ดราม่าสนั่น! ยูทูบเบอร์ญี่ปุ่นถูกวิจารณ์หนัก หลังทำท่าเหยียดเชื้อชาติขณะเต้นเพลงซาน ATEEZ

GAMIX อินฟลูเอนเซอร์ชาวญี่ปุ่นวัย 19 ปี กลายเป็นประเด็นหลังเข้าร่วมทำชาเลนจ์เพลง “BAD” ของซาน ATEEZ แต่ระหว่างเต้นกลับใช้มือดึงหางตาตัวเอง ซึ่งเป็นท่าที่มักถูกใช้เพื่อล้อเลียนรูปลักษณ์ของชาวเอเชีย จนแฟนๆ ทั่วโลกออกมาวิจารณ์อย่างหนัก

หลังคลิปถูกลบ GAMIX ไม่ได้ออกมาขอโทษ แต่กลับโพสต์คลิปภาษาอังกฤษอ้างว่า “นี่คือดวงตาของชาวเอเชีย เวลาตื่นนอนตอนเช้าก็มักจะเป็นแบบนี้” ทำให้กระแสวิจารณ์ยิ่งรุนแรงขึ้น

ต่อมาเขาไลฟ์ขอโทษนานเกือบ 50 นาที แต่กลับพูดถึงเพียงเรื่องของ ลิโอเนล เมสซีและ MrBeast โดยไม่ได้กล่าวถึงซาน คนเกาหลี หรือชาวเอเชียแต่อย่างใด

GAMIX มีผู้ติดตาม YouTube กว่า 1.12 ล้านคน และ Instagram กว่า 2.16 ล้านคน อีกทั้งเคยเป็นข่าวหลังเดินทางไปชมฟุตบอลโลกและได้รับตั๋วนัดชิงจาก MrBeast ก่อนหน้านี้เจ้าตัวยังเคยโพสต์ภาพและคลิปล้อเลียนเมสซีจนเกิดดราม่ามาแล้วด้วย

ที่มา naver โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

ฮายองร่ำไห้กลางกองถ่ายจนต้องพักกองชั่วคราว หลังดราม่าประวัติครอบครัว

ฮายองถูกเปิดเผยว่าเกิดอาการร้องไห้ระหว่างถ่ายทำละคร SBS เรื่องใหม่ จนต้องพักกองชั่วคราว ท่ามกลางกระแสวิจารณ์เรื่องประวัติของ อันซังโฮ ผู้เป็นทวด ซึ่งถูกเปิดเผยว่ามีประวัติเกี่ยวข้องกับฝ่ายนิยมญี่ปุ่นในช่วงอาณานิคม

มีรายงานว่าเธอใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนกลับมาถ่ายทำต่อจนเสร็จตามกำหนด ขณะที่งานฉลองวันเกิดอายุ 31 ปีของฮายองในกองถ่ายก็ถูกยกเลิกด้วย

ด้าน SBS ยังไม่มีแผนเปลี่ยนตัวฮายอง โดยระบุว่าถ่ายทำไปแล้วเป็นสัดส่วนมาก และกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ละครถ่ายทำใกล้เสร็จและคาดว่าจะปิดกล้องภายในราว 3 สัปดาห์

ทั้งนี้ โฆษณาบางชิ้นที่ฮายองเป็นพรีเซนเตอร์ถูกตั้งเป็นส่วนตัว รวมถึงรายการและคอนเทนต์บางส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าวก็ถูกระงับการเผยแพร่แล้ว

ที่มา naver โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

ลิซ่า BLACKPINK ขอโทษแฟนๆ ปมดราม่าฉลองครบรอบ 10 ปี ตามรอยจีซู-โรเซ่

ลิซ่าออกมาพูดถึงกระแสวิจารณ์การฉลองครบรอบ 10 ปีของ BLACKPINK ผ่านแพลตฟอร์มสื่อสารกับแฟนๆ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม โดยยอมรับว่าเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและขอโทษที่เรื่องราวออกมาเป็นแบบนี้

ลิซ่าบอกว่าเธอเข้าใจว่าแฟนๆ ต้องรู้สึกผิดหวังแค่ไหน เพราะตัวเธอเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน พร้อมย้ำว่าวันครบรอบ 10 ปีควรเป็นช่วงเวลาพิเศษและเป็นโอกาสที่ทุกคนจะได้ร่วมฉลองไปด้วยกัน

เธอยังชี้แจงว่าไม่ได้ออกมาพูดเพื่อแก้ตัวหรือปกป้องสิ่งที่เกิดขึ้น แต่อยากบอกว่ารัก BLINK และขอบคุณที่คอยอยู่เคียงข้างกันเสมอ

ก่อนหน้านี้ จีซูและโรเซ่ ก็ออกมาขอโทษและพูดถึงความรู้สึกของแฟนๆ ด้วยตัวเอง ขณะที่ เจนนี่ โพสต์ภาพช่วงเวลาที่สมาชิกทั้ง 4 คนอยู่ด้วยกัน พร้อมเขียนข้อความขอบคุณแฟนๆ

ดราม่าเริ่มขึ้นหลังงานฉลองครบรอบ 10 ปีของ BLACKPINK ถูกประกาศก่อนวันครบรอบเพียง 2 วัน โดยเป็นงาน Meet & Greet สำหรับแฟนๆ เพียง 40 คน ก่อนจะมีเสียงวิจารณ์ตามมาเรื่องการเตรียมงานและรายละเอียดของของขวัญที่แจกภายในงาน จนสมาชิกทยอยออกมาสื่อสารกับแฟนๆ ด้วยตัวเอง เครดิตฟรี

ที่มา naver โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

SBS แถลงถึงกรณีดราม่าประวัติครอบครัวของ “ฮายอง” หลังทวดถูกโยงประเด็นสนับสนุนญี่ปุ่น

SBS ออกมาพูดถึงสถานการณ์ของ ฮายอง หลังประวัติของทวดเธอ อันซังโฮ ถูกเปิดเผยว่ามีชื่อเป็นกรรมการของกลุ่ม Daejeong Friendship Association ในปี 1916 ซึ่งถูกจัดว่าเป็นองค์กรที่สนับสนุนญี่ปุ่นในช่วงยุคอาณานิคม จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

ฮายองยังคงเดินหน้าถ่ายทำละครวันศุกร์-เสาร์เรื่องใหม่ของ SBS ‘The Long Shot Trial’ ที่กำลังอยู่ระหว่างการผลิต โดย SBS ระบุว่าได้ทราบถึงประเด็นดังกล่าวแล้วและกำลัง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเผยว่าละครถ่ายทำไปเยอะแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับความคืบหน้าหรือจำนวนฉากที่ถ่ายทำเสร็จได้

สำหรับ ‘The Long Shot Trial’ ฮายองรับบทนำร่วมกับ อีเจฮุน และมีกำหนดออกอากาศในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า โดยขณะนี้ยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงตัวนักแสดงหรือการหยุดถ่ายทำจาก SBS แต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้ต้นสังกัดของฮายองเคยออกมาปฏิเสธว่าข้อกล่าวหาเรื่องประวัติของทวดเป็นเรื่องไม่มีมูล ก่อนจะกลับคำหลังตรวจสอบหลักฐานเพิ่มเติม และออกมาขอโทษที่รีบตอบโดยไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบ ขณะที่ฮายองเองก็ได้เขียนจดหมายขอโทษและยอมรับว่าเพิ่งทราบถึงประวัติด้านดังกล่าวของทวดจากเหตุการณ์ครั้งนี้

