ชาวเน็ตระอาความคิดพ่อแม่ชายหนุ่มที่ทำร้ายร่างกายแฟนสาวโดยอ้างผู้ชายมีสิทธิทุบตีผู้หญิงเวลาโกรธ!!

ล่าสุดเหล่าชาวเน็ตเกาหลีได้พากันระอาเมื่อได้รู้ความคิดของพ่อแม่ที่ลูกชายตัวเองไปทำร้ายร่างกายแฟนสาวอย่างรุนแรง ที่อ้างว่าผู้ชายมีสิทธิทุบตีผู้หญิงเวลาโกรธ

เมื่อสามสัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากชาวเน็ตในหัวเรื่อง ‘ความรุนแรงในการออกเดทที่ปูซาน’ โดยเป็นข่าวของผู้หญิงปูซานวัย 19 ปีคนหนึ่งที่ถูกแฟนหนุ่มของเธอทุบตีทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อเธอต้องการเลิกกับเขาเพราะทนความรุนแรงไม่ไหว ส่วนหนึ่งของความรุนแรงที่มีหลักฐานชัดเจนเห็นได้จากภาพวงจรปิดในลิฟท์คือชายหนุ่มลากเธอที่นอนหมดสติออกมาจากลิฟท์ในสภาพที่เธอมีเพียงชุดชั้นใน การทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงของเขาทำให้เพื่อนบ้านแจ้งตำรวจเมื่อได้ยินหญิงสาวกรีดร้องจนเขาถูกจับในที่สุด

หลังจากเรื่องนี้โด่งดังมากในโลกโซเชียล วันที่ 13 เมษายน 2018 มีการออกอากาศรายการ Curious Stories Y ของสถานี SBS ที่ได้เข้าสัมภาษณ์ความคิดพ่อแม่ของชายหนุ่มที่ทำร้ายร่างกายแฟนสาว

พ่อแม่ของเขาพูดถึงเรื่องนี้ว่า “เราต่างหากที่เป็นเหยื่อตัวจริง มันต้องมีอะไรที่เธอทำให้ลูกชายเราโกรธน่ะสิ”

แม่หนุ่มโหดกล่าวว่า “ฉันคิดว่าที่ลูกชายของเราทุบตีเธอเป็นเพราะอารมณ์แฟนของเขาเริ่มเกรี้ยวกราด อารมณ์ของเธอไม่ปกติหรอก”

หลังตำหนิแฟนสาวของลูกชายแม่หนุ่มโหดกล่าวต่อ “เราโมโหมากกับคำกล่าวหาของเธอที่บอกว่าลูกชายเราขังเธอเอาไว้ มันทำให้เขาดูเป็นผู้ชายไม่ดี แน่นอนว่ามันจริงที่ตอนพวกเขาทะเลาะกันเขาไม่ยอมปล่อยเธอออกมา อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่ว่าเขามัดเธอเอาไว้หรือทุบตีเธอสักหน่อย มันหมายความว่าอย่างไรที่เธอบอกว่าถูกเขากักขังหน่วงเหนี่ยว”

พ่อหนุ่มโหดกล่าวว่า “ผู้ชายก็มีสิทธิอยู่แล้ว มันไม่เป็นไรไม่ใช่หรือไงที่ผู้ชายจะทุบตีคนอื่นเวลาที่พวกเขาโกรธ?”

หลังจากดูการสัมภาษณ์และรู้ความคิดของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อแม่คนแล้ว ชาวเน็ตต่างผิดหวังมากที่พวกเขาไม่มีความรู้สึกผิดในการกระทำของลูกชายตัวเองเลย

ชาวเน็ตแสดงความเห็นว่า “การสั่งสอนคือสิ่งสำคัญที่สุดที่พ่อแม่ควรให้กับลูก นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเราควรดูพ่อแม่ของแฟนเราก่อนจะตัดสินใจแต่งงาน” กับ “เห็นได้ชัดว่าครอบครัวของเขาเป็นแบบนี้” กับ “ภรรยาต้องใช้ชีวิตเป็นคนรองมือรองเท้าตลอดเวลา” กับ “แม้ว่าเด็กสาวจะทำอะไรผิด แต่การทำแบบนี้มันปกติหรือ? ทุบตีและลากใครสักคนมันไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ทำหรอก” และ “หากนี่เกิดขึ้นกับลูกสาวของฉัน คุณอาจจะตายแล้วตอนนี้” เป็นต้น

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

องซองอู Wanna One นำเงินค่าตัวงวดแรกที่ได้ไปซื้อบ้านให้พ่อแม่!!

