Dispatch ล้วงลึก “จัดฉากหรือข่มขืน?” กรณีพี่ชายจีซู BLACKPINK กับเบื้องหลังดราม่า BJ ซิกเด

กรณีประเด็นการเกิดคดีความระหว่างพี่ชายจีซู BLACKPINK กับ BJ ซิกเด ที่ฝ่ายหญิงอ้างว่าถูกข่มขืน ในขณะที่ฝ่ายชายอ้างว่าเกิดจากความยินยอมทั้งสองฝ่าย ในกรณีนี้ย่อมมีคนพูดโกหก และ Dispatch กำลังสืบหาความจริงในเรื่องนี้

ตัวอย่างเช่น

ฝ่ายชาย : “ฝ่ายหญิงเดินเข้าไปในห้องนอนก่อนเอง ผมก็เลยคิดว่าเป็นสัญญาณไฟเขียวยินยอมตามธรรมชาติ”

ฝ่ายหญิง : “ฉันจับข้อมือเขาแล้วพาเข้าไปในห้องเพราะอยากให้เขารีบนอน แล้วฉันจะได้กลับบ้าน”

เวลาเดียวกัน สถานที่เดียวกัน แต่คำให้การกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม้แต่ความทรงจำเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องนอนก็ยังขัดแย้งกัน ทั้งลำดับการเดินเข้าห้อง เหตุผลที่นั่งบนเตียง รวมถึงพฤติกรรมต่างๆ ต่างฝ่ายต่างยืนยันคนละแบบ

ใครบางคนกำลังโกหก หรืออย่างน้อยก็กำลังให้การไม่ตรงกับความจริง ปัญหาคือปัจจุบันยังแทบไม่มีหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ความน่าเชื่อถือของคำให้การฝ่ายใดได้ ทำให้ทุกอย่างยังคงต้องพึ่งเพียง “คำพูดของทั้งสองฝ่าย” เท่านั้น

สื่อ Dispatch ได้ลงพื้นที่สืบสวนกรณีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ BJ สาว ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาคือ A ชายผู้เป็นพี่ชายแท้ๆ ของ Jisoo วง BLACKPINK ส่วนผู้เสียหายคือ BJ สาว B

ก่อนอื่นทั้งสองฝ่ายมีบางประเด็นที่ให้การตรงกัน โดยคำชี้แจงทั้งหมดถูกส่งผ่านตัวแทนทางกฎหมายของแต่ละฝ่าย

สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายยืนยันตรงกัน : “ซิกเด”

A ได้เข้าใช้งานแพลตฟอร์ม SOOP (ชื่อเดิม AfreecaTV) และบังเอิญเข้าไปชมไลฟ์ส่วนตัวของ B

ระหว่างไลฟ์เขาได้ส่ง “ดาว” เป็นของขวัญจำนวน 35,000 ดวง คิดเป็นมูลค่าราว 3.5 ล้านวอน หรือประมาณเกือบหนึ่งแสนบาท

จากนั้น A จึงได้รับสิทธิ์ที่เรียกว่า “식데권” หรือ “สิทธิ์เดทกินข้าว” และทั้งคู่ได้นัดพบกันในวันที่ 15 เมษายน 2026 ที่ร้านอิซากายะแห่งหนึ่งในย่านชองดัมดง โดยเข้าร้านช่วง 18.30 น. และออกมาราว 22.00 น.

หลังจบรอบแรกของการดื่มกิน “เดทกินข้าว” ยังต่อเนื่องไปยังรอบสอง ทั้งคู่เดินทางไปยังบ้านของ A

ทางฝั่ง B อธิบายเหตุผลที่ยอมตามไปบ้านว่า “ตอนอยู่ร้าน เขาดูสุภาพมากและแทบไม่มีการแตะเนื้อต้องตัวเลยค่ะ”

ระหว่างนั่งแท็กซี่ไปบ้าน A ได้สั่งอาหารเดลิเวอรีไว้ล่วงหน้า หลังถึงบ้านทั้งสองนั่งกินมื้อดึก ดื่มแอลกอฮอล์กันต่อก่อนจะย้ายไปนั่งที่โซฟาและเปิดทีวีดูด้วยกัน

จนถึงจุดนี้ความทรงจำและคำให้การของทั้งสองฝ่ายยังคงตรงกัน แต่ปัญหาเริ่มต้นขึ้นหลังจากช่วงเวลาบนโซฟานั้นเอง..

엇갈린 기억들 : ห้องนอน ความทรงจำที่สวนทางกัน

เส้นทางการเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่ายตรงกันทั้งหมด
จากครัว → โต๊ะอาหาร → ห้องนั่งเล่น → โซฟา → ห้องนอน → เตียง

แต่สิ่งที่แตกต่างคือ “ลำดับการเคลื่อนไหว”

ฝ่ายชาย A เล่าความทรงจำของตัวเองว่า “ฝ่ายหญิงลุกจากโซฟาก่อน แล้วเดินเข้าไปในห้องนอน เธอเข้าไปที่เตียงคนเดียวก่อนด้วยซ้ำ ผมจึงมองว่านั่นเป็นสัญญาณไฟเขียวยินยอมตามธรรมชาติ”

อย่างไรก็ตาม B ฝ่ายหญิงโต้กลับทันทีว่า นั่นเป็น “ความเข้าใจผิด” ของ A เธอกล่าวว่า “เขาบอกว่ากินยาซอลพิเด็มแล้วรู้สึกง่วง ฉันเลยจับข้อมือเขาแล้วพาไปที่เตียง เพราะอยากให้เขารีบนอน แล้วฉันจะได้กลับบ้าน ยังต้องกลับไปไลฟ์รีวิวเดตกินข้าวอีกด้วย”

คำถามคือ ทำไมฝ่ายชายถึงย้ำเรื่อง “ใครเข้าห้องก่อน” อย่างหนัก?

ตามคำอธิบายของ A เขามองว่านั่นคือ “การยั่วยวน” เอเผยว่า “มันเป็นบ้านที่ผู้ชายอยู่คนเดียว แต่ฝ่ายหญิงกลับเดินเข้าห้องนอนเอง แบบนั้นจะให้ตีความยังไง? จะบอกว่าเข้าไปเพื่อกล่อมผมนอนเหรอ? ผลตรวจสารเสพติดเบื้องต้นของตำรวจก็ไม่พบอะไรด้วย”

ด้านฝ่ายหญิงอธิบายว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จาก “ลักษณะงานของ BJ” และไม่ได้ผิดปกติแต่อย่างใด

เธอกล่าวว่า “สำหรับ BJ แล้ว A เป็นลูกค้าสายเปย์ระดับใหญ่ จะปล่อยเขาไว้คนเดียวแล้วกลับเลยไม่ได้ ต้องดูแลให้ดีเพราะเขาเป็นคนสำคัญ พอเขาบอกว่าง่วงฉันเลยพาไปนอนเพื่อจะได้รีบกลับบ้าน”

엇갈린 주장들 : ข้อกล่าวหาที่สวนทางกัน

คดีอาชญากรรมทางเพศ จะเริ่มต้นจาก “การกระทำทางเพศที่มีการใช้กำลังหรือการข่มขู่”

หากมีการร่วมเพศจะเข้าข่าย “ข่มขืน” แต่หากเป็นเพียงการสัมผัสร่างกายจะถูกจัดเป็น “ล่วงละเมิดทางเพศ” แล้วระหว่างทั้งสองเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