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

โซแจวอนประกาศจุดยืน หลังดราม่าประวัติครอบครัวฮายอง ลั่นจะสนับสนุนลูกหลานนักสู้เพื่อเอกราช

นักเขียนบท โซแจวอน ประกาศว่าจะมีส่วนร่วมในการคัดเลือกนักแสดงผลงานของตัวเองมากขึ้น โดยตั้งใจเปิดโอกาสให้ ลูกหลานของนักเคลื่อนไหวเพื่อเอกราชเกาหลี ได้ร่วมงานในผลงานของเขา

โซแจวอนได้โพสต์ภาพนักแสดงรุ่นใหญ่ ชเวบูลอัม พร้อมระบุว่า ชเวชอล ผู้เป็นพ่อของชเวบูลอัมเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อเอกราช และชเวบูลอัมก็ได้รับความรักจากผู้ชมในฐานะ “คุณพ่อแห่งชาติ” มาอย่างยาวนาน โดยผลงานละครเรื่องสุดท้ายของชเวบูลอัมคือผลงานที่เขามีส่วนร่วม และเป็นคนเชิญนักแสดงมาร่วมงานด้วยตัวเอง

เขากล่าวต่อว่า จากเหตุการณ์นี้ทำให้ได้รู้ว่าลูกหลานของบุคคลผู้เสียสละเพื่อประเทศหลายคนกำลังทำงานในวงการบันเทิง พร้อมประกาศว่า หากสังคมไม่สามารถช่วยทำให้ลูกหลานของนักเคลื่อนไหวเพื่อเอกราชได้รับการยกย่อง เขาก็อยากใช้ผลงานของตัวเองช่วยทำให้พวกเขาได้รับแสงมากขึ้น

โซแจวอนยังกล่าวว่า “การให้เกียรติและเคารพลูกหลานของนักเคลื่อนไหวเพื่อเอกราชควรแตกต่างจากลูกหลานของผู้ที่ร่วมมือกับญี่ปุ่นอย่างชัดเจน” ก่อนสรุปว่า “พูดง่ายๆ คือ ต่อจากนี้ในผลงานของผมจะต้องมีลูกหลานของนักเคลื่อนไหวเพื่อเอกราชร่วมแสดงอย่างแน่นอน” และปิดท้ายด้วยคำว่า “เกาหลีจงเจริญ”

ก่อนหน้านี้ โซแจวอนเคยวิจารณ์ ฮายอง หลังเกิดประเด็นเกี่ยวกับประวัติของทวดของเธอ โดยกล่าวเชิงตำหนิว่า “นี่กลายเป็นยุคที่แม้แต่บรรพบุรุษที่มีประวัติร่วมมือกับญี่ปุ่นก็ยังกลายเป็นเรื่องน่าภูมิใจไปแล้วสินะ”

ที่มา naver โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

คิมฮีชอลอธิบายเอง หลังดราม่าธงชาติ “ทำไมต้องขอโทษ?” ลั่นประเด็นนี้ไม่เกี่ยวฝ่ายซ้าย-ขวา

คิมฮีชอล Super Junior ออกมาอธิบายด้วยตัวเอง หลังจากก่อนหน้านี้วิจารณ์แบนเนอร์ฉลองวันประกาศอิสรภาพของอินชอน โดยเข้าใจว่าธงชาติเกาหลีถูกวางกลับหัว ก่อนจะยอมรับว่าตัวเองเข้าใจผิดและออกมาขอโทษ

หลังคำขอโทษกลับเกิดการถกเถียงเรื่อง “จุดยืนทางการเมือง” ของเขา คิมฮีชอลจึงโพสต์ข้อความยาวผ่านโซเชียลเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พร้อมถามกลับว่า “ผมยืนอยู่ฝั่งซ้ายหรือขวาแล้วไปต่อต้านอีกฝั่งตรงไหน?” พร้อมยืนยันว่าที่พูดถึงเรื่องธงชาติและสิทธิในการเลือกตั้ง ไม่ได้มีเจตนาสนับสนุนหรือต่อต้านฝ่ายการเมืองใด

เขายังกล่าวถึงคนที่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องออกมาขอโทษว่า เขาเข้าใจว่าทำไมหลายคนถึงรู้สึกโกรธ เพราะก่อนหน้านี้เขาอธิบายเจตนาของตัวเองอ้อมเกินไป พร้อมย้ำว่า “ผมเห็นธงชาติกลับหัวอยู่ตลอด แล้วจะโกรธมันไม่ปกติเหรอ? เราทุกคนก็เป็นประชาชนเกาหลีเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”

คิมฮีชอลยังพูดถึงประเด็นสิทธิในการเลือกตั้ง โดยบอกว่าเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ทุกคนมีสิทธิเลือกอย่างอิสระ จะเลือกใคร ชูนิ้วหนึ่งนิ้วหรือสองนิ้ว แต่งตัวสีแดง น้ำเงิน หรือชมพู ก็ไม่ควรถูกมองหรือโจมตีกันอย่างรุนแรง พร้อมเสริมว่า “แต่ถ้าถึงขั้นไม่ให้โอกาสเลือกเลย แน่นอนว่าต้องโกรธ”

นอกจากนี้ เขายังเปิดเผยเรื่องราวของคุณปู่ที่พลัดพรากจากครอบครัวในช่วงสงครามเกาหลี โดยบอกว่าตัวเองรักคุณปู่มาก และเพราะครอบครัวของคุณปู่ต้องแยกจากกันตั้งแต่ช่วงสงคราม เขาจึงไม่สามารถชื่นชอบรัฐบาลเกาหลีเหนือที่เป็นฝ่ายบุกเกาหลีใต้ในเวลานั้นได้

ท้ายที่สุด คิมฮีชอลกล่าวว่า “ก่อนจะเป็นคนดังที่ได้รับทั้งความรักและความเกลียดจากทุกคน ผมคือคนเกาหลีที่เกิดในจังหวัดคังวอนที่น่ารักคนหนึ่ง”

สำหรับต้นตอของเรื่อง อินชอนได้ติดแบนเนอร์ฉลองครบรอบ 81 ปีวันประกาศอิสรภาพเกาหลีเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม โดยมีภาพนักเคลื่อนไหวถือธงชาติ แต่ชาวเน็ตบางส่วนสังเกตว่าธงดูเหมือนกลับหัว คิมฮีชอลจึงเข้าไปแสดงความคิดเห็นวิจารณ์ ขณะที่ชเวซีวอนเพื่อนร่วมวงก็เข้ามาคอมเมนต์ด้วยอีโมจิธงชาติเกาหลี

ต่อมาอินชอนชี้แจงว่า ภาพดังกล่าวเป็นการวาดจากมุมมองด้านล่างของคนที่กำลังโบกธง ทำให้รูปธงดูแตกต่างจากมุมมองปกติ ก่อนจะถอดแบนเนอร์ดังกล่าวออกในวันที่ 8 สิงหาคม

หลังจากนั้นคิมฮีชอลยอมรับว่าตัวเองเข้าใจผิด เพราะมองเพียงลวดลายของธงโดยไม่ได้พิจารณาทิศทางและมุมของภาพให้ละเอียด พร้อมออกมาขอโทษ แต่คำขอโทษกลับนำไปสู่การถกเถียงทางการเมืองอีกระลอก จนเจ้าตัวต้องออกมาอธิบายจุดยืนของตัวเองอีกครั้งในครั้งนี้

ที่มา naver โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

ดราม่างานครบรอบ 10 ปี BLACKPINK แฟนวิจารณ์หนัก หลังจำกัดผู้ร่วมงานแค่ 40 คน

ก่อนถึงวันครบรอบเดบิวต์ 10 ปีของ BLACKPINK ในวันที่ 8 สิงหาคม บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยเสียงวิจารณ์จากแฟนๆ หลัง YG Entertainment ประกาศจัดอีเวนต์พิเศษ แต่เปิดโอกาสให้แฟนคลับเข้าร่วมได้เพียง 40 คน เท่านั้น

