Dispatch ล้วงลึก “จัดฉากหรือข่มขืน?” กรณีพี่ชายจีซู BLACKPINK กับเบื้องหลังดราม่า BJ ซิกเด

กรณีประเด็นการเกิดคดีความระหว่างพี่ชายจีซู BLACKPINK กับ BJ ซิกเด ที่ฝ่ายหญิงอ้างว่าถูกข่มขืน ในขณะที่ฝ่ายชายอ้างว่าเกิดจากความยินยอมทั้งสองฝ่าย ในกรณีนี้ย่อมมีคนพูดโกหก และ Dispatch กำลังสืบหาความจริงในเรื่องนี้

ตัวอย่างเช่น

ฝ่ายชาย : “ฝ่ายหญิงเดินเข้าไปในห้องนอนก่อนเอง ผมก็เลยคิดว่าเป็นสัญญาณไฟเขียวยินยอมตามธรรมชาติ”

ฝ่ายหญิง : “ฉันจับข้อมือเขาแล้วพาเข้าไปในห้องเพราะอยากให้เขารีบนอน แล้วฉันจะได้กลับบ้าน”

เวลาเดียวกัน สถานที่เดียวกัน แต่คำให้การกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม้แต่ความทรงจำเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องนอนก็ยังขัดแย้งกัน ทั้งลำดับการเดินเข้าห้อง เหตุผลที่นั่งบนเตียง รวมถึงพฤติกรรมต่างๆ ต่างฝ่ายต่างยืนยันคนละแบบ

ใครบางคนกำลังโกหก หรืออย่างน้อยก็กำลังให้การไม่ตรงกับความจริง ปัญหาคือปัจจุบันยังแทบไม่มีหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ความน่าเชื่อถือของคำให้การฝ่ายใดได้ ทำให้ทุกอย่างยังคงต้องพึ่งเพียง “คำพูดของทั้งสองฝ่าย” เท่านั้น

สื่อ Dispatch ได้ลงพื้นที่สืบสวนกรณีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ BJ สาว ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาคือ A ชายผู้เป็นพี่ชายแท้ๆ ของ Jisoo วง BLACKPINK ส่วนผู้เสียหายคือ BJ สาว B

ก่อนอื่นทั้งสองฝ่ายมีบางประเด็นที่ให้การตรงกัน โดยคำชี้แจงทั้งหมดถูกส่งผ่านตัวแทนทางกฎหมายของแต่ละฝ่าย

สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายยืนยันตรงกัน : “ซิกเด”

A ได้เข้าใช้งานแพลตฟอร์ม SOOP (ชื่อเดิม AfreecaTV) และบังเอิญเข้าไปชมไลฟ์ส่วนตัวของ B

ระหว่างไลฟ์เขาได้ส่ง “ดาว” เป็นของขวัญจำนวน 35,000 ดวง คิดเป็นมูลค่าราว 3.5 ล้านวอน หรือประมาณเกือบหนึ่งแสนบาท

จากนั้น A จึงได้รับสิทธิ์ที่เรียกว่า “식데권” หรือ “สิทธิ์เดทกินข้าว” และทั้งคู่ได้นัดพบกันในวันที่ 15 เมษายน 2026 ที่ร้านอิซากายะแห่งหนึ่งในย่านชองดัมดง โดยเข้าร้านช่วง 18.30 น. และออกมาราว 22.00 น.

หลังจบรอบแรกของการดื่มกิน “เดทกินข้าว” ยังต่อเนื่องไปยังรอบสอง ทั้งคู่เดินทางไปยังบ้านของ A

ทางฝั่ง B อธิบายเหตุผลที่ยอมตามไปบ้านว่า “ตอนอยู่ร้าน เขาดูสุภาพมากและแทบไม่มีการแตะเนื้อต้องตัวเลยค่ะ”

ระหว่างนั่งแท็กซี่ไปบ้าน A ได้สั่งอาหารเดลิเวอรีไว้ล่วงหน้า หลังถึงบ้านทั้งสองนั่งกินมื้อดึก ดื่มแอลกอฮอล์กันต่อก่อนจะย้ายไปนั่งที่โซฟาและเปิดทีวีดูด้วยกัน

จนถึงจุดนี้ความทรงจำและคำให้การของทั้งสองฝ่ายยังคงตรงกัน แต่ปัญหาเริ่มต้นขึ้นหลังจากช่วงเวลาบนโซฟานั้นเอง..

엇갈린 기억들 : ห้องนอน ความทรงจำที่สวนทางกัน

เส้นทางการเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่ายตรงกันทั้งหมด
จากครัว → โต๊ะอาหาร → ห้องนั่งเล่น → โซฟา → ห้องนอน → เตียง

แต่สิ่งที่แตกต่างคือ “ลำดับการเคลื่อนไหว”

ฝ่ายชาย A เล่าความทรงจำของตัวเองว่า “ฝ่ายหญิงลุกจากโซฟาก่อน แล้วเดินเข้าไปในห้องนอน เธอเข้าไปที่เตียงคนเดียวก่อนด้วยซ้ำ ผมจึงมองว่านั่นเป็นสัญญาณไฟเขียวยินยอมตามธรรมชาติ”

อย่างไรก็ตาม B ฝ่ายหญิงโต้กลับทันทีว่า นั่นเป็น “ความเข้าใจผิด” ของ A เธอกล่าวว่า “เขาบอกว่ากินยาซอลพิเด็มแล้วรู้สึกง่วง ฉันเลยจับข้อมือเขาแล้วพาไปที่เตียง เพราะอยากให้เขารีบนอน แล้วฉันจะได้กลับบ้าน ยังต้องกลับไปไลฟ์รีวิวเดตกินข้าวอีกด้วย”

คำถามคือ ทำไมฝ่ายชายถึงย้ำเรื่อง “ใครเข้าห้องก่อน” อย่างหนัก?

ตามคำอธิบายของ A เขามองว่านั่นคือ “การยั่วยวน” เอเผยว่า “มันเป็นบ้านที่ผู้ชายอยู่คนเดียว แต่ฝ่ายหญิงกลับเดินเข้าห้องนอนเอง แบบนั้นจะให้ตีความยังไง? จะบอกว่าเข้าไปเพื่อกล่อมผมนอนเหรอ? ผลตรวจสารเสพติดเบื้องต้นของตำรวจก็ไม่พบอะไรด้วย”

ด้านฝ่ายหญิงอธิบายว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จาก “ลักษณะงานของ BJ” และไม่ได้ผิดปกติแต่อย่างใด

เธอกล่าวว่า “สำหรับ BJ แล้ว A เป็นลูกค้าสายเปย์ระดับใหญ่ จะปล่อยเขาไว้คนเดียวแล้วกลับเลยไม่ได้ ต้องดูแลให้ดีเพราะเขาเป็นคนสำคัญ พอเขาบอกว่าง่วงฉันเลยพาไปนอนเพื่อจะได้รีบกลับบ้าน”

엇갈린 주장들 : ข้อกล่าวหาที่สวนทางกัน

คดีอาชญากรรมทางเพศ จะเริ่มต้นจาก “การกระทำทางเพศที่มีการใช้กำลังหรือการข่มขู่”

หากมีการร่วมเพศจะเข้าข่าย “ข่มขืน” แต่หากเป็นเพียงการสัมผัสร่างกายจะถูกจัดเป็น “ล่วงละเมิดทางเพศ” แล้วระหว่างทั้งสองเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

ฝ่ายชายยืนยันว่า “ไม่มีการร่วมเพศ เกิดขึ้นเพียงแค่ความพยายามเท่านั้น”

ขณะที่ฝ่ายหญิงยืนยันตรงกันข้ามว่า “มีการกระทำเกิดขึ้นจริง”

A ฝ่ายชายเล่าเพิ่มเติมว่า “ตอนนั้นเธอนั่งอยู่ตรงมุมเตียง ผมเลยเข้าไปกอดแล้วชวนให้นอนด้วยกัน จากนั้นก็มีสกินชิพตามธรรมชาติ แต่แล้วจู่ ๆ ตอนนั้นเอง…”

แต่เรื่องราวจากฝั่ง B กลับแตกต่างโดยสิ้นเชิง เธอเล่าว่า “ฉันนั่งอยู่บนเตียงเพราะจะกล่อมให้เขานอน แต่เขากลับดึงตัวฉันไว้ตลอด พร้อมพูดให้นอนด้วยกัน พอฉันตกใจและพยายามลุกขึ้นเขาก็กดฉันลงบนเตียงด้วยกำลัง”

ระหว่างกระบวนการสอบสวน B ได้เปลี่ยนข้อกล่าวหาของ A เป็น “ข่มขืน” เธอเล่าว่า “เขากระชากตัวฉันแรงมาก และถอดกางเกงของฉันออกโดยใช้กำลัง พอฉันขัดขืนเขาก็ใช้ทั้งตัวกดทับฉันไว้ แล้วพยายามจะมีเพศสัมพันธ์ ตอนนั้นฉัน…”