ฝ่ายชายยืนยันว่า “ไม่มีการร่วมเพศ เกิดขึ้นเพียงแค่ความพยายามเท่านั้น”

ขณะที่ฝ่ายหญิงยืนยันตรงกันข้ามว่า “มีการกระทำเกิดขึ้นจริง”

A ฝ่ายชายเล่าเพิ่มเติมว่า “ตอนนั้นเธอนั่งอยู่ตรงมุมเตียง ผมเลยเข้าไปกอดแล้วชวนให้นอนด้วยกัน จากนั้นก็มีสกินชิพตามธรรมชาติ แต่แล้วจู่ ๆ ตอนนั้นเอง…”

แต่เรื่องราวจากฝั่ง B กลับแตกต่างโดยสิ้นเชิง เธอเล่าว่า “ฉันนั่งอยู่บนเตียงเพราะจะกล่อมให้เขานอน แต่เขากลับดึงตัวฉันไว้ตลอด พร้อมพูดให้นอนด้วยกัน พอฉันตกใจและพยายามลุกขึ้นเขาก็กดฉันลงบนเตียงด้วยกำลัง”

ระหว่างกระบวนการสอบสวน B ได้เปลี่ยนข้อกล่าวหาของ A เป็น “ข่มขืน” เธอเล่าว่า “เขากระชากตัวฉันแรงมาก และถอดกางเกงของฉันออกโดยใช้กำลัง พอฉันขัดขืนเขาก็ใช้ทั้งตัวกดทับฉันไว้ แล้วพยายามจะมีเพศสัมพันธ์ ตอนนั้นฉัน…”

엇갈린 주장들 : “ความยินยอม” ที่อีกฝ่ายปฏิเสธ

หัวใจสำคัญของคดีอาชญากรรมทางเพศ คือ “เจตนาของอีกฝ่าย” สิ่งที่ใช้ตัดสินว่าเข้าข่ายอาชญากรรมหรือไม่ คืออีกฝ่าย “ยินยอมด้วยตัวเอง” หรือ “ถูกบังคับ” และในประเด็นนี้ ทั้งสองฝ่ายก็ยังให้การสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง

A ฝ่ายชายยืนยันว่า “เธอไม่ได้ปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างเป็นไปอย่างธรรมชาติ และถ้า B ต้องการหยุดเมื่อไหร่ก็สามารถหยุดได้ตลอด”

จากนั้น A ก็ย้อนกลับไปพูดถึง “ช่วงเวลานั้น” ที่เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ “ระหว่างที่มีสกินชิพ ผมถอดกางเกงของเธอลง ตอนนั้นเธอบอกว่าต้องการเข้าห้องน้ำ และพูดว่า ‘ขอไปล้างตัวก่อน’ จากนั้นเราก็แยกกันเข้าห้องน้ำของตัวเองเพื่ออาบน้ำ”

แต่ฝั่งหญิงให้การต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เธอเล่าว่า “เขาเข้ามาอย่างรุนแรงมาก ฉันพยายามปฏิเสธอย่างหนัก แต่ไม่มีประโยชน์ ฉันแค่อยากหนีออกจากสถานการณ์นั้นเลยอ้างว่า ‘ไปล้างตัวก่อนเถอะ’ เพื่อหาทางเอาตัวรอด”

엇갈린 주장들 : ห้องน้ำครั้งแรก

หลังจากนั้นตำรวจได้เริ่มต้นการสอบสวนอย่างเป็นทางการ

จนถึงตอนนี้สิ่งที่มีอยู่ยังคงเป็นเพียง “คำให้การของทั้งสองฝ่าย” เท่านั้น ฝั่งชายขอให้ Dispatch เปิดโอกาสให้ชี้แจงและโต้แย้งคำกล่าวหาของฝ่ายหญิง ขณะที่ฝ่ายหญิงเองก็ต้องการอธิบายมุมของตัวเองเช่นกัน

A ฝ่ายชายกล่าวว่า “ถ้าผมข่มขืนจริง เธอจะไปอาบน้ำทำไม? เพราะถ้าเป็นเหยื่อจริง ก็ควรเก็บหลักฐานเอาไว้ คำพูดของเธอมันขัดแย้งกันเอง”

ด้าน B ฝ่ายหญิงตอบกลับว่า “ถามว่าทำไมถึงอาบน้ำเหรอ? เพราะถ้าไม่ทำ เขาต้องสงสัยแน่ และอาจซักถามว่าทำไมถึงเข้าห้องน้ำ ตอนนั้นฉันใช้ช่วงเวลาที่กำลังล้างตัวเพื่อถ่วงเวลาและหาจังหวะแจ้งความ”

ทาง Dispatch ระบุว่า ได้ตรวจสอบข้อความ KakaoTalk ที่ B ส่งหาเมเนเจอร์ระหว่างอยู่ในห้องน้ำครั้งแรกแล้ว โดยมีเนื้อหาดังนี้

หญิง : ช่วยฉันที ได้โปรด เรื่องใหญ่แล้วจริง ๆ
ผู้จัดการ : ทำไม โทรมา
หญิง : ตอนนี้ฉัน…
ผู้จัดการ : มีอะไร
หญิง : ฉันมาที่บ้านไอ้หมอนี่
หญิง : ตอนนี้เหมือนจะโดนข่มขืน

B กล่าวเพิ่มเติมว่า “ถ้าฉันเต็มใจจะมีความสัมพันธ์จริง ก็คงไม่มีเหตุผลต้องส่งข้อความขอความช่วยเหลือหาเมเนเจอร์ตั้งแต่ตอนนั้น และหลังจากได้รับข้อความ เมเนเจอร์ก็แจ้งตำรวจทันที”

엇갈린 주장들 : ห้องน้ำครั้งที่ 2

แม้แต่ประเด็นเกี่ยวกับ “ห้องน้ำ” ทั้งสองฝ่ายก็ยังให้การขัดแย้งกันอย่างรุนแรง

ฝั่งหญิงเล่าว่า “ตอนอยู่ในห้องน้ำครั้งแรกฉันส่งข้อความขอความช่วยเหลือจากเมเนเจอร์ พร้อมถ่วงเวลาด้วยการขอครีมอาบน้ำ แต่ก็อยู่ในนั้นนานเกินไปไม่ได้เพราะกลัวว่าเขาจะสงสัย”

B ระบุว่า เธอออกมาจากห้องน้ำในเวลา 23.53 น. และหลังจากนั้น A ก็เริ่ม “เข้าหา” อีกครั้ง

เธอกล่าวว่า “เขายืนรออยู่หน้าประตูห้องน้ำ พอฉันออกมา เขาก็ถอดเสื้อด้านบนของฉันแล้วเริ่มจูบที่คอ” จากนั้นเล่าต่อ “เขาจูบทั้งที่คอและปาก ฉันเลยอ้างว่าจะไปแปรงฟัน แล้วรีบหนีเข้าห้องน้ำอีกครั้ง จากนั้นก็ส่งวิดีโอรอยจูบที่ต้นคอให้เมเนเจอร์ พร้อมขอความช่วยเหลือรอบที่สอง”

แต่ทางฝั่งชายกลับมองว่า จุดนี้ยิ่งทำให้ข้อกล่าวหาเรื่องข่มขืน “ฟังไม่สมเหตุสมผล”

A กล่าวตอบโต้ว่า “นั่นแหละที่ทำให้คำกล่าวหายิ่งแปลก ผมไม่ได้ห้ามเธอเลยตอนที่เธอบอกให้หยุดผมก็หยุด พอเธอบอกว่าจะไปห้องน้ำผมก็ปล่อยไป ถ้าอยากกลับบ้านก็กลับได้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว”

엇갈린 주장들 : ไทม์ไลน์ของคืนนั้น

นี่คือไทม์ไลน์เหตุการณ์ภายในบ้านในคืนนั้น ตามข้อมูลการสอบสวน

การล่วงละเมิดครั้งแรก : 23.30 น. – 23.42 น.