ตามประกาศบน Weverse อีเวนต์ดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันที่ 8 สิงหาคม โดยเปิดให้เฉพาะสมาชิก BLACKPINK Weverse Membership ที่สมัครภายในกำหนดร่วมลุ้นสิทธิ์เข้าร่วม ขณะที่รายละเอียดสถานที่และเวลา จะเปิดเผยเฉพาะผู้ที่ได้รับเลือกเท่านั้น

สิ่งที่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังมากขึ้นคือ การประกาศมีขึ้นเพียง 2 วันก่อนวันงาน อีกทั้งยังระบุว่า สมาชิกที่จะเข้าร่วมขึ้นอยู่กับตารางงาน ทำให้ไม่มีการยืนยันว่าจะได้เห็นทั้ง 4 คนพร้อมหน้ากันในวันครบรอบสำคัญของวง

หลังรายละเอียดถูกเผยแพร่ แฟนๆ จำนวนมากแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลและชุมชนออนไลน์ โดยหลายคนมองว่า งานครบรอบ 10 ปีควรได้รับการเตรียมพร้อมมากกว่านี้ ทั้งในแง่ของจำนวนผู้เข้าร่วม ความชัดเจนของข้อมูล และกิจกรรมที่เหมาะสมกับโอกาสสำคัญของวง บางคนเสนอว่า หากจัดงานให้แฟนได้เพียง 40 คน อย่างน้อยก็ควรมีไลฟ์สดหรือคอนเทนต์ที่แฟนทั่วโลกสามารถร่วมฉลองไปพร้อมกันได้

ก่อนหน้านี้ YG ได้เปิดตัวสินค้าที่ระลึกฉลองครบรอบ 10 ปีร่วมกับแบรนด์ MU:DS ของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลี รวมถึงกิจกรรมสะสมแบดจ์บน Weverse แต่แฟนๆ จำนวนไม่น้อยยังคงหวังว่าจะมีการประกาศกิจกรรมเพิ่มเติมในวันครบรอบเดบิวต์ของ BLACKPINK เอง

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

ครูประจำชั้นออกโรงปกป้อง “วอนอี RESCENE” ปมบูลลี่ในโรงเรียน ดราม่าคลี่คลายแล้ว

ประเด็นกล่าวหาเรื่องการบูลลี่ในโรงเรียนของ วอนอี (Woni) สมาชิกวง RESCENE ดูเหมือนจะคลี่คลายลงแล้ว หลังอดีตครูประจำชั้นและเพื่อนร่วมชั้นหลายคนออกมาโต้แย้งข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันว่าข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ไม่ตรงกับความจริง

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ผู้ใช้งาน X รายหนึ่งซึ่งระบุว่าตนเป็นครูประจำชั้นของวอนอีในสมัยเรียนมัธยมต้น ได้เปิดเผยหลักฐานหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นจดหมายที่วอนอีเคยเขียน ภาพถ่ายสมัยเรียน ภาพร่วมกับเพื่อน รวมถึงบทสนทนากับครูคนอื่นที่เคยสอนเธอ เพื่อยืนยันตัวตนและชี้แจงข้อเท็จจริง

ครูคนดังกล่าวยอมรับว่า หากวอนอีเคยทำผิดจริงในช่วงที่เรียนอยู่ ตนก็พร้อมรับผิดชอบในฐานะครูที่สั่งสอนไม่ดีพอ แต่ขอให้ทุกคนหยุดวิจารณ์จากข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานรองรับ

พร้อมเล่าว่า วอนอีเป็นนักเรียนที่ตั้งใจเรียน รับหน้าที่กรรมการนักเรียนของโรงเรียนอย่างจริงจัง และเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เธอยังเคยร่วมรณรงค์ต่อต้านการบูลลี่ในโรงเรียน รวมถึงก่อนเรียนจบยังชวนเพื่อนไปทำเค้กด้วยตัวเองเพื่อนำมามอบให้คุณครูอีกด้วย

ครูยังเล่าย้อนความทรงจำว่า แม้ตนจะเป็นครูที่ค่อนข้างเข้มงวดในช่วงเริ่มทำงาน แต่วอนอีก็เป็นนักเรียนที่ให้ความเคารพเสมอ และในวันจบการศึกษาทั้งคู่ถึงกับกอดกันร้องไห้ขณะอำลา

นอกจากนี้ ยังยืนยันว่าวอนอียังคงติดต่อกับเพื่อนสมัยเรียนอยู่เป็นประจำ โดยเพื่อนกลุ่มเดิมยังไปเที่ยวด้วยกันเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพียงแต่วอนอีไม่สามารถไปร่วมได้เพราะติดตารางงาน

หลังคำชี้แจงของครูถูกเผยแพร่ออกมา ไม่นานโพสต์ต้นเรื่องที่กล่าวหาวอนอีก็ถูกลบออก เช่นเดียวกับบัญชีผู้โพสต์ที่ถูกปิดในเวลาต่อมา ขณะที่ครูเจ้าของโพสต์ได้กล่าวขอบคุณแฟนๆ ที่คอยสนับสนุนวอนอี พร้อมขอให้ทุกคนมองเธอด้วยความเข้าใจ ก่อนจะปิดบัญชีของตัวเองตามที่ตั้งใจไว้

ก่อนหน้านี้ ข้อกล่าวหาดังกล่าวเริ่มต้นจากโพสต์นิรนามเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งอ้างว่าวอนอีเคยมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมและอยู่ในกลุ่มนักเรียนที่สร้างปัญหา อย่างไรก็ตาม หลังมีทั้งครูและเพื่อนร่วมชั้นออกมายืนยันข้อมูลในอีกด้านหนึ่ง กระแสส่วนใหญ่ก็มองว่าข้อกล่าวหาเหล่านั้นไม่มีน้ำหนักเพียงพอ และเรื่องราวก็ค่อยๆ ยุติลง

วอนอีเดบิวต์กับ RESCENE ในปี 2024 โดยช่วงหลังวงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากเพลง “LOVE ATTACK” ที่กลับมาเป็นไวรัลอีกครั้ง รวมถึงซิงเกิลรีเมก “Pretty Girl” และการปรากฏตัวในรายการวาไรตี้และคอนเทนต์บน YouTube ซึ่งช่วยให้ RESCENE กลายเป็นหนึ่งในเกิร์ลกรุ๊ปดาวรุ่งที่น่าจับตามองในเวลานี้

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

วงการบันเทิงเกาหลีร้อนระอุในวันเดียว หลังมีทั้งข่าวการหย่าร้าง การแต่งงาน การเปิดตัวคบหาดูใจ และประเด็นดราม่าชีวิตส่วนตัวเกิดขึ้นพร้อมกันจนกลายเป็นประเด็นร้อน

เริ่มจาก โกจียง อดีตสมาชิกวง Sechs Kies ที่ออกมาประกาศผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า เขาและภรรยา ฮอยังอิม แพทย์ชื่อดังที่จบจากมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา ได้หย่าร้างกันแล้ว โดยเปิดเผยว่าทั้งคู่ยุติความสัมพันธ์มาตั้งแต่ 2 ปีก่อน

โกจียงอธิบายในแถลงการณ์ว่า “ผมหย่ากับภรรยามาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว สาเหตุที่ไม่ได้เปิดเผยเรื่องนี้ก่อน เพราะต้องการให้ลูกชาย ซึงแจ มีเวลาปรับตัวและเติบโตอย่างมั่นคง”