엇갈린 주장들 : “ความยินยอม” ที่อีกฝ่ายปฏิเสธ

หัวใจสำคัญของคดีอาชญากรรมทางเพศ คือ “เจตนาของอีกฝ่าย” สิ่งที่ใช้ตัดสินว่าเข้าข่ายอาชญากรรมหรือไม่ คืออีกฝ่าย “ยินยอมด้วยตัวเอง” หรือ “ถูกบังคับ” และในประเด็นนี้ ทั้งสองฝ่ายก็ยังให้การสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง

A ฝ่ายชายยืนยันว่า “เธอไม่ได้ปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างเป็นไปอย่างธรรมชาติ และถ้า B ต้องการหยุดเมื่อไหร่ก็สามารถหยุดได้ตลอด”

จากนั้น A ก็ย้อนกลับไปพูดถึง “ช่วงเวลานั้น” ที่เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ “ระหว่างที่มีสกินชิพ ผมถอดกางเกงของเธอลง ตอนนั้นเธอบอกว่าต้องการเข้าห้องน้ำ และพูดว่า ‘ขอไปล้างตัวก่อน’ จากนั้นเราก็แยกกันเข้าห้องน้ำของตัวเองเพื่ออาบน้ำ”

แต่ฝั่งหญิงให้การต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เธอเล่าว่า “เขาเข้ามาอย่างรุนแรงมาก ฉันพยายามปฏิเสธอย่างหนัก แต่ไม่มีประโยชน์ ฉันแค่อยากหนีออกจากสถานการณ์นั้นเลยอ้างว่า ‘ไปล้างตัวก่อนเถอะ’ เพื่อหาทางเอาตัวรอด”

엇갈린 주장들 : ห้องน้ำครั้งแรก

หลังจากนั้นตำรวจได้เริ่มต้นการสอบสวนอย่างเป็นทางการ

จนถึงตอนนี้สิ่งที่มีอยู่ยังคงเป็นเพียง “คำให้การของทั้งสองฝ่าย” เท่านั้น ฝั่งชายขอให้ Dispatch เปิดโอกาสให้ชี้แจงและโต้แย้งคำกล่าวหาของฝ่ายหญิง ขณะที่ฝ่ายหญิงเองก็ต้องการอธิบายมุมของตัวเองเช่นกัน

A ฝ่ายชายกล่าวว่า “ถ้าผมข่มขืนจริง เธอจะไปอาบน้ำทำไม? เพราะถ้าเป็นเหยื่อจริง ก็ควรเก็บหลักฐานเอาไว้ คำพูดของเธอมันขัดแย้งกันเอง”

ด้าน B ฝ่ายหญิงตอบกลับว่า “ถามว่าทำไมถึงอาบน้ำเหรอ? เพราะถ้าไม่ทำ เขาต้องสงสัยแน่ และอาจซักถามว่าทำไมถึงเข้าห้องน้ำ ตอนนั้นฉันใช้ช่วงเวลาที่กำลังล้างตัวเพื่อถ่วงเวลาและหาจังหวะแจ้งความ”

ทาง Dispatch ระบุว่า ได้ตรวจสอบข้อความ KakaoTalk ที่ B ส่งหาเมเนเจอร์ระหว่างอยู่ในห้องน้ำครั้งแรกแล้ว โดยมีเนื้อหาดังนี้

หญิง : ช่วยฉันที ได้โปรด เรื่องใหญ่แล้วจริง ๆ
ผู้จัดการ : ทำไม โทรมา
หญิง : ตอนนี้ฉัน…
ผู้จัดการ : มีอะไร
หญิง : ฉันมาที่บ้านไอ้หมอนี่
หญิง : ตอนนี้เหมือนจะโดนข่มขืน

B กล่าวเพิ่มเติมว่า “ถ้าฉันเต็มใจจะมีความสัมพันธ์จริง ก็คงไม่มีเหตุผลต้องส่งข้อความขอความช่วยเหลือหาเมเนเจอร์ตั้งแต่ตอนนั้น และหลังจากได้รับข้อความ เมเนเจอร์ก็แจ้งตำรวจทันที”

엇갈린 주장들 : ห้องน้ำครั้งที่ 2

แม้แต่ประเด็นเกี่ยวกับ “ห้องน้ำ” ทั้งสองฝ่ายก็ยังให้การขัดแย้งกันอย่างรุนแรง

ฝั่งหญิงเล่าว่า “ตอนอยู่ในห้องน้ำครั้งแรกฉันส่งข้อความขอความช่วยเหลือจากเมเนเจอร์ พร้อมถ่วงเวลาด้วยการขอครีมอาบน้ำ แต่ก็อยู่ในนั้นนานเกินไปไม่ได้เพราะกลัวว่าเขาจะสงสัย”

B ระบุว่า เธอออกมาจากห้องน้ำในเวลา 23.53 น. และหลังจากนั้น A ก็เริ่ม “เข้าหา” อีกครั้ง

เธอกล่าวว่า “เขายืนรออยู่หน้าประตูห้องน้ำ พอฉันออกมา เขาก็ถอดเสื้อด้านบนของฉันแล้วเริ่มจูบที่คอ” จากนั้นเล่าต่อ “เขาจูบทั้งที่คอและปาก ฉันเลยอ้างว่าจะไปแปรงฟัน แล้วรีบหนีเข้าห้องน้ำอีกครั้ง จากนั้นก็ส่งวิดีโอรอยจูบที่ต้นคอให้เมเนเจอร์ พร้อมขอความช่วยเหลือรอบที่สอง”

แต่ทางฝั่งชายกลับมองว่า จุดนี้ยิ่งทำให้ข้อกล่าวหาเรื่องข่มขืน “ฟังไม่สมเหตุสมผล”

A กล่าวตอบโต้ว่า “นั่นแหละที่ทำให้คำกล่าวหายิ่งแปลก ผมไม่ได้ห้ามเธอเลยตอนที่เธอบอกให้หยุดผมก็หยุด พอเธอบอกว่าจะไปห้องน้ำผมก็ปล่อยไป ถ้าอยากกลับบ้านก็กลับได้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว”

엇갈린 주장들 : ไทม์ไลน์ของคืนนั้น

นี่คือไทม์ไลน์เหตุการณ์ภายในบ้านในคืนนั้น ตามข้อมูลการสอบสวน

การล่วงละเมิดครั้งแรก : 23.30 น. – 23.42 น.

เข้าห้องน้ำครั้งแรก : 23.42 น. – 23.53 น.

การล่วงละเมิดครั้งที่สอง : 23.53 น. – 23.59 น.

เข้าห้องน้ำครั้งที่สอง : 23.59 น. – 00.04 น.

ตำรวจเดินทางถึงที่เกิดเหตุ : 00.12 น.

B ฝ่ายหญิงกล่าวว่า “ฉันพยายามดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อหนีจากการควบคุมของเขา และระหว่างนั้นก็ได้รับบาดเจ็บฟกช้ำ แม้จะไม่เห็นชัดด้วยตาเปล่าตอนนี้ได้ยื่นใบรับรองแพทย์แล้ว”

พร้อมเสริมว่า “ฉันพูดคำว่า ‘หยุด’ นับสิบครั้ง แต่ไม่สามารถหยุดเขาได้ เรื่องที่บอกว่าฉันทำเพื่อเงินน่ะเหรอ? ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันคงไม่แจ้งตำรวจตั้งแต่แรกอยากให้หยุดการคุกคามซ้ำเติมเสียที”

ด้านอีมินฮยอง ทนายความจากสำนักงานกฎหมาย Dongin ซึ่งเป็นตัวแทนของ B กล่าวเช่นกันว่า “เธอไม่ได้ต้องการเงิน แต่ต้องการให้มีการรับผิดชอบต่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้น”

ขณะที่ A ยังยืนกรานปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา “บ้านผมมีห้องน้ำสองห้อง ตอนที่ผมอาบน้ำอยู่เธอจะกลับบ้านก็ได้ เธอเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ผมไม่เคยกักขังหรือขวางทางเลย”

นอกจากนี้ A ยังตั้งข้อสงสัยว่า เหตุการณ์นี้อาจเป็นการจัดฉากเพื่อหวังผลทางการเงิน เขาเล่าว่า “เธอรู้ตั้งแต่แรกว่าผมเป็นพี่ชายของคนดัง ผมสงสัยว่านี่อาจเป็นคดีจัดฉากเพื่อเงิน ถ้ามาขอเงินตรงๆ มันจะเข้าข่ายกรรโชกทรัพย์เธอเลยเลือกแจ้งความก่อน แล้วค่อยหวังเงินชดเชยภายหลัง”