เข้าห้องน้ำครั้งแรก : 23.42 น. – 23.53 น.

การล่วงละเมิดครั้งที่สอง : 23.53 น. – 23.59 น.

เข้าห้องน้ำครั้งที่สอง : 23.59 น. – 00.04 น.

ตำรวจเดินทางถึงที่เกิดเหตุ : 00.12 น.

B ฝ่ายหญิงกล่าวว่า “ฉันพยายามดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อหนีจากการควบคุมของเขา และระหว่างนั้นก็ได้รับบาดเจ็บฟกช้ำ แม้จะไม่เห็นชัดด้วยตาเปล่าตอนนี้ได้ยื่นใบรับรองแพทย์แล้ว”

พร้อมเสริมว่า “ฉันพูดคำว่า ‘หยุด’ นับสิบครั้ง แต่ไม่สามารถหยุดเขาได้ เรื่องที่บอกว่าฉันทำเพื่อเงินน่ะเหรอ? ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันคงไม่แจ้งตำรวจตั้งแต่แรกอยากให้หยุดการคุกคามซ้ำเติมเสียที”

ด้านอีมินฮยอง ทนายความจากสำนักงานกฎหมาย Dongin ซึ่งเป็นตัวแทนของ B กล่าวเช่นกันว่า “เธอไม่ได้ต้องการเงิน แต่ต้องการให้มีการรับผิดชอบต่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้น”

ขณะที่ A ยังยืนกรานปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา “บ้านผมมีห้องน้ำสองห้อง ตอนที่ผมอาบน้ำอยู่เธอจะกลับบ้านก็ได้ เธอเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ผมไม่เคยกักขังหรือขวางทางเลย”

นอกจากนี้ A ยังตั้งข้อสงสัยว่า เหตุการณ์นี้อาจเป็นการจัดฉากเพื่อหวังผลทางการเงิน เขาเล่าว่า “เธอรู้ตั้งแต่แรกว่าผมเป็นพี่ชายของคนดัง ผมสงสัยว่านี่อาจเป็นคดีจัดฉากเพื่อเงิน ถ้ามาขอเงินตรงๆ มันจะเข้าข่ายกรรโชกทรัพย์เธอเลยเลือกแจ้งความก่อน แล้วค่อยหวังเงินชดเชยภายหลัง”

จนถึงตอนนี้ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีใครยอมถอยแม้แต่น้อย ฝ่ายหญิงยืนยันว่าจะเอาผิดในคดีล่วงละเมิดทางเพศ ส่วนฝ่ายชายเตรียมดำเนินคดีกลับในข้อหาแจ้งความเท็จ และคำถามสุดท้ายที่ยังไม่มีใครตอบได้ก็คือความจริงของคืนนั้นคืออะไรกันแน่

เพราะในเรื่องนี้… ใครบางคนกำลังโกหกอยู่แน่นอน!! และความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว

ที่มา Dispatch โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Dispatch เปิดไทม์ไลน์บริษัทครอบครัวชาอึนอู พร้อมเบื้องหลังการก่อตั้งและการดำเนินงาน

ชาอึนอู สมาชิกวง ASTRO และนักแสดงชื่อดัง กำลังเผชิญกระแสข้อกล่าวหาเรื่องการหลีกเลี่ยงภาษี โดยตามรายงานของกรมสรรพากรแห่งชาติ เกาหลีใต้ ระบุว่าเขาอาจต้องจ่ายภาษีย้อนหลังสูงถึงราว 20,000 ล้านวอน (ประมาณ 13.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากการนำรายได้บางส่วนไปเสียภาษีในรูปแบบ “ภาษีนิติบุคคล” ผ่านบริษัทที่ถูกมองว่าเป็น paper company หรือบริษัทในนามเท่านั้น

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข่าวลือที่เชื่อมโยงไปถึงร้านปลาไหลของครอบครัวในคังฮวาโด ล่าสุด Dispatch ได้เปิดเผยไทม์ไลน์ พร้อมข้อมูลเบื้องหลังเกี่ยวกับบริษัทวันแมนเอเจนซี่ของชาอึนอู ซึ่งเดิมใช้ชื่อว่า Cha’s Gallery และปัจจุบันคือ The Annie’

  1. จุดเริ่มต้น Cha’s Gallery
    ชาอึนอูก่อตั้งบริษัท Cha’s Gallery เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2019 โดยจดทะเบียนที่ ดงอันกู เมืองอันยาง ตัวเขาเป็น CEO แม่ของเขา (นางชเว) เป็นกรรมการภายใน และพ่อเป็นผู้ดูแลการเงิน ขอบเขตธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่การผลิตอัลบั้ม การจัดการศิลปิน อีเวนต์ โฆษณา การแสดงสด ไปจนถึงเครื่องสำอาง
    ต่อมาในปี 2020 บริษัทย้ายไปกิมโพ และในปี 2022 ย้ายไปที่ บูรึนมยอน คังฮวากุน คังฮวาโด ซึ่งเป็นที่ตั้งร้านปลาไหลของครอบครัว
  2. แม่ขึ้นเป็น CEO และตั้งบริษัทใหม่
    ในเดือนกันยายน 2020 แม่ของชาอึนอูขึ้นเป็น CEO ของ Cha’s Gallery และในปี 2022 ได้ตั้งบริษัท LNC ซึ่งทำธุรกิจด้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ต่อมาในปี 2024 รีแบรนด์เป็น The Annie พร้อมขยายธุรกิจไปถึงการดูแลอสังหาริมทรัพย์ของชาอึนอู โดยที่อยู่จดทะเบียนยังเป็นที่เดียวกับร้านปลาไหล
  3. เปลี่ยนเป็น LLC ลดภาระการเปิดเผยข้อมูล
    การเปลี่ยนโครงสร้างจากบริษัทเอกชนเป็นบริษัทจำกัด (LLC) ทำให้ The Annie ไม่ต้องเปิดเผยบัญชีหรือข้อมูลผู้บริหารต่อสาธารณะ เช่น แม่ พ่อ และน้องชายของชาอึนอูที่ถูกระบุเป็นกรรมการภายใน
  4. จุดเชื่อมโยงกับ Fantagio
    ในปี 2019 ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Fantagio ล้มละลายจากคดีอื้อฉาว หลังจากนั้นไม่นานชาอึนอูก็เริ่มตั้งบริษัทของตัวเอง และแม่ของเขาได้รับใบอนุญาตด้านอุตสาหกรรมบันเทิงจากประสบการณ์การเป็น CEO
  5. ต่อสัญญา Fantagio และดีลใหญ่
    ในปี 2022 ชาอึนอูต่อสัญญากับ Fantagio พร้อมค่าตัวระดับท็อปของวงการ และเป็นช่วงเดียวกับที่บริษัทครอบครัวเปลี่ยนเป็น LLC และทำสัญญาบริการกับ Fantagio

ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่าข้อมูลทั้งหมดนี้จะเพียงพอพิสูจน์ว่า ชาอึนอูเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีผ่านบริษัทในนามหรือไม่ โดยคาดว่ากรมสรรพากรจะพิจารณาใหม่ผ่านกระบวนการอุทธรณ์ในเร็ว ๆ นี้

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Dispatch เปิดโปง “ป้าฉีด” ให้บริการฉีดยาอะไรบ้างในบ้านพัก + อ้างว่า Haetnim เพื่อนร่วมรายการ ‘Amazing Saturday’ ของพัคนาแรและคีย์ ก็เป็นลูกค้าประจำเช่นกัน

สื่อดัง Dispatch ออกมาเปิดเผยข้อกล่าวหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับบุคคลที่ถูกเรียกว่า “ป้าฉีด” หญิงรายหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าให้บริการทางการแพทย์โดยไม่มีใบอนุญาตกับนักแสดงตลก พัคนาแร และ คีย์ (SHINee)

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม Dispatch รายงานว่า ยูทูบเบอร์สายม็อกบัง Haetnim (Haetnim the Short Mouth) ก็เป็นอีกหนึ่งลูกค้าประจำของ “ป้าฉีด” เช่นกัน โดย Haetnim เป็นเพื่อนร่วมรายการของพัคนาแรและคีย์ในรายการวาไรตี้ของ tvN อย่าง “Amazing Saturday – Doremi Market”

จากแชต KakaoTalk ระหว่างผู้จัดการเก่าของพัคนาแร (B) กับ “ป้าฉีด” ระบุว่า Haetnim ไม่เพียงเป็นลูกค้าประจำเท่านั้น แต่ยังเคยทำหน้าที่เป็นคนส่ง “ยา” ให้พัคนาแรด้วย โดยเมื่อผู้จัดการ B บอกว่าพัคนาแรต้องการ “ยา” เพิ่ม ป้าฉีดตอบว่า “เดี๋ยวจะบอกให้ Haetnim เอาไปให้วันศุกร์ ระหว่างถ่าย Amazing Saturday”

แล้ว “ยา” ที่พัคนาแรได้รับคืออะไร? Dispatch อ้างว่าเป็น “อาหารเสริมลดน้ำหนัก” ซึ่งถูกกล่าวอ้างว่าเป็นตัวช่วยที่ทำให้ Haetnim ลดน้ำหนักได้ถึง 30 กิโลกรัม

นอกจากนี้ Dispatch ยังระบุว่า พัคนาแร คีย์ และ Haetnim ต่างก็รับการดูแลจาก “ป้าฉีด” เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการไปที่บ้านของป้าฉีด หรือให้ป้าฉีดไปหาที่บ้านของแต่ละคน

ในแชตอีกบทสนทนาหนึ่ง ป้าฉีดกล่าวกับผู้จัดการ B ว่า “รู้สึกเลย!! เมื่อวานนี้… นาแรบอกว่ากินหนักมากที่คยองจู TT ยังไงก็ต้องมาหาฉันแน่หลัง Amazing Saturday ส่วน Haetnim บอกว่าอยากจองวันพฤหัสกับเช้าวันเสาร์”

แล้วป้าฉีดให้การรักษาอะไรบ้างในบ้านพัก? Dispatch เผยภาพถ่ายที่อ้างว่าถูกถ่ายในบ้านของป้าฉีด พร้อมระบุว่าลูกค้ามักจะได้รับ “ยา” ผ่านการ ให้น้ำเกลือ (IV) จากนั้นจึงเข้ารับการรักษาเพิ่มเติมด้วย เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า (Electrical Muscle Stimulator) ซึ่งอ้างว่าสามารถช่วยสลายไขมันและเซลลูไลต์ได้

อย่างไรก็ตาม เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อดังกล่าวถือเป็น อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องมีใบอนุญาตในการใช้งาน และหากใช้ไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดแผลไหม้หรือความเสียหายต่อเนื้อเยื่อได้ โดยตัวแทนบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์รายหนึ่งให้ข้อมูลกับ Dispatch ว่า “นี่ไม่ใช่อุปกรณ์ที่บุคคลทั่วไปจะซื้อได้ง่าย ๆ เป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ที่ใครสักคนจะซื้อมันมาใช้ส่วนตัวในบ้าน”

ท้ายที่สุด Dispatch ระบุว่าตำรวจควรเข้าตรวจสอบกรณีของ “ป้าฉีด” อย่างละเอียด ทั้งแหล่งที่มาของ “ยา” ต่าง ๆ รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องใช้ใบอนุญาต

ด้าน Haetnim ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเธอเคยไปรับการรักษาที่บ้านของป้าฉีด โดยตัวแทนของเธอชี้แจงว่า “Haetnim เพียงได้รับอาหารเสริมลดอาการบวมจากโรงพยาบาลที่ป้าฉีดทำงานอยู่เท่านั้น”

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Dispatch ปล่อยข้อมูลใหม่ ปมจูฮักนยอนกับอดีตนักแสดง AV ญี่ปุ่นทำเอาชาวเน็ตเกาหลีเดือดกว่าเดิม

ประเด็นอื้อฉาวของ จูฮักนยอน อดีตสมาชิก THE BOYZ กับ อาสุกะ คิราระ อดีตนักแสดง AV ชื่อดังของญี่ปุ่นยังไม่จบ ล่าสุด Dispatch สื่อสายแฉชื่อดังของเกาหลีได้เปิดเผยข้อมูลช็อกเพิ่มเติมที่ทำให้ชาวเน็ตเดือดไปอีกรอบ

รายงานจาก Dispatch เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ระบุว่าในคืนเกิดเหตุ จูฮักนยอน ได้ไปปาร์ตี้กับ อาสุกะ คิราระ และหลังจากนั้นก็ขึ้นแท็กซี่ไปที่บ้านของเธอ

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งในทีมงานของ THE BOYZ เปิดเผยว่า “ฮักนยอนไม่กลับโรงแรมคืนนั้น พอถามว่าไปไหนมา เขาก็บอกตรงๆว่าไปบ้าน อาสุกะ คิราระ มา ละโม้ว่า ‘ผมนอนกับเธอมาแล้ว’ แบบภูมิใจสุดๆ”

แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น… หลังจากค่ายตัดสินใจถอดเขาออกจากวง ฮักนยอนกลับลำทันที!