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า การหย่าครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ต่างฝ่ายต่างเคารพเส้นทางชีวิตของกันและกัน และยังคงทำหน้าที่ของตัวเองในฐานะผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบต่อครอบครัว

โกจียงยังเผยว่า ปัจจุบันลูกชายเข้าใจความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ของพ่อและแม่แล้ว และใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคง พร้อมย้ำว่า แม้จะไม่ได้อยู่ในฐานะสามีภรรยาอีกต่อไป แต่ทั้งสองยังคงให้กำลังใจและสนับสนุนกัน รวมถึงเขาจะทำหน้าที่คุณพ่ออย่างเต็มที่ต่อไป

อีกหนึ่งข่าวที่สร้างความเซอร์ไพรส์คือ มุนกึนยอง นักแสดงสาวชื่อดัง ประกาศข่าวดีผ่านจดหมายที่เขียนด้วยลายมือลงบนโซเชียลมีเดียว่า เธอกำลังจะแต่งงาน

มุนกึนยองเขียนว่า

“ฉันมีข่าวที่อยากบอกทุกคน จึงหยิบปากกาขึ้นมาเขียนจดหมายฉบับนี้ ฉันกำลังจะแต่งงานค่ะ”

เธอเล่าว่า ได้พบกับคนที่อยากเดินเคียงข้างไปตลอดชีวิต อยากแบ่งปันทั้งช่วงเวลาที่สุขและทุกข์ รวมถึงเสียงหัวเราะจากเรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน และตั้งใจจะสร้างอนาคตร่วมกัน

พร้อมทั้งขอให้แฟนๆ มอบคำอวยพรและกำลังใจแทนความเป็นห่วง พร้อมสัญญาว่าจะใช้ชีวิตให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนทุกแรงสนับสนุนที่ได้รับ

สื่อเกาหลีรายงานว่า เจ้าบ่าวคือ จองพยอง นักแสดงรุ่นพี่ที่อายุมากกว่าเธอ 7 ปี โดยทั้งคู่รู้จักกันผ่านกลุ่มสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเดียวกัน ความสัมพันธ์ของทั้งสองถูกเก็บเป็นความลับอย่างดี ถึงขั้นเพื่อนนักแสดงหลายคนไม่เคยรู้มาก่อนว่าทั้งคู่กำลังคบหาดูใจหรือเตรียมแต่งงาน ส่วนกำหนดวันวิวาห์ยังไม่ได้มีการเปิดเผย

ด้าน อีควานฮี และ ยูชีอึน ก็สร้างความฮือฮาไม่น้อย หลังทั้งคู่ประกาศคบกันอย่างเป็นทางการผ่านโซเชียลมีเดีย

ทั้งสองโพสต์ภาพที่ถ่ายร่วมกันในร้านอาหาร พร้อมข้อความว่า

“วันนี้พวกเราอยากเป็นคนบอกข่าวดีด้วยตัวเอง ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราค่อยๆ เรียนรู้กันและกันอย่างเงียบๆ ท่ามกลางความอบอุ่นและกำลังใจจากหลายๆ คน และตอนนี้อยากบอกความรู้สึกของเราด้วยตัวเอง”

ทั้งคู่ยังเผยว่าจะดูแลและสนับสนุนกันต่อไป พร้อมขอให้แฟนๆ มอบความรักและกำลังใจให้กับความสัมพันธ์ของทั้งสอง

ย้อนกลับไปในรายการ Single’s Inferno 3 ของ Netflix เมื่อปี 2023 อีควานฮีเลือก ชเวฮเยซอน ส่วนยูชีอึนเลือก ชเวมินอู ทำให้ทั้งคู่ไม่ได้ลงเอยกันในรายการ แต่หลังจากจบรายการ พวกเขากลับพัฒนาความสัมพันธ์ในชีวิตจริงจนกลายมาเป็นคู่รักในที่สุด

ขณะที่ประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนมากที่สุดของวันคือ ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของนักแสดง ฮวังจองมิน

ช่วงเช้าของวันที่ 29 กรกฎาคม มีการเผยแพร่โพสต์ในชุมชนออนไลน์และโซเชียลมีเดีย โดยบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็น A ได้โพสต์ภาพแคปหน้าจอ พร้อมอ้างว่าเป็นบันทึกการโทรและบทสนทนาระหว่างตนกับฮวังจองมิน พร้อมกล่าวอ้างว่าทั้งสองเคยมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวที่ไม่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน Sam Company ต้นสังกัดของฮวังจองมิน ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยระบุว่า

ผู้เผยแพร่โพสต์ดังกล่าวเป็น ผู้ต้องสงสัยในคดีสะกดรอย (Stalking) ที่คุกคามฮวังจองมินมาอย่างต่อเนื่อง

ต้นสังกัดเปิดเผยว่า ฮวังจองมินได้แจ้งความดำเนินคดีอาญากับบุคคลดังกล่าวแล้ว และศาลได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวรวม 3 ครั้ง เช่น คำสั่งห้ามเข้าใกล้ อีกทั้งยังมีคำสั่งลงโทษปรับเป็นเงิน 3 ล้านวอน จากความผิดฐานสะกดรอย

Sam Company ยังระบุว่าจะดำเนินมาตรการทางกฎหมายเพิ่มเติมต่อโพสต์ที่ถูกตัดต่อและเผยแพร่ด้วยเจตนาร้าย พร้อมกล่าวขอโทษที่ทำให้ประชาชนเกิดความกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แม้จะเผชิญกับข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่ฮวังจองมินยังมีกำหนดเข้าร่วมกิจกรรมพบปะแฟนๆ ของภาพยนตร์ “Hope” ตามกำหนดเดิม

ด้านทีมผู้สร้างภาพยนตร์ Hope ระบุว่า ผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวยังมีพฤติกรรมคุกคามภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย และกำลังพิจารณามาตรการตอบโต้ที่เหมาะสม

ขณะที่รายการวาไรตี้ของ SBS “Whenever Possible,” ซึ่งก่อนหน้านี้ประกาศว่าฮวังจองมินจะเข้าร่วมรายการ ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงตารางงานหรือไม่ และปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของฮวังจองมินยังอยู่ระหว่างการโต้แย้ง โดยต้นสังกัดยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง และกำลังดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว

ที่มา naver โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

วอนยอง IVE ปรากฏตัวที่สนามบินด้วยใบหน้าเปิดเผยเต็มๆ หลังดราม่าตรวจสอบตัวตนกลายเป็นประเด็นร้อน

วอนยองสมาชิกวง IVE กลายเป็นที่จับตามองอีกครั้ง หลังปรากฏตัวที่สนามบินกิมโปเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน เพื่อเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นพร้อมสมาชิกวง โดยครั้งนี้เธอมาในลุคที่เปิดเผยใบหน้าอย่างเต็มที่ ไม่สวมหน้ากากปิดบังใบหน้าเหมือนช่วงก่อนหน้า

สื่อเกาหลีรายงานว่าวอนยองยิ้มทักทายแฟนๆ และสื่อมวลชนอย่างเป็นกันเองตลอดการเดินทาง ซึ่งได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากก่อนหน้านี้เธอเพิ่งตกเป็นประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับขั้นตอนการตรวจสอบตัวตนที่สนามบิน

ดราม่าดังกล่าวเริ่มต้นจากคลิปเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ขณะที่วอนยองเดินทางไปเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ผ่านสนามบินกิมโป ในระหว่างการตรวจสอบตัวตน เจ้าหน้าที่ได้ขอให้เธอลดหน้ากากเพื่อเปรียบเทียบใบหน้ากับรูปในหนังสือเดินทาง ซึ่งวอนยองได้ยกหมวกขึ้นและลดหน้ากากลงตามคำขอ