จนถึงตอนนี้ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีใครยอมถอยแม้แต่น้อย ฝ่ายหญิงยืนยันว่าจะเอาผิดในคดีล่วงละเมิดทางเพศ ส่วนฝ่ายชายเตรียมดำเนินคดีกลับในข้อหาแจ้งความเท็จ และคำถามสุดท้ายที่ยังไม่มีใครตอบได้ก็คือความจริงของคืนนั้นคืออะไรกันแน่

เพราะในเรื่องนี้… ใครบางคนกำลังโกหกอยู่แน่นอน!! และความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว

ที่มา Dispatch โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

ต้นสังกัด Jisoo BLACKPINK ออกแถลงการณ์ชี้แจง ดราม่าครอบครัว ย้ำ “ไม่เกี่ยวข้อง” พร้อมเตรียมดำเนินคดี

ตัวแทนทางกฎหมายของ Jisoo BLACKPINK ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ หลังเกิดกระแสข่าวลือเกี่ยวกับประเด็นดราม่าครอบครัวที่ถูกพูดถึงอย่างหนักในโลกออนไลน์

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 เมษายน มีรายงานว่าชายรายหนึ่งซึ่งถูกระบุว่าเป็น “พี่ชายของสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดัง” หรือ Mr. A ถูกจับกุมในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ BJ หญิงรายหนึ่ง ซึ่งทำให้เกิดกระแสคาดเดาว่าบุคคลดังกล่าวอาจเป็นพี่ชายของจีซู อีกทั้งยังมีผู้หญิงที่อ้างตัวว่าเป็นภรรยาของ Mr. A ออกมาเผยว่าเธอเคยเผชิญกับความรุนแรงในครอบครัว

ล่าสุดในวันที่ 20 เมษายน ทนายความ อึนฮยอนโฮ จากสำนักงานกฎหมาย Kim & Chang ซึ่งเป็นตัวแทนของ BLISSOO ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ศิลปินและบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว

แถลงการณ์ฉบับเต็มจากตัวแทนทางกฎหมายของ Jisoo:

“นี่คือ อึนฮยอนโฮ จากสำนักงานกฎหมาย Kim & Chang ตัวแทนทางกฎหมายของ BLISSOO

เราขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อการเผยแพร่ข้อมูลอย่างไม่เลือกแหล่งที่มา ซึ่งเชื่อมโยงศิลปินและ BLISSOO เข้ากับประเด็นเรื่องครอบครัว รวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของศิลปิน ผ่านสื่อบางแห่ง คอมมูนิตี้ออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย

ประการแรก เรื่องที่กำลังถูกกล่าวถึงในขณะนี้ ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับศิลปินและ BLISSOO ข้อมูลจำนวนมากที่กำลังแพร่กระจายอยู่เป็นเพียงการคาดเดาที่ไม่ได้รับการยืนยัน หรือเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงอย่างชัดเจน

ศิลปินเริ่มต้นชีวิตการเป็นเด็กฝึกตั้งแต่อายุยังน้อย และใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระแยกจากครอบครัวมาเป็นเวลานาน ดังนั้นเธอจึงไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะรับรู้หรือเกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัวของบุคคลดังกล่าว

นอกจากนี้ ในช่วงเตรียมก่อตั้ง BLISSOO ศิลปินเคยได้รับคำแนะนำและความช่วยเหลือจากสมาชิกในครอบครัวเพียงเล็กน้อย ในลักษณะของการช่วยประสานงานระหว่างการพูดคุยกับผู้เกี่ยวข้องเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ไม่เคยมีสมาชิกในครอบครัวได้รับค่าตอบแทนจาก BLISSOO หรือมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการหรือการตัดสินใจใดๆ ของบริษัท ทั้งในอดีตและปัจจุบัน โดยปัจจุบันบริษัทดำเนินงานอย่างอิสระโดยไม่มีการเกี่ยวข้องจากครอบครัว

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อกล่าวอ้างจากสื่อบางแห่งและในโลกออนไลน์ที่ระบุว่า ‘บุคคลดังกล่าวร่วมก่อตั้งบริษัทกับศิลปิน’ หรือ ‘ดำรงตำแหน่งผู้บริหารหรือ CEO ของ BLISSOO’ นั้นไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง เราขอยืนยันอย่างชัดเจนว่าบุคคลดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวข้องทางกฎหมายหรือทางการบริหารกับ BLISSOO แต่อย่างใด

นอกจากนี้ BLISSOO และศิลปินไม่ได้ให้การสนับสนุนทางการเงินหรือทางกฎหมายแก่บุคคลดังกล่าว และไม่มีแผนที่จะดำเนินการเช่นนั้นในอนาคต อีกทั้งศิลปินเองก็ไม่ได้มีการติดต่อหรือเกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าวในประเด็นนี้

แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ยังคงมีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำชื่อ ภาพลักษณ์ หรือภาพถ่ายของศิลปินไปใช้เชื่อมโยงกับเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิและเข้าข่ายหมิ่นประมาทอย่างชัดเจน

ดังนั้น ทีมกฎหมายของเราขอเตือนอย่างหนักแน่นว่า เราจะดำเนินการทางกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญาอย่างเต็มที่โดยไม่ชักช้า ต่อการกระทำดังต่อไปนี้

การสร้างและเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือเนื้อหาที่เข้าข่ายหมิ่นประมาท
การนำชื่อ ภาพลักษณ์ หรือภาพของศิลปินไปใช้ในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
การเผยแพร่หรือสร้างเนื้อหาจากข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยันหรือเป็นเพียงการคาดเดา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราขอย้ำว่า จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการผ่อนปรนหรือการไกล่เกลี่ยใดๆ ต่อผู้ที่มีพฤติกรรมเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวซ้ำๆ หรือมีเจตนาร้าย”

ที่มา soompi โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

พัคบมเขียนจดหมายขอโทษยาวถึงสมาชิก 2NE1 และประชาชน หลังดราม่ารุนแรงก่อนหน้า

เมื่อวันที่ 17 เมษายน (ตามเวลาเกาหลี) Park Bom สมาชิกวง 2NE1 ได้สร้างความประหลาดใจให้กับแฟนๆ ด้วยการโพสต์จดหมายขอโทษที่เขียนด้วยลายมือผ่านอินสตาแกรม

ในจดหมายดังกล่าว พัคบมได้แสดงความรักที่ยังคงมีต่อสมาชิก 2NE1 พร้อมกล่าวชื่นชมความสามารถของแต่ละคนอย่างยาวเหยียด ก่อนจะทิ้งประโยคที่ทำให้หลายคนสะดุดว่า “ความจริงแล้ว เรื่องข้อกล่าวหาเกี่ยวกับยาเสพติดที่ฉันเคยพูดไปก่อนหน้านี้… ฉันหวังว่าทุกคนจะช่วยมองข้ามมันไป”

ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นเดือนมีนาคม พัคบมเคยกล่าวหา Sandara Park ว่าเกี่ยวข้องกับการซื้อและใช้ยาเสพติดผิดกฎหมาย รวมถึงใช้เธอเป็นเครื่องมือปกปิดหลักฐาน ซึ่งทางต้นสังกัดได้ออกมาชี้แจงในภายหลังว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจาก “สภาวะทางอารมณ์ที่ไม่มั่นคง” ของพัคบม และเจ้าตัวก็ได้ลบโพสต์ดังกล่าวออกไม่นานหลังจากนั้น

ด้านซานดาราได้ออกมาตอบสั้นๆ ผ่านโซเชียลว่า “ฉันไม่เคยใช้ยาเสพติด และหวังว่าเธอจะสบายดี”

ล่าสุด พัคบมจึงออกมาเขียนจดหมายอีกครั้งเพื่อขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องการปกป้องทีมของเธอ

เนื้อหาจดหมายฉบับเต็มมีใจความว่า:

“ถึง ประชาชนชาวเกาหลีใต้…
สวัสดีค่ะ นี่พัคบมนะคะ ช่วงนี้อากาศดีขึ้นมากเลย ฉันเขียนจดหมายฉบับนี้โดยคิดว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ
มีบางอย่างที่ฉันอยากจะพูดให้ได้
ตอนที่ฉันไปเรียนที่อเมริกา ฉันตัดสินใจว่าอยากเป็นนักร้อง และนั่นคือเหตุผลที่ฉันกลับมาเกาหลี เรื่องอาจจะดูสุ่มๆ แต่ช่วยฟังฉันหน่อยนะคะ