“พอรู้ว่าจะถูกถอดจากวง เขาก็เริ่มบอกว่าไม่ยุติธรรม แล้วเปลี่ยนคำพูดใหม่ บอกว่าไม่ได้มีอะไรกับเธอจริงๆแค่โกหกไปเพราะอยากดูเท่”

คอมเมนต์ชาวเน็ตเกาหลี หลังอ่านรายงานจาก Dispatch:

“เป็นไอดอลแต่ไปโม้เรื่องแบบนี้เพื่อโชว์ว่าตัวเองเท่เหรอ… โคตรต่ำ”

“โกหกว่าเคยนอนกับเธอเพราะอยากดูดี ㅋㅋㅋ จะได้เงินหรือไม่ได้เงินก็เถอะ แค่มีความสัมพันธ์กันก็พอแล้วที่จะโดนไล่ออก”

“แค่ไปปาร์ตี้กับนักแสดง AV แล้วจองห้องส่วนตัว ก็ไม่เหมาะกับคำว่าไอดอลแล้ว”

“เอาจริงๆ ถ้ามันเป็นเรื่องจริง นี่คือเรื่องที่ควรอวดเหรอ? แล้วยังจะโกหกว่าเคย ทั้งที่ไม่ได้ด้วยนะ โคตรอายแทน”

“โกหกว่าตัวเองนอนกับใครเพื่อดูเท่… มันน่าขยะแขยงจริงๆ”

“ถ้ารู้จักหน้าที่ของการเป็นไอดอลจริงๆ คงไม่ไปปาร์ตี้แบบนั้นตั้งแต่แรก ทำตัวเองทั้งนั้น จะมาร้องว่ามันไม่แฟร์ไม่ได้หรอก”

“ทำไมต้องปฏิเสธด้วยวะ? มันดูน่าสมเพชไปหมด สงสารแฟนๆ ที่เคยชื่นชมเขาจริงๆ พูดไม่ออก ได้แต่ถอนหายใจ…”

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

ย้อนรอยประวัติการปล่อยข่าวเดทคนดังของ Dispatch ในวันปีใหม่ในอดีตมีคู่ไหนกันบ้างมาดูกัน

ทุกๆปีใหม่แฟนๆละครและศิลปินเกาหลีมีเรื่องให้ลุ้นกันทุกปี

ในวันที่ 1 มกราคมของทุกปีสื่อ Disptach จะปล่อยข่าวเปิดเผยความสัมพันธ์ของคนดังจนกลายเป็นประเพณีประจำปีที่ทุกคนรอคอย

เริ่มมาตั้งแต่ปี 2013 ที่ Dispatch เผยความสัมพันธ์ของคนดังทุกปี แต่เนื่องจากปี 2024 ไม่มีข่าวใดๆเลยทำให้ปี 2025 หลายคนคาดหวังแต่สรุปแล้วปีนี้ก็ไม่มีเช่นกัน

มาดูกันว่าตั้งแต่ปี 2013 มีคู่ไหนกันบ้างที่ Dispatch ปล่อยข่าวในวันปีใหม่

1 มกราคม 2013
Kim Tae Hee ❤️ Rain

1 มกราคม 2014
Lee Seung Gi ❤️ YoonA

1 มกราคม 2015
Lee Jung Jae ❤️ Im Se Ryung

1 มกราคม 2016
Junsu ❤️ Hani

1 มกราคม 2018
G-Dragon ❤️ Lee Joo Yeon


Lee Joon ❤️ Jung So Min

1 มกราคม 2019
Kai ❤️ Jennie

1 มกราคม 2021
Hyun Bin ❤️ Son Ye Jin

1 มกราคม 2022
Hwang Ui Jo ❤️ Hyomin

1 มกราคม 2023
IU ❤️ Lee Jong Suk

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Dispatch ปล่อยภาพของซงมินโฮ WINNER ในปาร์ตี้ระหว่างที่เขาปฏิบัติหน้าที่ทางทหาร

ตามรายงานของสื่อ Dispatch ในวันที่ 27 ธันวาคม 2024 ซงมินโฮ WINNER ถูกพบที่งานปาร์ตี้และกำลังเอนจอยในระหว่างที่เขาปฏิบัติหน้าที่

ในเดือนสิงหาคมปี 2023 ซงมินโฮเข้าร่วมงานปาร์ตี้ดีเจที่คาเฟ่แห่งหนึ่งใน Goseong และตอนนั้นเขากำลังปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ Mapo Facility Management

ในปาร์ตี้ซงมินโฮถูกพบท่ามกลางผู้คนโดยเขาไว้ผมยาวและกางเกงขาสั้นสวมหมวกและแว่นกันแดด และตามรายงานของผู้พบเห็นกล่าวว่า “เขาดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และเขากำลังสนุกอยู่” เขาดูเหมือนไม่มีอาการของโรควิตกกังวลหรือไบโพลาร์

ตามรายงานของ Dispatch ซงมินโฮเข้าร่วม ‘ทีมวิ่ง’ เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายของเขาก่อนที่จะกลับมาทำกิจกรรมในวงการบันเทิง สมาชิกทีมวิ่งของเขาบอกกับ Dispatch ว่า “พวกเราวิ่งมาราธอนเป็นกลุ่ม เขาเพิ่งวิ่งไปได้ 20 กิโลเมตร น้ำหนักเขาลดลงไปมาก”

ขณะนี้ซงมินโฮกำลังถูกสอบสวนข้อหาละเลยหน้าที่ในฐานะพนักงานบริการสาธารณะหลังจากกล่าวหาว่าปลอมแปลงเวลเาเข้าทำงานและ Mapo Convenience Facility ว่า “ซงมินโฮป่วยด้วยโรควิตกกังวลและโรคไบโพลาร์ อาการของเขาแย่ลงในช่วงนี้ เขากลัวที่จะออกไปข้างนอกและถูกมอบหมายให้ไปทำงานที่ศูนย์แห่งนี้”

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Dispatch ลบวิดีโอสมัยฝึกของ NewJeans ที่เป็นไวรัลออกไปแล้วและชาวเน็ตเกาหลีวิจารณ์

ความคืบหน้าล่าสุดของประเด็นขัดแย้งระหว่าง HYBE กับ ADOR ยังคงเดือดและล่าสุด Dispatch ได้ลบคลิปวิดีโอสมัยฝึกของ NewJeans ซึ่งเป็นคลิปที่ไม่เคยเผยที่ไหนมาก่อนและเผยครั้งแรกจาก Dispatch ซึ่งมีการกล่าวหาว่ามินฮีจินซีอีโอของ ADOR ดึงตัวสมาชิก NewJeans มาจาก Source Music และสมาชิกเหล่านี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของ ‘Team N’ โปรเจ็คเกิร์ลกรุ๊ปของ Source Music

วิดีโอดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากและยังถูกวิจารณ์จากมินฮีจินและครอบครัวของสมาชิก NewJeans และมินฮีจินได้โต้เรื่องที่เธอแย่งตัวมาจาก Source Music และจะฟ้องกับผู้ปล่อยคลิปของวงโดยไม่ได้รับอนุญาต

ไม่นานหลังจากนั้นพบว่า Dispatch ได้ลบวิดีโอดังกล่าวออกไปแล้วและทำให้ชาวเน็ตสงสัยว่าทำไม Dispatch ถึงลบคลิปดังกล่าว

ชาวเน็ตคอมเมนต์ว่า:

“เหมือนว่ามินฮีจินจะฟ้องแล้วจริงๆ”
“HYBE ไม่พร้อมสำหรับสงคราม พวกเขาแค่ระเบิดทุกอย่างและกลับลำทันที น่าหงุดหงิดมาก”
“ฉันรายงานวิดีโอไปละและตอนนี้มันกลายเป็นไวรัล ฉันรายงานที่ YouTube Shorts และ Instagram Reels ด้วย”
“เรื่องนี้มันแย่มาก”
“เธอควรฟ้องพวกเขาอีก”
“ศีลธรรมและมารยาทหายไปหมดแล้วตอนนี้”
“ฉันคิดว่าใครที่ปล่อยคลิปนี้จะถูกฟ้องหรือ Dispatch เองก็ถูกฟ้อง”
“จะมีประโยชน์อะไรในการทำสงครามความเห็นในเมื่อไม่มีใครฟังความเห็นของประชาชนเลย”