อย่างไรก็ตาม หลังคลิปถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตบางส่วนวิจารณ์ว่าเธอให้ความร่วมมืออย่างไม่เต็มใจ และตั้งคำถามเกี่ยวกับท่าทีของเธอระหว่างการตรวจสอบ ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าเธอปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้องแล้วและไม่ควรถูกวิจารณ์จากคลิปสั้นๆ เพียงไม่กี่วินาที

ต่อมาประเด็นดังกล่าวลุกลามจนมีการยื่นคำร้องต่อ Korea Airports Corporation เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงมาตรฐานการตรวจสอบตัวตนของผู้โดยสารให้ชัดเจนมากขึ้น รวมถึงตั้งคำถามว่ากฎเดียวกันถูกใช้กับผู้โดยสารทุกคนอย่างเท่าเทียมหรือไม่

ภายหลัง Korea Airports Corporation ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการว่า ขั้นตอนการตรวจสอบของวอนยองเป็นไปตามระเบียบทุกประการ และไม่พบปัญหาใดๆ ในกระบวนการดังกล่าว โดยระบุว่าผู้โดยสารไม่จำเป็นต้องถอดหมวกออกทั้งหมด หากเจ้าหน้าที่สามารถยืนยันตัวตนได้จากใบหน้าและเอกสารเดินทาง

นอกจากนี้ หน่วยงานยังเผยว่ากำลังพิจารณาปรับปรุงข้อมูลและแนวทางการสื่อสารเกี่ยวกับการตรวจสอบตัวตนของผู้โดยสาร เพื่อให้ประชาชนเข้าใจขั้นตอนต่างๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในอนาคต

หลังเกิดดราม่า วอนยองยังคงเดินหน้าทำกิจกรรมตามปกติ และการปรากฏตัวครั้งล่าสุดของเธอที่สนามบินพร้อมใบหน้าที่เปิดเผยอย่างเต็มที่ ก็กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

ซานะ TWICE เปิดใจถึงดราม่าชุด “ไม่รู้เลยว่าชุดมันเปิดตอนถูกถ่ายรูป”

ซานะสมาชิกวง TWICE ได้ออกมาพูดถึงประเด็นดราม่าชุดในงานอีเวนต์ที่เคยกลายเป็นกระแสพูดถึงในโลกออนไลน์ โดยเผยว่าเธอไม่รู้เลยว่าชุดมีปัญหาระหว่างร่วมงาน

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ซานะได้สื่อสารกับแฟนๆผ่านแพลตฟอร์มแฟนคลับ และพูดถึงประเด็นเกี่ยวกับชุดที่เธอสวมใส่ในงานอีเวนต์ ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกชาวเน็ตบางส่วนวิจารณ์ว่าให้ภาพลักษณะคล้าย “ไม่สวมกางเกง”

ซานะอธิบายถึงเหตุการณ์ในวันนั้นว่า “ตอนที่ลองชุดมันพอดีมากเลยค่ะ ตรงกลางไม่ได้แหวกหรือแยกออกจากกันเลย แต่พอถึงเวลาต้องเข้างาน ตอนนั้นมันวุ่นวายและฉุกละหุกมากจริงๆจนฉันไม่มีเวลาแม้แต่จะส่องกระจกเช็คความเรียบร้อยก่อนเดินเข้างานเลยค่ะ”

จากภาพที่ถูกเผยแพร่ในวันดังกล่าว ซานะสวมเดรสลายดอกไม้สีสันสดใส แต่เนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับการจัดทรงของชุดที่ไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง “กางเกงหาย” หรือ “ไม่ใส่ท่อนล่าง” ขึ้นในโลกออนไลน์

เธอเผยต่อว่า “พอฉันกลับเข้ามาในห้องพัก ถึงเพิ่งได้รู้ว่าชุดมันแหวกออกตอนที่โดนถ่ายรูปไปแล้วค่ะ ตอนนั้นรู้สึกตกใจและทำอะไรไม่ถูกเลย”

ซานะกล่าวว่า “ฉันรู้สึกเสียใจอยู่แล้วที่ชุดมันไม่ได้ออกมาสวยงามสมบูรณ์แบบเหมือนตอนที่ลองชุดทีแรก แต่พอต้องมาเห็นคำพูดและคอมเมนต์ต่างๆ ที่ตามมาหลังจากนั้นอีก มันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกเสียใจและสะเทือนใจมากขึ้นไปอีกค่ะ” เธอสารภาพความรู้สึกเจ็บปวดที่ซ่อนไว้

หลังจากที่ประเด็นชุดดังกล่าวถูกวิจารณ์อย่างหนัก แต่เมื่อแฟนๆและชาวเน็ตได้รับรู้ความจริงและความรู้สึกเสียใจของซานะที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสวยงามในงาน ต่างก็พากันส่งข้อความปลอบใจและให้กำลังใจเธออย่างล้นหลาม เช่น:

“โถซานะ ค่ายกับสไตลิสต์ต้องดูแลให้ดีกว่านี้สิ ตอนเดินรูปออกมาสวยนะ แต่เข้าใจเลยว่าทำไมเจ้าตัวถึงเสียใจ”
“มันเป็นเพราะอุบัติเหตุชุดแหวกจริงๆด้วย สไตลิสต์หน้างานทำไมไม่เช็คให้ดีก่อนปล่อยศิลปินออกไปนะ”
“อย่าคิดมากเลยนะซานะ วันนั้นเธอสวยมากๆ คำพูดแย่ๆ ในเน็ตไม่ต้องไปสนใจเลย!”
“เห็นใจเลยอ่ะ ตอนลองชุดมันปกติ แต่พอเดินจริงผ้ามันคงขยับ ซานะเข้มแข็งไว้นะ”

ที่มา naver โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

ดราม่าสนามบินของจางวอนยองลุกลามถึงหน่วยงานรัฐ ชาวเน็ตยื่นคำร้องขอให้กำหนดมาตรฐานตรวจสอบตัวตนผู้โดยสารให้ชัดเจน

ประเด็นดราม่าที่เกี่ยวข้องกับ จางวอนยอง สมาชิกวง IVE ระหว่างการเดินทางออกนอกประเทศผ่านสนามบินกิมโป ได้ขยายวงกว้างจนมีการยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเรียกร้องให้มีการกำหนดและเปิดเผยมาตรฐานการตรวจสอบตัวตนผู้โดยสารในสนามบินอย่างชัดเจน

ตามรายงานของ Sports Kyunghyang เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน มีผู้ยื่นเรื่องต่อฝ่ายบริหารความปลอดภัยของสนามบินกิมโป โดยขอให้มีการชี้แจงแนวปฏิบัติอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับขั้นตอนการยืนยันตัวตนผู้โดยสารในโซนขาออกระหว่างประเทศ

ผู้ร้องเรียนตั้งคำถามว่า สนามบินที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Korea Airports Corporation มีมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ ในกรณีที่ผู้โดยสารสวมหน้ากาก หมวก หรือแว่นกันแดดระหว่างการตรวจสอบเอกสารเดินทาง

เรื่องดังกล่าวเริ่มต้นจากคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ขณะที่จางวอนยองเดินทางไปนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ผ่านสนามบินกิมโป

ในคลิป เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ขอให้เธอลดหน้ากากลงเพื่อเปรียบเทียบใบหน้ากับรูปถ่ายในหนังสือเดินทาง โดยจางวอนยองได้ยกหมวกขึ้นและลดหน้ากากลงชั่วครู่ ก่อนจะสวมกลับตามเดิม