ฉันคือพัคบม คนที่รับหน้าที่ร้องเพลง นั่นคือความสามารถของฉัน
แม้แต่ตอนเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ฉันก็ได้รับความนิยมเพราะการร้องเพลง
ฉันกลับมาเกาหลี ผ่านออดิชั่นอันเข้มงวด แข่งขันกับคนมากมาย กล่อมพ่อแม่ให้ยอมเลิกเส้นทางการเรียนเพื่อฉัน และทุ่มเทถึง 3 ปีในการออดิชั่นกับ YG
ด้วยความมุ่งมั่น ฉันเริ่มต้นเส้นทางนี้เพื่อเป็นนักร้องที่ดีที่สุด

ต่อไป ฉันอยากแนะนำ CL หรือ อีแชริน ลีดเดอร์ของเรา
CL เป็นเหมือนเทพแห่งการแสดง เธอสามารถสร้างสรรค์ทุกอย่างได้ทันที ทั้งการแสดง สีหน้า หรือคอนเซ็ปต์ต่างๆ
เธอเป็นแร็ปเปอร์ และเป็นคนที่เติบโตมาจากฝรั่งเศส โตเกียว และเกาหลีใต้
เธอเป็นคนที่น่าชื่นชมมาก แม้แต่การขยับมือยังดูเท่

มักเน่ของเราคือ Gong Minzy
หลานของกงอกจิน ศิลปินแห่งชาติของเกาหลี
ฉันภูมิใจในตัวเธอมาก เธอเป็นเหมือนเทพแห่งการเต้น น่าทึ่งจริงๆ
ทุกครั้งที่ฉันมองเธอ ฉันจะรู้สึกประทับใจเสมอ
เธอเป็นคนที่คาดเดาไม่ได้และแปลกที่สุด แต่ก็น่ารักมาก

และสุดท้าย ซานดาราของฉัน
ซานดาราเป็นเจ้าหญิงแห่งฟิลิปปินส์
ฉันเคยเป็นแฟนคลับของเธอ และเคยดูรายการ ‘Human Theater’ เพราะเธอคล้ายนักแสดงคังซูยอน
เธอสวยมากใช่ไหมคะ?
ในทีม เธอเป็นคนที่สร้างความสมดุล และมีเสียงร้องที่สดใส
เธอยิ้มทักทายผู้คนเสมอ
แม้จะเป็นพี่ แต่เธอก็ทุ่มเทอย่างเต็มที่
เธอฉลาดมาก เหมือนผู้จัดการของทีม

สิ่งที่ฉันอยากจะพูดคือ ฉันเฝ้ามองสมาชิกของฉันทีละคน
ถ้าพูดตรงๆ ก็คือ… ฉันรักพวกเธอมาก
คุณคงไม่รู้ว่าฉันไม่อยากเขียนจดหมายนี้แค่ไหน
แต่นี่คือเรื่องราวของพวกเราที่อยู่ด้วยกันมา 20 ปี

ก่อนอื่นเลย ขอบคุณที่เลี้ยงดูพวกเราทั้งสี่คนที่ได้มารวมกันอย่างปาฏิหาริย์
ขอบคุณที่ทำให้ฉันเติบโตในเกาหลี
และช่วยสร้างทีมที่ชื่อว่า 2NE1
ฉันหวังว่าความรู้สึกของฉันจะถูกส่งไปถึง

และความจริงแล้ว… เรื่องข้อกล่าวหาเกี่ยวกับยาเสพติดที่ฉันเคยพูดไปก่อนหน้านี้
ฉันหวังว่าทุกคนจะช่วยมองข้ามมันไป

เพราะการที่พวกเราทั้งสี่คนได้มาอยู่ด้วยกัน มันเหมือนปาฏิหาริย์
ฉันไม่อยากให้ทุกอย่างสูญเปล่า

ขอบคุณค่ะ และฉันรักคุณ”

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

ดราม่าหนัก! สื่อเกาหลีโยงพี่ชายจีซู BLACKPINK เอี่ยวคดีล่วงละเมิด-แบล็กเมล์เหยื่อ

เกิดประเด็นร้อนแรงในวงการบันเทิงเกาหลี เมื่อมีรายงานว่าตำรวจกำลังสอบสวนชายวัย 30 ปีรายหนึ่ง ซึ่งถูกระบุว่าเป็นสมาชิกครอบครัวของไอดอลหญิงชื่อดัง ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศสตรีมเมอร์หญิง และยังมีข้อกล่าวหาเพิ่มเติมว่าเขาได้ข่มขู่เหยื่อด้วยภาพร่างกายที่ถูกถ่ายอย่างผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 17 เมษายน สถานีตำรวจคังนัม กรุงโซล เปิดเผยว่าได้รับคำร้องเรียนจากผู้เสียหาย “นางสาว B” โดยกล่าวหาว่า นายคิม (ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 15 เมษายน) และชายอีกคนหนึ่ง “นาย A” ได้ละเมิดกฎหมายว่าด้วยการลงโทษอาชญากรรมทางเพศ โดยเฉพาะในข้อหาข่มขู่ด้วยสื่อที่ถูกบันทึก และการเผยแพร่คอนเทนต์ที่ถ่ายอย่างผิดกฎหมาย

ผู้เสียหายระบุว่า นายคิมซึ่งได้รับภาพร่างกายของเธอ ได้ส่งต่อภาพดังกล่าวให้บุคคลที่สาม ก่อนจะนำมาใช้เป็นเครื่องมือข่มขู่ว่าจะเผยแพร่ภาพเหล่านั้น โดยมีรายงานว่าตำรวจได้ยื่นขอหมายจับในวันเดียวกัน

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 12 เมษายน ระหว่างกิจกรรมที่ผู้เสียหายจัดขึ้นบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง โดยเธอเปิดกิจกรรมสุ่มรางวัล (raffle) ราคาประมาณ 10,000 วอนต่อครั้ง ซึ่งของรางวัลรวมถึงบัตรเดททานอาหารและภาพเซลฟี่

รายงานระบุว่า นายคิมได้ซื้อสิทธิ์ถึง 500 ครั้งในคราวเดียว และได้รางวัลที่ 1 ซึ่งรวมถึงบัตรเดทและภาพถ่ายที่ถูกส่งให้ผ่าน KakaoTalk

ต่อมาในวันที่ 14 เมษายน ทั้งสองได้พบกันเพื่อทานอาหารในย่านคังนัม ก่อนที่นายคิมจะชวนไปดื่มต่อที่บ้านของเขา โดยอ้างว่าอยู่ห่างออกไปเพียง 5 นาที แม้ผู้เสียหายจะปฏิเสธการสัมผัสทางร่างกายหลายครั้ง แต่นายคิมยืนยันว่าจะไม่แตะต้องเธอ ทำให้เธอตัดสินใจไปที่บ้านของเขา

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่าพฤติกรรมของเขาเปลี่ยนไป และมีการสัมผัสร่างกายอย่างไม่เหมาะสมเกิดขึ้น แม้เจ้าตัวจะยอมรับว่ามีการสัมผัสจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ใช้กำลังบังคับ

ผู้เสียหายยังเผยว่า ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 17 เมษายน เธอได้รับข้อความจากบัญชี KakaoTalk ที่คาดว่ามาจากฮ่องกง ซึ่งส่งภาพของเธอพร้อมข้อความข่มขู่ เช่น

“รูปจะถูกปล่อยเร็วๆ นี้”
“จัดการเรื่องนี้ก่อนที่มันจะถูกเผยแพร่”

เมื่อเธอขอร้องไม่ให้เผยแพร่ภาพ อีกฝ่ายกลับตอบเชิงเยาะเย้ยว่า “พ่อแม่ของคุณคงเสียใจมาก” และยังบอกให้เธอ “หยุดสตรีมและหายตัวไป” เพื่อแลกกับการไม่ปล่อยภาพ

ผู้เสียหายเชื่อว่าบัญชีดังกล่าวเป็นของ “นาย A” ซึ่งเป็นคนรู้จักของนายคิม และคาดว่าทั้งสองมีการวางแผนร่วมกัน เนื่องจากในช่วงเวลานั้นนายคิมถูกควบคุมตัวอยู่แล้ว

มีรายงานว่าผู้เสียหายได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรงจากเหตุการณ์ดังกล่าวจนต้องเข้ารับการรักษาฉุกเฉิน

ข้อความ KakaoTalk ที่ตำรวจตรวจสอบพบว่า ขณะถูกกักอยู่ในบ้านของนายคิม เธอได้แอบเข้าไปในห้องน้ำ เปิดน้ำเพื่อกลบเสียง และส่งข้อความขอความช่วยเหลือถึงผู้จัดการว่า

“เขาไม่ให้ฉันออกไป”
“ฉันคิดว่าพวกเขาจะฆ่าฉัน ช่วยฉันด้วย”