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

NewJeans และผู้ปกครองไม่พอใจที่ Dispatch เผยวิดีโอสมัยเป็นเด็กฝึกโดยไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อเร็วๆนี้ Dispatch ได้ปล่อยวิดีโอสมัยเป็นเด็กฝึกทำให้เกิดกระแสวิจารณ์อย่างมากจากสมาชิก NewJeans และครอบครัวของพวกเธอ

ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2024 มินฮีจินซีอีโอของ ADOR ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเธอแย่งสมาชิก NewJeans จาก Source Music ว่า “ไม่เป็นความจริง” และเธอจะใช้กฎหมายจัดการเรื่องนี้

นอกจากนี้มินฮีจินยังโต้รายงานของ Dispatch และประณามที่เผยแพร่วิดีโอส่วนตัวของสมาชิก NewJeans ในสมัยเป็นเด็กฝึกโดยไม่ได้รับอนุญาต ในแถลงการณ์ที่บอกผ่าน Newsen ค่าย ADOR กล่าวว่า “ข้อมูลที่รายงานไม่เป็นความจริง เราจะใช้กฎหมายจัดการกับ HYBE ที่มีการแก้ไขข้อความส่วนตัวและต่อต้านการปล่อยคลิปสมัยเป็นเด็กฝึกโดยไม่ได้รับอนุญาตเนื่องจากสมาชิก NewJeans และครอบครัวของเธอไม่พอใจกับการรุกล้ำความเป็นส่วนตัว”

ก่อนหน้านี้ Dispatch ปล่อยคลิปสมัยเป็นเด็กฝึกของสมาชิก NewJeans จะยังไม่เคยเปิดเผยโดยกล่าวว่ามินฮีจินแย่งสมาชิก NewJeans จาก Source Music

มินฮีจินกล่าวว่าเธอเลือกสมาชิก NewJeans เป็นการส่วนตัวขณะที่ HYBE อ้างว่าสมาชิกเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็ค ‘Team N’ เกิร์ลกรุ๊ปของ Source Music

ท่ามกลางความขัดแย้ง Dispatch ได้ปล่อยคลิปสมัยเป็นเด็กฝึกของ Team N ของ Source Music ที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน และวิดีโอเหล่านี้พิสูจน์ว่าเดิมทีสมาชิก NewJeans เป็นส่วนหนึ่งของ Source Music

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

ภาพของจางวอนยอง IVE ที่ถ่ายโดย Dispatch สวยจนเป็นไวรัล

ภาพที่ Dispatch ถ่ายจางวอนยอง IVE กำลังได้รับความสนใจ

ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2024 โพสต์ในออนไลน์ได้แชร์ภาพของ Dispatch ในกระทู้ชื่อ “ภาพโคลสอัพของจางวอนยองจาก Dispatch” และกำลังเป็นไวรัลที่มีคนดูจำนวนมากและในภาพวอนยองสวมชุดสีขาวสวยสะกดสายตาชาวเน็ต

ชาวเน็ตคอมเมนต์ว่า “ทุกส่วนบนใบหน้าของเธอคือสวยมาก” หรือ “ถ้าจางวอนยองไม่ได้เป็นไอดอลก็ไม่มีใครสมควรได้เป็น” และ “เจ้าหญิงชัดๆ” และอื่นๆ

ชมภาพของเธอที่ด้านล่าง

ที่มา allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Dispatch บินไปฮาวายจับภาพเดทแรกของรยูจุนยอลและฮันโซฮีหลังพวกเขายอมรับความสัมพันธ์

Dispatch บินไปฮาวายเพื่อจับภาพของ Ryu Jun Yeol และ Han So Hee หลังจากทั้งสองยอมรับความสัมพันธืและตามรายงานของ Dispatch ดูเหมือนว่ารยูจุนยอลและฮันโซฮีจะไม่จอยเท่าไหร่

ฮันโซฮีสนใจโทรศัพท์มากกว่าอาหารในขณะที่รยูจุนยอลทานอาหารอยู่เงียบๆ

ในฮาวาย ฮันโซฮีเอาแต่เดินมองพื้นในขณะที่รยูจุนยอลเดินตามมองเธอจากด้านหลัง

จากการสืบของ Dispatch รยูจุนยอลและฮเยริดูห่างเหินกันตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้วและในความเป็นจริงรยูจุนยอลก็ไม่ได้เข้าร่วมงานวันเกิดของฮเยริ

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับพวกเขาบอกกับ Dispatch ถึงบรรยากาศในตอนนั้นว่า “ปกติแล้วทั้งสองจะไม่ค่อยแชร์ชีวิตรัก แต่แม้จะไม่ได้พูดอะไรคุณก็รู้สึกได้ พวกเขาเคยติดต่อกันบ่อยๆ…แต่เวลาการใช้โทรศัพท์ก็น้อยลงและรยูจุนยอลไม่ได้มางานวันเกิดของฮเยริ ทุกคสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ”

แต่พวกเขาคบกันมานาน 7 ปี ดูเหมือนว่าทั้งสองไม่สามารถพูดว่าเลิกกันได้ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาและจากนั้นก็เข้าเดือนกันยายน ว่ากันว่าไม่มีการติดต่อหรือนัดกันเลยในช่วงนั้น ทั้งสองตัดสินใจเลิกกันจริงๆในตอนต้นเดือนพฤศจิกายนยุติความสัมพันธ์รัก 7 ปี

และตามแหล่งข่าวกล่าวรยูจุนยอลทักทายฮันโซฮีเป็นครั้งแรกในนิทรรศการภาพถ่าย เขาเป็นเพื่อนสนิทกับฮันโซฮีและรู้จักดีกับรยูจุนยอล

แน่นอนว่าฮเยริรู้สึกเหมือนถูกหักหลังและพวกเขาประกาศเลิกกันในเดือนพฤศจิกายน ยังไม่ถึง 4 เดือนด้วยซ้ำก่อนที่จะไปฮาวาย

จากมุมมองของฮันโซฮีมันอาจดูไร้สาระเพราะพวกเขาพบกันครั้งแรกในงานนิทรรศการเดือนพฤศจิกายน แต่มันไม่ใช่รักแรกพบ

จากมุมมองของรยูจุนยอล มันคงน่าอึดอัดใจที่้เขาพบกับรักใหม่แต่เขาก็คงรู้สึกเสียใจและมันซับซ้อนที่ความรักถูกเปิดเผยในฮาวาย

รยูจุนยอลขึ้นเครื่องกลับเกาหลีในวันที่ 17 มีนาคม

จุดเริ่มต้นของรยูจุนยอลและฮันโซฮีดูจะไม่ได้รับการตอบรับที่ดีเท่าไหร่จากประชาชน

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

รีแอคชาวเน็ตเกาหลีหลัง Dispatch รายงานข่าวเดทของอีแจอุคและคาริน่า

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าดาราหนุ่มอีแจอุคและคาริน่าจาก aespa

