางเพศ ครอบครัวของฉันและฉันสัญญาว่า ‘เราจะไม่ติดต่อกับพ่ออีก’ คิดแล้วมันก็เจ็บปวดหัวใจ ฉันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีนี้เลย ฉันจะอดทนต่อการไค่สวนและเผชิญหน้ามันอย่างจริงจัง”

ต้นสังกัดของเธอก็ยืนยันว่าเธอและพ่อของเธอถูกฟ้องเรื่องฉ้อโกงแต่เธอไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องและเธอกำลังให้ปากคำเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเธอ

แปลจาก soompi โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Happy Unni ร้านค้าแฟชั่น

Page 1 of 10123456»...Last »

Like แฟนเพจของเราเพื่อติดตามข่าวสารอัพเดทก่อนใครได้ที่นี่เลยจ้า