หลังจากนั้นตำรวจได้เข้ามาถึงสถานที่เกิดเหตุ

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่านายคิมเคยมีประเด็นลักษณะคล้ายกันมาก่อน โดยเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว มีโพสต์ในชุมชนออนไลน์กล่าวหาว่าเขาแอบถ่ายวิดีโอขณะมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้รับความยินยอม และนำไปเผยแพร่ อย่างไรก็ตามโพสต์ดังกล่าวถูกลบไปในเวลาไม่นาน

ทั้งนี้ หลังจากมีการเปิดเผยนามสกุลและรายละเอียดบางส่วนจากเจ้าหน้าที่ รวมถึงข้อมูลจากสื่อ ทำให้ตัวตนของ “นายคิม” ถูกเชื่อมโยงว่าเป็นพี่ชายของ Jisoo BLACKPINK หรือ “คิมจองฮุน” ซึ่งขณะนี้คดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน

ที่มา Hankook Ilbo โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

KISS OF LIFE แจงดราม่าท่าเต้นถูกมองแรง “เราเคารพทุกมุมมอง”

KISS OF LIFE ออกมาตอบประเด็นดราม่าท่าเต้นเพลงล่าสุด หลังบางช่วงของโชว์ที่มีการจับคอกันและเคลื่อนไหวสะโพก ถูกชาวเน็ตบางส่วนมองว่าแรงเกินไป จนเกิดการถกเถียงเรื่องความเหมาะสม

ด้านสมาชิกอย่าง Belle และ Julie อธิบายว่าท่าเต้นดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อสื่อถึงความมั่นใจ ความกล้า และความเป็นตัวของตัวเอง พร้อมยอมรับว่าผลงานของพวกเธออาจไม่ได้ถูกมองในแง่บวกเสมอไป แต่ก็ชื่นชมที่วงยังคงกล้าท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง

พวกเธอยังเผยว่าเปิดรับฟีดแบ็กที่สร้างสรรค์ และเข้าใจว่าการตีความศิลปะทั้งการเต้นและดนตรีนั้นแตกต่างกันในแต่ละคน โดยย้ำว่า “คนที่รู้สึกไม่สบายใจก็ไม่ผิด นั่นคือมุมมองของพวกเขา” แม้จะรู้สึกเสียใจบ้างเมื่อเจอคอมเมนต์ที่รุนแรง แต่ก็ยังคงเคารพความคิดเห็นเหล่านั้น

นอกจากนี้ สมาชิกยังฝากข้อความเกี่ยวกับความมั่นใจและการยอมรับตัวเองว่า “ผู้หญิงทุกคนสวย เซ็กซี่ และสมบูรณ์แบบในแบบของตัวเอง ไม่มีมาตรฐานที่ถูกต้องเพียงแบบเดียว สิ่งสำคัญคือความมั่นใจและทัศนคติที่ดี”

ขณะเดียวกัน เพลงไตเติ้ล “Who is she” เป็นการนำสไตล์แดนซ์ป๊อปยุค 2000s มาตีความใหม่ในแบบทันสมัย ถ่ายทอดเสน่ห์และช่วงเวลาของการค้นพบตัวตนบนเวทีของวง

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

ชาอึนอูออกมาขอโทษประเด็นดราม่าภาษี ยืนยันจ่ายครบแล้ว

นักแสดงและไอดอลชื่อดัง ชาอึนอู สมาชิกวง ASTRO ได้ออกมาแถลงขอโทษด้วยตัวเอง หลังเกิดประเด็นเกี่ยวกับภาษีที่กลายเป็นที่สนใจของสาธารณชน โดยยืนยันว่าเขาได้ดำเนินการชำระภาษีทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว

ตามรายงาน ชาอึนอูได้ออกแถลงการณ์ส่วนตัวเพื่อขอโทษต่อแฟนๆ และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยกล่าวว่าเขารู้สึกเสียใจที่ทำให้หลายคนต้องกังวล พร้อมเผยว่าได้ใช้โอกาสนี้ในการทบทวนตัวเองอย่างจริงจัง และตระหนักถึงความรับผิดชอบที่ควรมีในฐานะบุคคลสาธารณะ

แถลงการณ์ส่วนตัวฉบับเต็มของชาอึนอู

“สวัสดีครับ นี่คือชาอึนอู

ก่อนอื่น ผมขออภัยอย่างจริงใจที่ทำให้หลายคนต้องกังวลจากเรื่องที่เกิดขึ้น

ผมได้ตรวจสอบและชำระภาษีทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้วตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ผมรู้สึกเสียใจที่ทำให้เกิดความกังวลและความผิดหวัง

จากเหตุการณ์นี้ ผมได้ใช้เวลาทบทวนตัวเองอย่างลึกซึ้ง และตระหนักถึงความรับผิดชอบที่ผมควรมีมากยิ่งขึ้น

ต่อจากนี้ ผมจะระมัดระวังมากขึ้น และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อแสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น

ผมขอโทษอีกครั้งจากใจจริงครับ”

ด้านต้นสังกัด Fantagio ได้ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมว่า การตรวจสอบภาษีในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตามกฎหมาย โดยศิลปินได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ และได้ชำระภาษีที่เกี่ยวข้องครบถ้วนแล้ว

ทางบริษัทเน้นย้ำว่าไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี และขอให้สาธารณชนหลีกเลี่ยงการคาดเดาหรือเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน

เหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาตามกฎหมาย และยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม การออกมาแสดงความรับผิดชอบและขอโทษด้วยตัวเองของชาอึนอูในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากแฟนๆ และชาวเน็ตเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ หลายฝ่ายยังคงจับตาสถานการณ์และรอการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการตรวจสอบในอนาคตต่อไป

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

เอาจริงแล้วนะ!! วี BTS ตั้งใจฝึกภาษาหลังดราม่าพูดอังกฤษไม่ได้!!

หลังดราม่า “เมมเบอร์ที่ยังพูดอังกฤษไม่ได้” ของวงระดับโลกอย่าง BTS ล่าสุดหนุ่มวีได้ออกมาพูดแล้ว! “ไม่มีข้อแก้ตัว”

กลายเป็นประเด็นร้อนที่แฟนๆจับตามองเมื่อ วี สมาชิกวง BTS ได้ออกมาอัปเดตชีวิตว่าช่วงนี้เขากำลังตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง

วันที่ 30 มีนาคม 2026 วีได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความภาษาอังกฤษว่า “I’m locking in for real this time no excuses” ซึ่งแปลได้ว่า “ครั้งนี้จะเอาจริงแบบไม่มีข้อแก้ตัวแล้ว”

จากภาพเผยให้เห็นว่าวีกำลังเปิดคลิปสอนสนทนาภาษาอังกฤษทาง Youtube พร้อมฝึกออกเสียงตามเจ้าของภาษา และเรียนรู้คำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันแบบตั้งใจสุดๆ นี่เป็นการทำให้แฟนๆเห็นว่าเขากำลังตั้งใจพัฒนาภาษาของตัวเองอย่างจริงจัง

อาร์เอ็ม (RM) เข้ามาให้กำลังใจด้วยการรีโพสต์ของวี พร้อมคอมเมนต์สั้นๆว่า “เก่งนะ”

ก่อนหน้านี้ BTS กลายเป็นที่พูดถึงเรื่องทักษะภาษาอังกฤษ หลังจากอีของอูดีไซเนอร์ชื่อดัง (ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะแม่สามีของจอนจีฮยอน) โพสต์ข้อความว่า “มีทั้งลีดเดอร์ที่พูดอังกฤษได้ และสมาชิกที่ผ่านไป 10 ปีก็ยังพูดไม่ได้ แต่ก็ยังรักทุกคน” แน่นอนว่าได้กลายเป็นดราม่าเรียบร้อยในเรื่องนี้

จากดราม่าที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นแรงผลักดันให้ วี (V) ลุกขึ้นมาพัฒนาภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง พร้อมประกาศชัด “ครั้งนี้ไม่มีข้อแก้ตัว” ทำเอาแฟนๆ เอาใจช่วยกันรัวๆ เลยล่ะ

ที่มา nate โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

แม่สามี Jun Ji Hyun เคลียร์ดราม่า BTS ยันไม่ได้แซะ แค่พูดในฐานะแฟนคลับ

เกิดประเด็นร้อนในโลกออนไลน์เมื่อ “อีจองอู” ดีไซเนอร์ชื่อดังและแม่สามีของนักแสดงสาวระดับท็อปอย่าง “จอนจีฮยอน” ออกมาเคลียร์ชัด หลังคอมเมนต์เกี่ยวกับวง BTS ถูกตีความไปในทางลบ

ก่อนหน้านี้ เธอได้โพสต์เกี่ยวกับไลฟ์คัมแบ็คของ BTS พร้อมข้อความว่า “มีหัวหน้าที่พูดอังกฤษได้ แต่สมาชิกคนอื่นยังพูดไม่ได้แม้จะผ่านมา 10 ปีแล้ว แต่ยังไงก็รักทุกคน” ซึ่งทำให้เกิดเสียงวิจารณ์จากชาวเน็ตบางส่วนที่มองว่าเป็นการเหน็บแนม

ล่าสุด อีจองอูได้ออกมาอธิบายผ่านโพสต์ยาว โดยยืนยันว่าความตั้งใจของเธอคือการแสดงความรักในฐานะแฟนคลับ ไม่ได้มีเจตนาจะวิจารณ์หรือดูถูกแต่อย่างใด พร้อมกล่าวว่า “ในประเทศนี้ ครอบครัวของคนดังจะเป็นแฟนคลับอย่างสบายใจไม่ได้เลยเหรอ?”