Dispatch ได้ปล่อยภาพของทั้งสองและบอกว่าพวกเขาพบกันครั้งแรกผ่านงานแฟชั่นโชว์ในมิลานและยังรายงานว่าทั้งสองมักนัดพบกันที่แถวบ้านของอีแจอุค

หลังจากนั้นชาวเน็ตได้รีแอคต่อข่าวนี้ว่า “พวกเขาเหมาะกันดีนะ” หรือ “อิจฉาจัง พวกเขาอยู่ด้วยกันแล้วดูดีอ่ะ” หรือ “ปล่อยทั้งคู่ไปเถอะ คุณได้อะไรจากการเปิดเผยแบบนี้” และ “คาริน่าคงโดนวิจารณ์แน่ๆ”

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Dispatch ปล่อยภาพรายงานว่าคาริน่า aespa และอีแจอุคกำลังคบกัน + ต้นสังกัดตอบ

คาริน่า (Karina) aespa และอีแจอุค (Lee Jae Wook) กำลังมีข่าวลือเดท

ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2024 Dispatch รายงานว่าทั้งสองพบกันครั้งแรกที่งานแฟชั่นโชว์ในมิลานเมื่อวันที่ 14 มกราคม และเริ่มคบกันตั้งแต่นั้นมา รายงานกล่าวว่าทั้งสองมักจะไปพบกันแถวๆบ้านของอีแจอุคและถูกพบในช่วงดึก

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ต้นสังกัดของอีแจอุคตอบสั้นๆว่า “เรากำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่”

แปลจาก soompi โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Dispatch ปล่อยภาพของอิมจียอนและอีโดฮยอนขณะเดทช่วงวันหยุด

ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2024 สื่อ Dispatch เผยภาพของสองคู่รักนักแสดงอิมจียอนและอีโดฮยอนขณะเดทและตามรายงานของสื่อภาพดังกล่าวส่งมาจากผู้อ่าน Dispatch

ในภาพทั้งคู่แต่งชุดสบายๆสวมหมวกและหน้ากากและหลังจากทานอาหารเสร็จทั้งคู่ก็เดินดูของในร้าน

จริงๆแล้ว ภาพดังกล่าวก็ตรงกับสตอรี่ของอิมจียอนที่โพสต์เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2024 ซึ่งเธอได้โพสต์ภาพสเต็กปลาแซลแมนและโซบะมากิ

มีการกล่าวว่าอีโดฮยอนผู้ที่สมัครเป็นทหารในกองทัพอากาศเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วและดูเหมือนว่าเขาจะอยู่ในช่วงพัก

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Dispatch เผยอีซอนกยุนและจีดราก้อนถูกเรียกตัวสอบสวนทั้งที่หลักฐานยังไม่เหมาะสม

สื่อ Dispatch เผยข้อมูลที่ทำให้ตำรวจเรียกตัวสองคนดังมาทำการสอบสวนคดียาเสพติด

ตามรายงานของ Dispatch ทุกอย่างเริ่มมาจาก “K” ซึ่งเป็นพนักงานของร้านสถานบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่ที่เรียกว่า “G”

ในเดือนสิงหาคม 2023 K มีคดียาเสพติดกับเพื่อน L ด้วยข้อหาอย่างน้อย 5 กระทงและ K อาจได้รับโทษเพิ่มในครั้งนี้

ในเดือนกันยายน คนที่รู้จักในชื่อ S ซึ่งเป็นแฟนเก่าของ L แจ้งตำรวจเรื่อง K ใช้ยา

ไม่กี่วันต่อมา K ได้ติดต่อกับอีซอนกยุนโดยอ้างว่าโทรศัพท์ของเธอถูกแฮ็กและ K ข่มขู่อีซอนกยุนโดยกล่าวหาว่าแฮ็กเกอร์มีข้อมูลว่าอีซอนกยุนใข้ยาคีตามีนและกัญชา พวกเขาเรียกเงิน 300 ล้านวอน

เมื่ออีซอนกยุนไม่ยอม K เลยจะส่งโทรศัพท์ของเธอให้ตำรวจและไม่นานอีซอนกยุนก็ให้เงินเธอตามที่เธอเรียก 300 ล้านวอนผ่านทางคนรู้จัก

หลังจากได้เงิน 300 ล้านวอน K ก็ถูกตั้งข้อหาใช้ยาในเดือนตุลาคม ตำรวจได้รับข้อความแชทระหว่างอีซอนกยุนและ K จึงเริ่มดำเนินการสอบสวน

ขณะเดียวกันโทรศัพท์ของ K ที่ถูกเก็บไว้มีภาพของจีดราก้อนที่สถานประกอบการ G และเมื่อปีที่แล้ว K อวดกับเพื่อนว่าจีดราก้อนเคยมาที่ทำงานของเธอและเธอถ่ายภาพของเขาโดยไม่ได้รับความยินยอม แม้ว่างานปาร์ตี้ของจีดีจะไม่อนุญาตให้ถ่ายก็ตาม

จากบันทึกทางโทรศัพท์ของ K เธอมักจะอวดเพื่อนว่าได้พบกับคนดังที่มาที่ทำงานและพบว่ามีคนดังมากกว่า 10 คนจากในมือถือของเธอ

อย่างไรก็ตามตำรวจเลือกที่จะสอบสวนเพียงจีดราก้อนเท่านั้นส่วนคนดัง J และ Y ซึ่งเหมือนจะเป็นลูกค้าประจำของสถานประกอบการแห่งนี้ไม่เคยถูกสอบสวนเลย

ในที่สุด Dispatch เลยตั้งคำถามว่าทำไมตำรวจถึงเร่งสอบสวนอีซอนกยุนและจีดราก้อนแทนที่จะหาตัวแฮ็กเกอร์คนที่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับอีซอนกยุนจากมือถือของ K

แปลจาก soompi โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Dispatch รายงานข่าวอื้อฉาวล่าสุดของซึงรีพัวพันกับผู้หญิงสองคน

ซึงรีอดีตสมาชิก BIGBANG ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องแม้หลังออกจากคุกซึ่งล่าสุดเขามีส่วนพัวพันกับผู้หญิงสองคน

ในวันที่ 4 ตุลาคม 2023 Dispatch เผยว่าซึงรีพบว่าตัวเองมีส่วนพัวพันกับความสัมพันธ์ซับซ้อนระหว่างผู้หญิงสองคนนามสมมุติ A และ B รายงานกล่าวว่าซึงรีไปเที่ยวบาหลีกับทั้ง A และ B ซึ่งตอนแรกเดินทางไปกับ A และแยกทางกับเธอเพื่อไปหา B

มีรายงานว่าซึงรีกำลังคบกับ A แต่ต่อมาเขาได้รื้อฟื้นความสัมพันธ์กับ B นอกจากนี้ B ยังย้ำว่าซึงรีตัดความสัมพันธ์กับอิมสตาแกรมอินฟลูเอนเซอร์ Yoo Hee Won แล้วผู้ที่เคยมีข่าวลือว่าอยู่กับเขา

นอกจากนี้ยังพบว่า A และ B รู้จักกันผ่านโซเชียลมีเดียและทั้งสองมีความสัมพันธ์กับซึงรี ทั้งคู่ร่วมมือกันวางแผนไปบาหลีและ B ยังได้ส่งไปที่ซคงรีขอโทษไปให้ A