อย่างไรก็ตาม หลังคลิปถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตบางส่วนวิจารณ์ว่าเธอให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบไม่มากพอ จนเกิดเป็นประเด็นถกเถียงเรื่อง “ท่าที” ของเธอในโลกออนไลน์

ด้านผู้ยื่นคำร้องมองว่ากระแสวิจารณ์ควรหันไปให้ความสำคัญกับความชัดเจนของกฎระเบียบมากกว่าพฤติกรรมของคนดัง โดยระบุว่า หากมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่ผู้โดยสารทุกคนต้องปฏิบัติ สนามบินควรแจ้งให้ประชาชนรับทราบอย่างชัดเจนและเข้าใจได้ง่าย

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเผยว่า มีกฎข้อบังคับใดที่กำหนดให้ผู้โดยสารต้องถอดหน้ากาก หมวก หรือแว่นกันแดดระหว่างการตรวจสอบตัวตน รวมถึงหน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบในการกำหนดมาตรฐานดังกล่าว

ผู้ร้องเรียนยังแสดงความกังวลว่า หากข้อกำหนดต่างๆ ไม่ถูกระบุไว้อย่างชัดเจน อาจเพิ่มภาระให้เจ้าหน้าที่ภาคสนาม และก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือข้อโต้แย้งในอนาคตได้

พร้อมกันนี้ ยังมีการตั้งคำถามว่ามาตรฐานการตรวจสอบความปลอดภัยถูกนำมาใช้กับผู้โดยสารทุกคนอย่างเท่าเทียมหรือไม่ โดยระบุว่าไม่ควรมีการผ่อนปรนหรือใช้เกณฑ์ที่แตกต่างกันเพียงเพราะเป็นนักการเมือง นักธุรกิจ หรือคนดัง

ปัจจุบัน กฎหมายความปลอดภัยด้านการบินของเกาหลีใต้กำหนดให้ผู้ดำเนินการสนามบินต้องตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างบัตรโดยสารและเอกสารยืนยันตัวตนของผู้โดยสารอย่างเคร่งครัด และหากไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลจากภาพถ่ายได้อย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมได้

สำหรับสนามบินนานาชาติอินชอน มีการติดป้ายประกาศอย่างเป็นทางการให้ผู้โดยสารถอดหน้ากาก หมวก และแว่นกันแดดชั่วคราวเพื่อยืนยันตัวตน ขณะที่ Korea Airports Corporation มีแผนจะพิจารณาและตอบคำร้องดังกล่าวภายในวันที่ 23 มิถุนายนนี้

ที่มา nate โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

“Teach You a Lesson” ขึ้นแท่นซีรีส์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก่อนออกอากาศ แม้เผชิญดราม่าจากเว็บตูนต้นฉบับ

ซีรีส์เกาหลีเรื่องใหม่ “Teach You a Lesson” กำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ชมทั่วโลก แม้จะยังไม่ออกอากาศอย่างเป็นทางการ แต่ก็สามารถขึ้นอันดับ 1 ในการจัดอันดับซีรีส์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก่อนออกอากาศได้สำเร็จ

ตามรายงานจาก Good Data Corporation ซีรีส์ “Teach You a Lesson” ครองอันดับ 1 ในการจัดอันดับซีรีส์ที่ได้รับความสนใจสูงสุดก่อนออกอากาศประจำสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน แสดงให้เห็นถึงกระแสความคาดหวังจากผู้ชมทั้งในเกาหลีและต่างประเทศ

ซีรีส์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากเว็บตูนชื่อดัง “Get Schooled” หรือ “True Education” และนำแสดงโดย คิมมูยอล, อีซองมิน, จินกีจู และ พโยจีฮุน (P.O)

อย่างไรก็ตาม ตัวผลงานยังคงเผชิญกระแสถกเถียงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเว็บตูนต้นฉบับเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากประเด็นการนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรงในโรงเรียน การลงโทษทางร่างกาย รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการเหยียดเชื้อชาติและการเลือกปฏิบัติในบางตอนของเรื่อง

แม้จะมีข้อถกเถียงดังกล่าว แต่ผู้ชมจำนวนมากยังคงให้ความสนใจกับเวอร์ชันซีรีส์ โดยหลายคนมองว่าการดัดแปลงเป็นฉบับคนแสดงอาจมีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้แตกต่างจากต้นฉบับ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งกำลังจับตาดูว่าทีมผู้สร้างจะรับมือกับประเด็นอ่อนไหวเหล่านี้อย่างไร

“Teach You a Lesson” เป็นซีรีส์แนวแอ็กชัน-ดราม่าในโรงเรียนที่เล่าเรื่องของเจ้าหน้าที่หน่วยคุ้มครองสิทธิครู ซึ่งได้รับอำนาจพิเศษในการจัดการกับปัญหาความรุนแรงและความไม่เป็นธรรมในระบบการศึกษา โดยมีกำหนดสตรีมผ่าน Netflix ในเดือนมิถุนายนนี้

แม้จะยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่กระแสตอบรับที่ร้อนแรงก็พิสูจน์ให้เห็นว่า “Teach You a Lesson” เป็นหนึ่งในซีรีส์เกาหลีที่ถูกจับตามองมากที่สุดแห่งปี 2026 อย่างไม่ต้องสงสัย

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

ชาวเน็ตถกเดือด! Park Ji Hoon เจอดราม่าเรื่องบัตรเชิญและโมเมนต์ใกล้ชิดแฟนคลับสาวในงานแฟนคอน

Park Ji Hoon กำลังตกเป็นประเด็นถกเถียงในโลกออนไลน์ หลังภาพจากงานแฟนคอนเสิร์ตล่าสุดถูกแชร์ออกมา จนเกิดกระแสวิจารณ์ทั้งเรื่องการแจกบัตรเชิญและการปฏิสัมพันธ์กับแฟนคลับบางรายที่หลายคนมองว่าใกล้ชิดเกินไป

ประเด็นเริ่มต้นจากหญิงสาวคนหนึ่งโพสต์รีวิวหลังเข้าร่วมงาน พร้อมเปิดเผยว่าเธอได้รับบัตรฟรีผ่านคนรู้จักในวงการบันเทิง โดยในโพสต์มีทั้งภาพบัตรเข้างานและภาพเซลฟี่คู่กับพัคจีฮุนหลังเวที

แม้การแจกบัตรเชิญให้คนในวงการจะเป็นเรื่องปกติ แต่แฟนคลับบางส่วนแสดงความไม่พอใจ โดยมองว่าพวกเขาต้องแข่งขันกดบัตรอย่างหนัก ขณะที่บางคนกลับได้เข้าชมฟรี

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากกว่ากลับเป็นภาพถ่ายคู่ที่ถูกเผยแพร่ โดยในหลายภาพ หญิงสาวคนดังกล่าวมีการจับคาง แตะแก้ม และสัมผัสใบหน้าของพัคจีฮุนระหว่างถ่ายรูป ซึ่งเธอระบุว่าเป็นท่าทางที่ศิลปินยินยอมและให้ความร่วมมือเอง

หลังภาพถูกเผยแพร่ แฟนคลับบางส่วนมองว่าโมเมนต์ดังกล่าวเกินกว่าการแฟนเซอร์วิสทั่วไป พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมแฟนบางคนถึงได้รับโอกาสใกล้ชิดในระดับนี้

ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าเป็นเพียงการถ่ายรูปเล่นกันตามปกติ และชี้ว่าพัคจีฮุนเป็นคนที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นกันเองกับแฟนคลับอยู่แล้ว รวมถึงการแจกบัตรเชิญให้บุคคลในวงการก็เป็นเรื่องปกติของงานบันเทิง

ถึงตอนนี้ทั้งพัคจีฮุนและต้นสังกัดยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว แต่ในโลกออนไลน์ยังคงมีการถกเถียงกันอย่างต่อเนื่องว่าขอบเขตระหว่าง “แฟนเซอร์วิส” และ “การให้สิทธิพิเศษกับแฟนบางคน” ควรอยู่ตรงไหน

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

ดราม่า “Perfect Crown” ลุกลามหนัก ล่าสุดมีคนยื่นคำร้องขอถอดซีรีส์ และยอดลงชื่อทะลุ 25,000 คนแล้ว

กระแสวิจารณ์ซีรีส์ Perfect Crown ยังคงรุนแรงต่อเนื่อง ล่าสุดมีประชาชนเกาหลียื่นคำร้องบนเว็บไซต์คำร้องของรัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกและถอดซีรีส์ออกจากทุกแพลตฟอร์ม หลังเกิดประเด็นเรื่องการบิดเบือนประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเกาหลี

ผู้ยื่นคำร้องระบุว่า ซีรีส์มี “ความผิดพลาดทางประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน” รวมถึงการใช้สัญลักษณ์ราชวงศ์และสถานะประเทศในลักษณะที่ถูกมองว่าได้รับอิทธิพลจากมุมมองของจีน จนสร้างกระแสไม่พอใจในสังคมเกาหลี

คำร้องดังกล่าวยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสั่งระงับการออกอากาศ รวมถึงลบซีรีส์ออกจากบริการ VOD และ OTT ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเสนอให้มีมาตรการลงโทษต่อผู้ผลิตที่ “ทำลายอัตลักษณ์และอธิปไตยทางวัฒนธรรม” ภายใต้ข้ออ้างว่าเป็นเรื่องแต่ง

ตามรายงาน คำร้องจะเปิดให้ลงชื่อถึงวันที่ 21 มิถุนายน และหากมียอดเกิน 50,000 รายชื่อภายใน 30 วัน จะถูกส่งต่อให้คณะกรรมาธิการรัฐสภาพิจารณาอย่างเป็นทางการ โดยล่าสุดยอดลงชื่อทะลุ 25,000 คนแล้ว ภายในเวลาไม่ถึงสองวัน

ก่อนหน้านี้ ทีมผลิต ผู้กำกับ คนเขียนบท รวมถึงนักแสดงนำอย่าง IU และ Byeon Woo Seok ได้ออกมาขอโทษต่อกระแสดราม่า พร้อมประกาศว่าจะมีการแก้ไขฉากและซับไตเติลในเวอร์ชันรีรันและแพลตฟอร์มออนไลน์

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

“ทำไมต้องลาก IU มาเกี่ยวด้วย?” ชาวเน็ตวิจารณ์ยับ MC Mong หลังพูดถึงประเด็นดราม่า ‘Percect Crown’ ท่ามกลางข้อกล่าวหาของตัวเอง

MC Mong กำลังถูกวิจารณ์อย่างหนัก หลังออกมาไลฟ์สดเปิดประเด็นโจมตีวงการบันเทิงและวงการโทรทัศน์แบบไม่เลือกหน้า และล่าสุดยังดึงชื่อของนักร้องและนักแสดงสาว IU เข้ามาเกี่ยวข้อง จนหลายคนมองว่าเป็นการ “ลากคนอื่นลงน้ำ” ทั้งที่ไม่เกี่ยวกับประเด็นของตัวเองเลย

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา MC Mong ได้ไลฟ์ผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อพูดถึงข้อกล่าวหาที่เขากำลังเผชิญ ทั้งเรื่องการพนันในต่างประเทศ การซื้อบริการทางเพศ และข่าวลือนอกใจ โดยเจ้าตัวยังคงยืนยันว่าถูกใส่ร้ายและไม่ได้รับความเป็นธรรม

ก่อนหน้านี้ MC Mong เคยไลฟ์สดกล่าวอ้างว่ามีกลุ่มพนันผิดกฎหมายในวงการบันเทิงหรือที่เรียกว่า “Baduk-i” และยังเอ่ยชื่อคนดังหลายรายรวมถึง Kim Min Jong จนกลายเป็นประเด็นใหญ่ ซึ่งทางฝั่ง Kim Min Jong ก็ออกมาปฏิเสธทันที พร้อมประกาศเตรียมดำเนินคดีทางกฎหมาย โดยยืนยันว่าเป็น “ข้อมูลเท็จอย่างชัดเจน”

อย่างไรก็ตาม ระหว่างไลฟ์ล่าสุด MC Mong กลับพูดถึงประเด็นดราม่าของซีรี่ส์เรื่อง ‘Percect Crown’ ที่ IU แสดงนำ โดยกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ซีรี่ส์ ‘Percect Crown’ โดนด่าว่าเป็นการบิดเบือนประวัติศาสตร์อย่างหนักจน IU ต้องออกมาขอโทษ ทำไมทีมงานที่ทำให้เกิดการบิดเบือนประวัติศาสตร์ถึงไม่รับผิดชอบ แต่คนที่เป็นดาราอย่าง IU กลับต้องก้มหัวขอโทษ? คนดังที่มีชื่อเสียงคือฝ่ายที่อ่อนแอ และปัญหาคือผู้ใหญ่ในวงการที่บังคับให้ดาราต้องเป็นเหมือนนักบุญ”

ก่อนหน้านี้ซีรี่ส์ดังกล่าวตกเป็นประเด็นวิจารณ์เรื่องการบิดเบือนประวัติศาสตร์ หลังมีฉากที่ใช้คำว่า “ชอนเซ” แทน “มันเซ” รวมถึงการใส่วัฒนธรรมชงชาแบบจีน จนถูกโยงไปถึงประเด็น Northeast Project ของจีน ทำให้ทั้งนักแสดงนำอย่าง IU และ Byeon Woo Seok รวมถึงทีมงานผู้ผลิตต้องออกมาขอโทษต่อสาธารณะ

IU เคยกล่าวว่า “ในฐานะนักแสดงนำของผลงาน ฉันรู้สึกเสียใจอย่างมากที่ไม่สามารถแสดงความรับผิดชอบได้ดีพอ และเหมือนทำให้หลายคนผิดหวัง”

แต่แม้ MC Mong จะยกกรณีนี้ขึ้นมาพูดเพื่อชี้ให้เห็นแรงกดดันที่ดาราต้องเผชิญ ชาวเน็ตส่วนใหญ่กลับมองว่าเรื่องของ IU กับข้อกล่าวหาของ MC Mong เป็น “คนละประเด็นกันโดยสิ้นเชิง”

หลายคนวิจารณ์ว่า ในช่วงที่ตัวเขาเองกำลังถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องพนันผิดกฎหมายและซื้อบริการทางเพศ การดึงชื่อ IU ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาในประเด็น ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของเธอได้รับผลกระทบโดยไม่จำเป็น พร้อมมองว่า MC Mong กำลังสร้าง “เหยื่อรายใหม่” เพื่อเบี่ยงประเด็นจากปัญหาของตัวเองอีกด้วย

ที่มา naver โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

MBC จะลบฉากขึ้นครองราชย์ของบยอนอูซอกออกจาก ‘Perfect Crown’ หลังดราม่าบิดเบือนประวัติศาสตร์