เธอยังเผยอีกว่าเธอเป็นแฟนของ BTS มานาน และชื่นชมการคัมแบ็คครั้งล่าสุด รวมถึงคุณภาพของเพลงและการเติบโตของสมาชิก โดยเฉพาะความสามารถของ RM และ Jin

นอกจากนี้ เธอยังย้ำว่าเธอเองก็ไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษ จึงไม่มีเหตุผลที่จะไปตัดสินใคร และสิ่งที่โพสต์เป็นเพียงมุมมองแบบแฟนคลับที่เห็นความน่ารักของสมาชิกเท่านั้น

ทั้งนี้ ชาวเน็ตมีความคิดเห็นที่หลากหลาย บางส่วนมองว่าเป็นคำพูดตรงๆ แบบแฟนคลับ ขณะที่บางคนก็ยังรู้สึกว่าไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม หลายคนก็ออกมาปกป้องว่า BTS เองก็เคยพูดถึงเรื่องนี้แบบขำๆ ในไลฟ์เช่นกัน

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

ดราม่าร้องสด! ลิซ IVE โดนวิจารณ์ ก่อนออกมาสวนกลับแบบมั่นใจ

ลิซ สมาชิกวง IVE กำลังได้รับความสนใจจากชาวเน็ต หลังเธอออกมาตอบโต้กระแสวิจารณ์เกี่ยวกับการร้องสดของเธอ

ประเด็นเริ่มต้นจากการแสดงในคอนเสิร์ต ซึ่งลิซได้ร้องเพลงคัฟเวอร์ “Genie” ของ Girls’ Generation และมีบางช่วงที่เกิดความผิดพลาดเล็กน้อย จนถูกนำคลิปไปวิจารณ์ในโลกออนไลน์

ต่อมา ลิซได้สื่อสารกับแฟนๆ ผ่านแอป Bubble โดยพูดถึงประเด็นนี้อย่างตรงไปตรงมา โดยเธอกล่าวว่าการตัดสินศิลปินจาก “คลิปเดียว” ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง และย้ำว่าความผิดพลาดเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์

เธอกล่าวว่า “ก็มีบางส่วนที่เสียดาย แต่คนเราก็ผิดพลาดได้เพราะเป็นมนุษย์”

พร้อมเสริมว่า สิ่งสำคัญคือการพยายามทำให้ดีที่สุด ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร และเธอก็ได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่แล้ว

หลังจากข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตส่วนใหญ่แสดงความเห็นในเชิงสนับสนุน โดยมองว่าการร้องสดแล้วยังมีข้อผิดพลาดเล็กน้อยนั้นเป็นเรื่องปกติ และยังดีกว่าการลิปซิงค์

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีบางส่วนที่มองว่าศิลปินควรแสดงผลงานออกมาให้สมบูรณ์แบบมากกว่านี้ ทำให้เกิดการถกเถียงกันในหมู่ชาวเน็ต

ช่วงนาทีที่ 2:50

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

ดราม่าหลังงาน! HYBE ขอโทษประชาชนหลังจัดคอนเสิร์ต BTS ใจกลางกรุงโซล

HYBE ต้นสังกัดของ BTS ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ หลังจากงานคัมแบ็คใหญ่ของ BTS ที่จัดขึ้น ณ กวางฮวามุน กรุงโซล

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม HYBE ได้กล่าวขอบคุณแฟนๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการทำให้งาน “BTS COMEBACK LIVE: ARIRANG” สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ นักดับเพลิง และหน่วยงานภาครัฐที่ช่วยดูแลความปลอดภัยของงานนี้

อย่างไรก็ตาม ทางค่ายยังได้กล่าวขอโทษต่อประชาชนสำหรับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น เช่น ปัญหาการจราจร การควบคุมพื้นที่ และมาตรการตรวจค้นที่เข้มงวด ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดงานขนาดใหญ่ใจกลางเมือง

HYBE ยังย้ำว่าพวกเขาจะนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนไปปรับปรุงในอนาคต เพื่อให้การจัดอีเวนต์ครั้งต่อไปมีความราบรื่นมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน งานคัมแบ็คของ BTS ในครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาครบวงในรอบเกือบ 4 ปี และได้รับความสนใจจากแฟนๆ ทั่วโลกอย่างล้นหลาม โดยมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลกและกลายเป็นหนึ่งในอีเวนต์ K-Pop ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปีนี้

ที่มา soompi โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Hearts2Hearts เจอดราม่า! โดนวิจารณ์ยับ หลังใช้การ์ดล้อมวงแบบ “Ganggangsullae” ที่สนามบิน

เกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่ Hearts2Hearts กลายเป็นประเด็นร้อน หลังถูกวิจารณ์เรื่องการรักษาความปลอดภัยที่สนามบินอินชอน ซึ่งถูกมองว่า มากเกินไปจนรบกวนคนทั่วไป

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มีนาคม ขณะสมาชิกเดินทางไปต่างประเทศ โดยมีการ์ดราว 10 คน จับมือกันเป็นวงล้อมรอบศิลปิน ลักษณะคล้ายการเต้นพื้นบ้านเกาหลี “Ganggangsullae” เพื่อป้องกันไม่ให้คนเข้าใกล้

คลิปดังกล่าวถูกแชร์อย่างรวดเร็วในโซเชียล และทำให้เกิดเสียงวิจารณ์จำนวนมาก เช่น มองว่าเป็นการ ปิดกั้นทางเดินของผู้โดยสาร หรือบางคนถึงกับบอกว่า “ระดับประธานาธิบดียังไม่ขนาดนี้”

ขณะเดียวกัน ก็มีบางส่วนออกมาปกป้อง โดยมองว่ามาตรการนี้อาจจำเป็นเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิดจากแฟนคลับหรือซาแซง

แม้ว่าทางต้นสังกัดจะมีการ ยื่นแผนการใช้สนามบินล่วงหน้า แล้ว แต่หลายฝ่ายมองว่ายังไม่เพียงพอในการป้องกันผลกระทบต่อผู้ใช้พื้นที่ร่วม

เหตุการณ์นี้ยังจุดประเด็นถกเถียงอีกครั้งเกี่ยวกับ “ความเหมาะสมของการรักษาความปลอดภัยไอดอลในพื้นที่สาธารณะ” โดยเฉพาะในสนามบินที่ผู้โดยสารทั่วไปต้องใช้งานร่วมกัน และอาจต้องมีมาตรการที่ชัดเจนมากขึ้นในอนาคต

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

ONE HUNDRED โต้กลับ! ไม่ยอมรับคำขอ “THE BOYZ” ยกเลิกสัญญา จุดชนวนดราม่าระอุ

สถานการณ์ระหว่างวง THE BOYZ และต้นสังกัด ONE HUNDRED LABEL ทวีความตึงเครียด หลังบริษัทออกแถลงการณ์ชัดเจนว่า ไม่ยอมรับคำขอยกเลิกสัญญา ของสมาชิกบางส่วน

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าสมาชิก 9 คน (ยกเว้น New) ได้ส่งหนังสือแจ้งตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เพื่อขอยุติสัญญา โดยให้เหตุผลว่าเกิด “ความเชื่อใจที่พังทลายและการละเมิดสัญญา”

อย่างไรก็ตาม ทาง ONE HUNDRED LABEL ได้ออกมาตอบโต้ว่า คำขอดังกล่าว “ไม่สามารถยอมรับได้” พร้อมย้ำว่าบริษัทได้ลงทุนจำนวนมากและเซ็นสัญญากับสมาชิกในฐานะทีมเดียวกัน

นอกจากนี้ ต้นสังกัดยังปฏิเสธข้อกล่าวหาหลายประเด็น เช่น

  • ยืนยันว่าได้ สนับสนุนศิลปินอย่างต่อเนื่อง ทั้งรถ ผู้จัดการ และห้องซ้อม
  • อ้างว่าสมาชิกเป็นฝ่าย ปฏิเสธการสนับสนุนเอง
  • ปฏิเสธข่าวลือเรื่อง นำเงินประกันหอพักไปใช้ โดยระบุว่าเป็นข้อมูล “เท็จและมุ่งร้าย”