ด้วยเรื่องของสองสาวทำให้ซึงรีได้รับความสนใจอีกครั้งและทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความประพฤติของเขาหลังออกจากคุกและการกระทำของเขากับเหตุการณ์ในอดีตยังคงเป็นที่ถกเถียง

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Dispatch เทียบโน๊ตระหว่างเพลง “Seven” ของจองกุกกับ “Time of Mask” ของ Fin.K.L หลังมีประเด็นลอกเลียนแบบ

ในวันที่ 24 สิงหาคม 2023 สื่อ Dispatch ปล่อยบทความที่ทำการเปรียบเทียบเพลง “Seven” ของจองกุกกับ “Time of Mask” ของ Fin.K.L เพื่อพิสูจน์ประเด็นลอกเลียนแบบ

เมื่อต้นสัปดาห์มีข้อกล่าวหาจาก Yang Joon Young อ้างว่าแม้ว่าทั้งสองเพลงจะคีย์ต่างกันแต่มีโน๊ต/สเกลเดียวกันใน 4 บาร์

ตามรายงานของยางจุนยองเพลง “Seven” มีปัญหาตรงช่วง 00:55~01:03 ซึ่งอ้างว่ามีความคล้ายกับช่วง 00:52~01:10 ของเพลง “Time of Mask”

เพื่อเป็นการยืนยันคำกล่าวอ้างของยางจุนยอง Dispatch เลยทำการเทียบเพลงและพบว่า “Seven” ใช้สเกล Emaj ขณะที่ “Time of Mask” ใช้ Bbm ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะแปลงเพลงทั้งสองให้คีย์ตรงกันโดยสมบูรณ์

แต่ถึงอย่างนั้น Dispatch ได้ลองเปลี่ยน “Seven” เป็นคีย์ C และ “Time of Mask” เป็นคีย์ Am

สรุปว่าทั้งสองเพลงไม่มีองค์ประกอบที่ซ้อนกันไม่ว่าจะเรื่องคีย์, คอร์ด, จังหวะ หรือการเรียบเรียงโน๊ต

ผู้เชี่ยวชาญยคนหนึ่งบอกกับ Disptach ว่า “เมื่อพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของการลอกเลียนแบบ องค์ประกอบจะต้องซ้อนกันอย่างน้อยสององค์ประกอบเช่นทำนองและคอร์ดที่เหมือนกัน ในกรณีนี้ไม่พบว่ามีองค์ประกอบที่ทับซ้อนกัน”

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

This image has an empty alt attribute; its file name is follow-yz-2019.jpg

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

[BREAKING] Dispatch รายงานจีซู BLACKPINK กับอันโบฮยอนกำลังคบกัน + ต้นสังกัดยืนยัน

จีซู (Jisoo) BLACKPINK กับดาราหนุ่มอันโบฮยอน (Ahn Bo Hyun) กำลังเดทกันซึ่งต้นสังกัดของทั้งสองได้ออกมายืนยันแล้ว

ตัวแทนของ YG Entertainment ได้บอกกับสื่อในวันนี้ว่า “จีซูและอันโบฮยอนรู้สึกดีๆต่อกัน เราขอขอบคุณมากถ้าทุกคนต้อนรับพวกเขาอย่างอบอุ่น” ส่วนทางด้าน FNC Entertainment ก็ตอบในทำนองเดียวกัน

ก่อนหน้านี้สื่อ Dispatch รายงานว่าจีซูและอันโบฮยอนมักจะใช้เวลาด้วยกันที่บ้านของจีซูในยงซานทุกครั้งที่จีซูกลับมาเกาหลี

อันโบฮยอนเกิดในปี 1988 อายุ 35 ปีและจีซูเด็กกว่าเขา 7 ปี ทั้งสองเดบิวต์ในปี 2016 อันโบฮยอนเดบิวต์ด้วยภาพยนตร์ ‘Hiya’ ส่วนจีซูเดบิวต์กับ BLACKPINK

ขอแสดงความยินดีกับคู่รักคู่ใหม่ด้วยจ้า

แปลจาก allkpop + soompi โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Dispatch รายงานซงจีฮโยกำลังต่อสู้กับค่ายเพื่อพนักงานที่ถูกค่ายค้างค่าจ้าง

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าซงจีฮโยขอยกเลิกสัญญากับ Uzurocks ต้นสังกัดของเธอและยื่นฟ้องเรื่องค้างค่าจ้างโดยค้างจ่ายจีฮโยอยู่ 900 ล้านวอนแต่ตอนนี้มีคนอื่นๆอีกที่เป็นพนักงานของ Uzurocks ก็ยังไมได้รับค่าจ้างอย่าง A (217 ล้านวอน), B (100 ล้านวอน), C (210 ล้านวอน) และคนอื่นๆอีกมากมาย

ซงจีฮโยพูดถึงเรื่องนี้ว่า “ตอนนี้ฉันอยู่ได้โดยไม่ต้องใช้เงินมากมายขนาดนั้น แต่ตอนนี้พนักงานเครดิตไม่ดีแล้ว บัตรเครดิตของพวกเขาถูกบล็อกและมือถือก็ถูกตัด ค่าเช่ารถ Porsche ของ CEO Uzurocks จำนวน 2 ล้านวอนต่อเดือนเป็นเงินที่เพื่อนเหล่านี้ควรได้รับ”

ซงจีฮโยเลยออกมาพูดเพราะเธอรู้ว่าหากเธอโทรไปที่บริษัทและแจ้งข่าวจะได้รับความสนใจมากขึ้นและพนักงานจะได้รับค่าจ้างในที่สุด

จากการสืบสวนของ Dispatch พบว่าไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องค้างจ่ายแต่การติดต่อธุรกิจส่วนใหญ่คล้ายกับการฉ้อโกง

มีการเปิดเผยว่าในขณะที่ซีอีโอพัคจูนัมขับรถ Porsche และสวมเสื้อผ้าแบรนด์หรูและมีเงินหลายพันล้านวอนแต่ความเป็นจริงแล้วดูเหมือน CEO จะเป็นหนี้ก้อนโตและใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

นอกจากนี้ผู้จัดการของเผยว่าพวกเขาจะใช้เงินจากบัตรไปก่อนและเรียกเก็บกับบริษัทในภายหลัง แต่เมื่อซงจีฮโยรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในการค้างจ่าย เธอได้ให้บัตรของตัวเองกับผู้จัดการและผู้จัดการกล่าวว่า “พี่จีฮโยให้บัตรของเธอ เธอใช้บัตรนั้นเพื่อใช้จ่ายต่างๆ”

ในที่สุดจีฮโยก็เลือกจะดำเนินการตามกฎหมายกับจำนวนเงินที่จ่ายไปซึ่งบริษัทส่งไปเป็น ‘บันทึกการชำระหนี้’

และพนักงานหลายคนกล่าวว่าซงจีฮโยช่วยดูแลและช่วยค่าใช้จ่ายต่างๆให้พนักงานรวมถึงค่ารักษาที่โรงพยาบาล

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

หากไม่ต้องการพลาดข่าวสารอย่างรวดเร็วจากเรา เลือกแถบกำลังติดตาม ->อย่าลืมติ๊ก ✔ เลือกเห็นโพสต์ก่อนของเพจ Facebook ของเรานะคะ

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Page 1 of 9123456»...Last »

Like แฟนเพจของเราเพื่อติดตามข่าวสารอัพเดทก่อนใครได้ที่นี่เลยจ้า