สถานีโทรทัศน์ MBC ประกาศเตรียมลบฉากขึ้นครองราชย์ของ Byeon Woo Seok ออกจากซีรี่ส์ Perfect Crown ทุกแพลตฟอร์ม หลังฉากดังกล่าวกลายเป็นประเด็นดราม่ารุนแรงเรื่องการบิดเบือนประวัติศาสตร์เกาหลี

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ตัวแทนจาก MBC เปิดเผยว่า ทางสถานีมีแผนลบฉากพิธีขึ้นครองราชย์ออกจากทุกแพลตฟอร์มที่เผยแพร่ซีรี่ส์ แม้อาจต้องใช้เวลา เนื่องจากตัวซีรี่ส์ถูกกระจายผ่านหลายช่องทาง

ประเด็นดราม่าเกิดขึ้นจากตอนจบของตอนที่ 11 ซึ่งเป็นฉากที่ตัวละคร “องค์ชายอีอัน” ของ Byeon Woo Seok ขึ้นครองราชย์ แต่กลับมีการใช้คำว่า “ชอนเซ” แทน “มันเซ” รวมถึงใช้เครื่องแต่งกายและพิธีการที่ถูกมองว่าคล้ายระบบราชสำนักจีน จนถูกวิจารณ์ว่าเหมือนทำให้เกาหลีเป็นรัฐบรรณาการของจีน

หลังเกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก ทั้ง Byeon Woo Seok, IU รวมถึงผู้กำกับ พัคจุนฮวา ต่างออกมาขอโทษต่อสาธารณะ โดยผู้กำกับยอมรับว่าปัญหาดังกล่าวเกิดจาก “ความผิดพลาดด้านจินตนาการ” ไม่ใช่เจตนาบิดเบือนประวัติศาสตร์

ก่อนหน้านี้ซีรี่ส์ยังถูกวิจารณ์เพิ่มเติม หลังมีรายงานว่าได้รับเงินสนับสนุนการผลิตจากหน่วยงานรัฐเกาหลีใต้มูลค่าเกือบ 2 พันล้านวอน ทำให้ชาวเน็ตบางส่วนตั้งคำถามว่า “ภาษีประชาชนถูกใช้สร้างคอนเทนต์บิดเบือนประวัติศาสตร์หรือไม่”

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

ดราม่าหนักแคมเปญ Starbucks ในเกาหลี ประชาชนรุมแบน ถึงขนาดปธน.อีแจมยองยังประนาม!!

ล่าสุดได้เกิดประเด็นปัญหาดราม่าหนักเกี่ยวกับแคมเปญโฆษณา Starbucks Korea ในประเทศเกาหลี ที่ทำประชาชนลุกฮือด้วยความไม่พอใจในการแตะบาดแผลทางประวัติศาสตร์ แม้กระทั้งประธานาธิบดีอีมยองแจยังออกมาประนามถึงเรื่องนี้

นี่นับเป็นดราม่าใหญ่ในเกาหลีเมื่อ Starbucks Korea จัดโปรโมทแก้ว Tumbler รุ่นชื่อ “Tank” ในแคมเปญ Tank Day ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2026 พร้อมสโลแกนว่า “탁! 하고 책상에” (Tak! บนโต๊ะ) ซึ่งแน่นอนว่ามันกลายเป็นปัญหาทันที

เนื่องจากวันที่ 18 พฤษภาคมในประเทศเกาหลีเป็นวันรำลึกเหตุการณ์ กวางจูประชาธิปไตย ในปี 1980 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่รัฐบาลทหารส่ง “รถถัง” และทหารไปปราบประชาชนกับนักศึกษาที่เรียกร้องประชาธิปไตย มีผู้เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก เหตุการณ์นี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมสำคัญของประเทศ

การที่ Starbucks โปรโมทแคมเปญ Tank Day ตรงกับวันครบรอบเรื่องสำคัญเช่นนี้พอดี คนจำนวนมากจึงมองว่าเหมือนเอารถถังที่ใช้ฆ่าประชาชนมาทำเป็นทุกการตลาด ที่หนักกว่าคือการใช้คำว่า 탁(Tak) หรือเสียง ปัง/ตึ้บ ในสโลแกน เพราะสามารถนำไปโยงกับคดีของพัคจองชอล นักศึกษาที่ถูกตำรวจทรมานจนเสียชีวิตในปี 1987

ตอนนั้นตำรวยพยายามปกปิดความจริงโดยอ้างว่าพัคจองชอลช็อคเสียชีวิตตอนถูกสอบสวน เพราะเจ้าหน้าที่ทุบโต๊ะดังปัง! คำนี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการโกหกของรัฐและความโหดร้ายยุคเผด็จการสำหรับคนเกาหลี

เมื่อ Starbucks เอาคำว่า Tank (รถถัง) รวมกับคำว่า 탁! (ปัง!) มาใช้พร้อมกันในวันที่ 18 พฤษภาคม คนเลยมองว่าไม่ใช่แค่พลาด แต่เหมือนการล้อเลียนบาดแผลทางประวัติศาสตร์ จนเกิดกระแสตีกลับแรงมาก คนมากมายยกเลิกสมาชิก Starbucks มีการขอเงินคืนในแอป มีคลิปทุบแก้วลงโซเชียล และเรียกร้องให้ออกมาแบนบริษัท

ในเรื่องนี้ประธานาธิบดีอีแจมยองถึงกับประนามโดยโพสต์ภาพโฆษณาที่มูซินซาเคยเผยแพร่เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2019 ผ่าน X พร้อมชี้ว่า “นี่คือโฆษณาที่ดูหมิ่นและเยาะเย้ยการทรมานและการเสียชีวิตของวีรชนชาวกวางจูและพัคจงชอล รวมถึงการต่อสู้ประชาธิปไตยเดือนมิถุนายนที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าว”

จากนั้นกล่าวต่อ “ผมได้รับข้อมูลร้องเรียนเข้ามาจึงจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร หวังว่าจะไม่ใช่เรื่องจริง เพราะถ้าเป็นจริงจะถือว่าเป็นปัญหาร้ายแรงมาก” จากนั้นกล่าวต่อ “เขาว่ากันว่าเงินคือปีศาจ แต่คนเราจะทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไรทั้งที่ยังสวมหน้ากากความเป็นมนุษย์อยู่”

ด้านทำเนียบประธานาธิบดีระบุว่า “นี่สะท้อนถึงปรัชญาและความมุ่งมั่นที่ประธานาธิบดีมีมาโดยตลอด ในการกำจัดการดูหมิ่น การบิดเบือนประวัติศาสตร์ และการทำให้ขบวนการประชาธิปไตยรวมถึงผู้เสียสละกลายเป็นเรื่องล้อเล่น”

เมื่อแรงร้ายแรงไปมากขนาดนี้ในที่สุดบริษัท Starbucks ได้เทคแอคชั่นโดยการลบแคมเปญออกทันที รวมทั้งออกแถลงการณ์ขอโทษ ไม่เพียงเท่านี้เพราะผู้บริหาร Starbucks Korea ได้ถูกปลดออก รวมทั้งประธานกลุ่มชินกเยชองยงจิน เจ้าของแฟรนไชส์ tarbucks Korea ยังต้องออกมาขอโทษเอง

ในเกาหลีใต้หลายคนมองว่าไม่น่าใช่อุบัติเหตุเพราะคำที่ใช้นั้นเชื่อมโยงประวัติศาสตร์แรงเกินไป จนบางฝ่ายสงสัยว่าอาจมีเจตนาแฝงทางการเมืองด้วยแต่ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการตั้งใจแต่อย่างใด

ที่มา nate โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Page 1 of 7123456»...Last »

Like แฟนเพจของเราเพื่อติดตามข่าวสารอัพเดทก่อนใครได้ที่นี่เลยจ้า