ฝั่งตัวแทนทางกฎหมายของสมาชิกยังคงยืนยันว่า สัญญาถูกยกเลิกแล้วอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมชี้ถึงปัญหาเรื่อง การจ่ายเงินและความโปร่งใสของบริษัท ที่เป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง

ขณะนี้ข้อพิพาทระหว่างทั้งสองฝ่ายยังคงดำเนินต่อไป และกลายเป็นประเด็นร้อนในวงการ K-pop ที่แฟนๆ จับตามองอย่างใกล้ชิด

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

อีดงฮวีชี้แจงไม่ได้เชิญ “ซงมินโฮ” มาร่วมรอบ VIP ภาพยนตร์ ท่ามกลางดราม่าละเลยปฏิบัติหน้าที่ทหาร

นักแสดงหนุ่ม Lee Dong Hwi ออกมาชี้แจงว่าเขา ไม่ได้เป็นคนเชิญ Song Min Ho มาร่วมชมรอบ VIP ของภาพยนตร์เรื่อง Method Acting หลังนักร้องหนุ่มถูกพบว่ามาร่วมงาน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์เกี่ยวกับประเด็นการรับราชการทหารของเขา

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าพบซงมินโฮเข้าร่วมงานพรีเมียร์ VIP ของภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวที่โรงภาพยนตร์ใน COEX กรุงโซล โดยมีภาพของเขาที่ปิดบังใบหน้าด้วยหมวกและหน้ากากถูกแชร์ในโลกออนไลน์ ทำให้เกิดกระแสคาดเดาว่าเขาอาจได้รับเชิญจากอีดงฮวี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเขา

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการให้สัมภาษณ์ก่อนการเข้าฉายของภาพยนตร์ อีดงฮวีได้ปฏิเสธเรื่องดังกล่าว โดยกล่าวว่า
“ผมไม่ได้เชิญเขา ผมเพิ่งรู้ว่าเขามาที่งานในวันนั้นเหมือนกัน” พร้อมบอกว่าสถานการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่เขาไม่คาดคิดมาก่อน

ทั้งนี้ ซงมินโฮกำลังเผชิญข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการ ละเลยหน้าที่ระหว่างการรับราชการทหารแบบเจ้าหน้าที่บริการสาธารณะ ซึ่งคดีถูกส่งให้อัยการแล้ว และเขาถูกฟ้องโดยไม่ควบคุมตัวในข้อหาละเมิดกฎหมายการรับราชการทหาร โดยมีรายงานว่าเขาเคยออกจากสถานที่ทำงานในช่วงเวลาราชการด้วย

เหตุการณ์ที่เขาปรากฏตัวในงานพรีเมียร์ภาพยนตร์ครั้งนี้จึงได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชน เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงที่คดียังคงดำเนินอยู่

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

ซานดาราแสดงการสนับสนุนมินจีหลังอันฟอลพัคบมท่ามกลางดราม่า

สมาชิกวง 2NE1 อย่างซานดารา พัค กำลังได้รับความสนใจ หลังมีรายงานว่าเธออันฟอลโลว์พัคบอมในโซเชียลมีเดีย ขณะเดียวกันก็ปรากฏตัวให้กำลังใจสมาชิกน้องเล็กของวงอย่าง Minzy

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม Kang Seung-yoon หัวหน้าวง WINNER ได้โพสต์ภาพจากคอนเสิร์ตของเขาพร้อมอีโมจิหัวใจสีฟ้า โดยในภาพมีสมาชิกวง WINNER อย่างคิมจินอู รวมถึงสมาชิก iKON อย่างคิมจินฮวานและจูเน่ (คูจุนฮเว) มาร่วมชมการแสดง

ที่น่าจับตาคือ ซานดารา พัค ก็ปรากฏตัวในงานดังกล่าวเคียงข้างมินจี แสดงให้เห็นถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้น และการสนับสนุนกันในครอบครัวศิลปินของ YG Entertainment

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังประเด็นดราม่าของพัคบอม เมื่อวันที่ 3 มีนาคม เธอได้โพสต์ชี้แจงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาในอดีตเรื่องการนำเข้าสารควบคุม พร้อมกล่าวถึงซานดารา พัค โดยอ้างว่าสถานการณ์ดังกล่าวถูกใช้เพื่อทำให้เธอดูไม่ดี

วันถัดมา ซานดารา พัค โพสต์โต้ว่าเธอไม่เคยใช้ยาเสพติด และหวังให้พัคบอมมีสุขภาพแข็งแรง ก่อนจะกดอันฟอลโลว์อินสตาแกรมของอีกฝ่าย

ทั้งนี้ 2NE1 เดบิวต์ในปี 2009 และกำลังฉลองครบรอบ 16 ปีในปีนี้ แม้ว่าวงจะยุบอย่างเป็นทางการในปี 2016 แต่สมาชิกได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในปี 2024 พร้อมทัวร์ทั่วโลกและพบปะแฟนๆ อีกครั้ง

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

อีฮโยริเจอดราม่าไม่คาดคิด หลังแชร์ภาพโมเมนต์เรียบง่ายกับสุนัข แต่ถูกวิจารณ์ว่า “บ้านรก”

นักร้องสาวระดับตำนาน Lee Hyori กลายเป็นประเด็นถกเถียงบนโลกออนไลน์แบบไม่ทันตั้งตัว หลังเธอโพสต์ภาพชีวิตประจำวันร่วมกับสุนัขสุดรักผ่านโซเชียลมีเดีย

อีฮโยริโพสต์ภาพพร้อมแคปชั่นว่า “มันดูเหนื่อยและรกสำหรับพวกคุณไหม? แต่สักวันหนึ่งเมื่อคุณย้อนกลับมามอง มันจะเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด^^”

ในภาพเผยให้เห็นผ้าห่มและเสื่อปูอยู่ทั่วพื้นบ้าน ขณะที่สุนัขของเธอนอนพักผ่อนอย่างสบายในมุมต่างๆ อีกภาพหนึ่งเธอนอนอยู่บนผ้าห่ม กอดสุนัขไว้ในอ้อมแขน เป็นบรรยากาศเรียบง่าย อบอุ่น และเป็นธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม หลังภาพถูกเผยแพร่ออกไป กลับมีคอมเมนต์บางส่วนในชุมชนออนไลน์ที่วิจารณ์เรื่องความสะอาดของบ้าน เช่น
“ดูรกมาก เหมือนขนหมาปลิวเต็มไปหมด”
“เข้าใจว่ามีสัตว์เลี้ยง แต่ก็ควรจัดบ้านให้เรียบร้อยหน่อยไหม?”
“ในฐานะคนดัง น่าจะระวังภาพลักษณ์มากกว่านี้หรือเปล่า?”

ในทางกลับกัน แฟนๆ และชาวเน็ตอีกจำนวนมากออกมาปกป้องเธอ โดยระบุว่า
“คนที่เลี้ยงสัตว์จะรู้ว่านี่เป็นเรื่องปกติ”
“ถ้าเธอดูมีความสุข แค่นั้นก็พอแล้ว”
“การตัดสินบ้านคนอื่นจากภาพเดียวต่างหากที่เสียมารยาท”
บางรายยังเสริมว่า “บางทีอาจเป็นช่วงเวลากับสัตว์เลี้ยงที่จากไปแล้วก็ได้ ทำไมต้องจับผิดกันขนาดนี้?”
และ “ปัญหาจริงๆ คือวัฒนธรรมการจับผิดชีวิตส่วนตัวคนดังในทุกเรื่องเล็กๆ น้อยๆ”

จากภาพโมเมนต์ธรรมดาที่ตั้งใจสื่อถึงความสุขเรียบง่าย กลับกลายเป็นประเด็นถกเถียงเรื่องความเหมาะสม และจุดประกายคำถามถึงพฤติกรรมการวิพากษ์วิจารณ์ชีวิตส่วนตัวของคนดังในโลกออนไลน์อีกครั้ง

ที่มา allkpopโดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

ทีมผลิต ‘Battle of Fates’ ออกแถลงขอโทษ ปมดราม่าไม่ให้เกียรติผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่

ทีมงานรายการวาไรตี้ทาง Disney+ อย่าง Battle of Fates ออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการ หลังถูกวิจารณ์หนักว่าเนื้อหารายการบางช่วงไม่ให้เกียรติผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่

ประเด็นดราม่าเกิดจากภารกิจในตอนที่ 2 ซึ่งใช้ธีม “ทายสาเหตุการเสียชีวิต” โดยให้ผู้ร่วมรายการซึ่งเป็นหมอดูทำนายจากข้อมูลที่จำกัด หนึ่งในกรณีคือการกล่าวถึงผู้ล่วงลับอย่าง Kim Chul Hong เจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ในเหตุเพลิงไหม้เมื่อปี 2001 รวมถึง Lee Jae Hyun ตำรวจที่ถูกแทงเสียชีวิตระหว่างจับกุมผู้ต้องสงสัยในปี 2004

ระหว่างรายการ มีการใช้ถ้อยคำและการคาดเดาสาเหตุการเสียชีวิตที่ถูกมองว่าไม่เหมาะสม โดยเฉพาะคำสแลงเกี่ยวกับการถูกแทง ซึ่งพิธีกร Jun Hyun Moo ได้นำคำดังกล่าวมาทวนซ้ำขณะดำเนินรายการ ยิ่งทำให้กระแสวิจารณ์รุนแรงขึ้น

ครอบครัวของผู้เสียชีวิตแสดงความไม่พอใจอย่างมาก พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมการเสียสละเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่นจึงถูกนำเสนอในลักษณะนี้ ขณะที่สภาข้าราชการตำรวจแห่งชาติเรียกร้องให้มีการขอโทษอย่างเป็นทางการและถอดตอนดังกล่าวออก

ล่าสุด ทีมผลิตได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ล่วงลับและครอบครัว ยอมรับว่าใช้ถ้อยคำและคำอธิบายที่ไม่เหมาะสม พร้อมระบุว่ากำลังรับฟังความคิดเห็นจากครอบครัวผู้เสียหาย และจะปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบเนื้อหาให้รอบคอบมากขึ้นในอนาคต

ด้าน Jun Hyun Moo ก็ได้ออกมาขอโทษแยกต่างหาก โดยยอมรับว่าไม่ได้พิจารณาความเหมาะสมของคำพูดอย่างเพียงพอ

ขณะนี้ประเด็นดังกล่าวยังคงถูกพูดถึงในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง

ที่มา koreaboo โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

รายการวาไรตี้ Disney+ ‘Battle of Fates 49’ เจอดราม่าหนัก ปมภารกิจทำนายชะตานักผจญเพลิงผู้ล่วงลับ

รายการวาไรตี้ทาง Disney+ อย่าง ‘Battle of Fates 49’ กำลังเผชิญกระแสวิจารณ์อย่างหนัก หลังออกอากาศภารกิจที่เกี่ยวข้องกับนักผจญเพลิงผู้เสียชีวิต จนถูกครอบครัวผู้ล่วงลับออกมาตั้งคำถามว่ารูปแบบรายการไม่ตรงกับที่เคยอธิบายไว้ก่อนหน้านี้

รายการ ‘Battle of Fates 49’ ซึ่งปล่อยตอนที่ 1–4 เมื่อวันที่ 11 เป็นรายการแนวเซอร์ไววัลที่ให้หมอดู 49 คน ทั้งร่างทรง นักพยากรณ์ซาจู ไพ่ทาโรต์ และโหงวเฮ้ง มาแข่งขันทำภารกิจต่าง ๆ โดยประเด็นปัญหาเกิดขึ้นในตอนที่ 2

ในตอนดังกล่าว ทีมงานมอบเพียงภาพถ่ายของร้อยโทนักผจญเพลิงผู้ล่วงลับ “คิมชอลฮง” พร้อมวันเวลาเกิดและเวลาที่เสียชีวิต ให้ผู้เข้าแข่งขันวิเคราะห์สาเหตุการเสียชีวิตของเขา คิมชอลฮงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ระหว่างเหตุเพลิงไหม้ในย่านฮงเจดง เขตซอแดมุน กรุงโซล เมื่อปี 2001 และเป็นที่รู้จักจากบทกวี “คำอธิษฐานของนักผจญเพลิง”

ในรายการ มีผู้เข้าแข่งขันบางรายคาดเดาถึงสาเหตุการเสียชีวิต เช่น บางคนระบุว่าเกี่ยวข้องกับไฟตามดวงซาจู ขณะที่อีกคนกล่าวถึงความเป็นไปได้เรื่องการพังถล่มหรือถูกทับ ซึ่งตามรายงานอย่างเป็นทางการระบุว่า เขาเสียชีวิตหลังถูกโครงสร้างอาคารถล่มทับระหว่างเหตุเพลิงไหม้

หลังฉากดังกล่าวถูกเผยแพร่ในโซเชียล กระแสวิจารณ์ก็ทวีความรุนแรงขึ้น บุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นหลานชายของผู้เสียชีวิตตั้งคำถามว่าทีมงานได้รับความยินยอมจากครอบครัวอย่างถูกต้องหรือไม่ในการนำภาพและข้อมูลส่วนตัวมาใช้ พร้อมอ้างว่าครอบครัวเข้าใจว่าเป็นรายการสารคดีเกี่ยวกับวีรบุรุษหรือผู้เสียสละ จึงยินยอมเข้าร่วม

เขายังระบุว่า ทางครอบครัวไม่เคยได้รับแจ้งว่ารายการเป็นแนวเซอร์ไววัลเกี่ยวกับร่างทรง หากทราบรูปแบบที่แท้จริงคงจะไม่ให้ความยินยอม อีกทั้งยังมีรายงานว่าเพื่อนร่วมงานนักผจญเพลิงบางส่วนรู้สึกไม่สบายใจกับเนื้อหาดังกล่าว

ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น ชาวเน็ตจำนวนมากตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของคอนเซ็ปต์รายการ พร้อมคอมเมนต์ว่า “ไม่ให้เกียรติผู้ล่วงลับ” และ “ควรหรือไม่ที่นำสาเหตุการเสียชีวิตมาทำเป็นภารกิจให้ทาย?”

ขณะนี้บริษัทผู้ผลิตยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ทำให้หลายฝ่ายจับตาว่าประเด็นดราม่านี้จะคลี่คลายไปในทิศทางใดต่อไป

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

ประเด็นร้อน! ชาวเน็ตเกาหลีวิจารณ์หนัก หลังไอดอลหน้าใหม่เจอดราม่า “พูดจาไม่เหมาะสม”

กระแสวิจารณ์ยังคงร้อนแรง หลังสมาชิกวง ALPHA DRIVE ONE อย่าง Kim Geonwoo ถูกกล่าวหาว่าใช้คำพูดไม่เหมาะสมกับทีมงานระหว่างถ่ายทำรายการ ก่อนจะมีบุคคลในวงการบางรายออกมาอ้างถึงเหตุการณ์อื่น ๆ เพิ่มเติม

นอกจากนี้ ประเด็นเก่าเรื่องพฤติกรรมในช่วงเป็นเด็กฝึกก็ถูกนำกลับมาพูดถึงอีกครั้ง ทำให้ชื่อของเขากลายเป็นหัวข้อร้อนในชุมชนออนไลน์เกาหลี

ชาวเน็ตจำนวนมากแสดงความตกใจและไม่พอใจ บางส่วนตั้งคำถามถึงมาตรฐานในวงการ และมีคอมเมนต์รุนแรงเรียกร้องให้มีการรับผิดชอบ ขณะที่บางคนมองว่าควรรอฟังคำชี้แจงอย่างเป็นทางการก่อน

ด้านชาวเน็ตคอมเมนต์ว่า:

“เขาควรถูกไล่ออกจากวง”

“บ้าจริง… คนแบบนี้ควรหมดอนาคตในวงการไปเลย”

“ทั้งที่เคยมีประเด็นเรื่องนิสัยมาก่อน ก็ยังได้เดบิวต์อีกเหรอ?”

“ตกลงเขาอยากเป็นคนดังจริง ๆ ไหม?”

“ตอนมีไอดอลหญิงดังโดนจับได้ว่าหยาบกับสตาฟ อาชีพเธอแทบพังทันที แต่ไอดอลชายหน้าใหม่คนนี้มีข่าวเสียหลายครั้ง จะมีอะไรเกิดขึ้นกับเขาบ้างไหม?”

“ฉันยังไม่รู้เลยว่าเขาหน้าตาเป็นยังไง แต่เห็นโพสต์พูดถึงนิสัยแย่ ๆ เต็มไปหมดแล้ว”

“นี่ใช่วงเดียวกับที่ก่อนหน้านี้มีข่าวเสียมารยาทกับแฟน ๆ หรือเปล่า?”

“เด็กใหม่ทำตัวแบบนี้เพราะความสามารถยังไม่พอหรือยังไงนะ สงสัยจริง ๆ”

“เขาพูดแบบนั้นกับผู้กำกับฟลอร์จริงเหรอ? นี่ไม่ใช่แค่ใช้อำนาจในทางที่ผิด แต่เหมือนมีปัญหาเรื่องนิสัยจริง ๆ”

ขณะนี้ต้นสังกัดยังไม่ได้ออกแถลงการณ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Page 1 of 6123456»

Like แฟนเพจของเราเพื่อติดตามข่าวสารอัพเดทก่อนใครได้ที่นี่เลยจ้า