 

นับเป็นไอดอลกตัญญูในวงการอีกคนเมื่อองซองอู Wanna One เผยว่าเขานำเงินที่ได้จากเช็คค่าตัวงวดแรกไปซื้อบ้านใหม่ให้พ่อแแม่ของเขา

วันที่ 21 มีนาคม 2018 มีการออกอากาศรายการ Radio Star ทางสถานี MBC ซึ่งองซองอู Wanna One เข้าเป็นหนึ่งในแขกรับเชิญตอนนี้เพื่อสร้างสีสันความสนุกสนานให้รายการ

ในรายการเหล่าพิธีกรถามองซองอูว่า “เราได้ยินมาว่าคุณซื้อบ้านมาหรือ?” และไอดอลหนุ่มตอบว่า “ผมซื้อบ้านให้พ่อแม่หลังจากได้รับเช็คค่าตัวงวดแรกครับ”

องซองอูกล่าวต่อ “ผมคุ้นเคยกับการใช้บัตรของแม่ใช้จ่าย แต่ตอนนี้มันเป็นตรงกันข้ามและมันทำให้ผมรู้สึกภูมิใจมากครับ”

ชมคลิปข่าวนี้ด้านล่างเลย

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

จองแชยอน DIA สะอื้นเผยไม่มีเวลาเจอพ่อแม่

สาวสวยจองแชยอนสมาชิกวง DIA ได้ร้องไห้สะอื้นขณะที่เผยว่ายุ่งจนไม่สามารถไปเจอพ่อแม่ได้

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2018 มีการออกอากาศรายการ Law of the Jungle ทางสถานี SBS ที่จองแชยอน DIA ต้องเสียน้ำตาขณะพูดถึงครอบครัวของเธอ

ในรายการแชยอนไปตกปลากับคิมซึงซู ทั้งคู่ได้พูดคุยกันและเขาถามเธอว่า “พ่อแม่ของคุณต่อต้านหรือเปล่าตอนที่คุณบอกว่าจะอยากจะเป็นนักร้อง?”

จองแชยอนตอบว่าพ่อแม่ของเธอดูเธออยู่เงียบๆ และเล่าว่าเธอรู้สึกเศร้าเมื่อได้ยินพ่อแม่พูดว่า “เราดีใจที่ได้เห็นลูกออกทีวีบ่อยๆ แต่เมื่อไหร่เราถึงจะได้เจอลูกจริงๆที่ไม่ใช่ในทีวีสักที?”

ไอดอลสาวเปิดใจว่าเธอไม่มีเวลากลับไปหาพ่อแม่เลยเนื่องจากตารางงานสุดยุ่งในฐานะไอดอล เธอรู้สึกเสียใจและร้องไห้อย่างกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้ หลังจากได้ยินดังนั้นคิมซึงซูจึงให้คำแนะนำเธอในฐานะรุ่นพี่ในวงการบันเทิง

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Happy Unni ร้านค้าแฟชั่น

14 คนดังวงการบันเทิงเกาหลีที่ซื้อบ้านให้พ่อแม่ของพวกเขา

หนทางสู่การเป็นดาวไม่ใช่ง่ายๆ แต่เมื่อพวกเขาประสบความสำเร็จมีหลายคนในวงการบันเทิงเกาหลีใช้เงินที่ตัวเองหามาได้ซื้อบ้านให้กับคุณพ่อคุณแม่ของตัวเองเพื่อตอบแทนความรักและการสนับสนุนจากพวกท่าน

ดังนั้นในวันนี้เราจะพามารู้จักกัน 14 คนดังที่ซื้อบ้านให้กับพ่อแม่ของพวกเขาหลังประสบความสำเร็จ ต้องบอกก่อนว่านี่คือส่วนหนึ่งเท่านั้น ไปดูกันว่ามีใครกันบ้าง

1. ฮเยริ Girl’s Day

หลังจากโดงดังขึ้นจากบทของเธอในซีรี่ย์ Reply 1988 ฮเยริได้ซื้ออพาร์ทเม้นท์ใหม่ให้กับครอบครัวของเธอใหญ่สองเท่าจากเดิม

2. ซูจี

ซุจีเป็นอีกคนหนึ่งที่ซื้อบ้านให้กับคุณแม่คุณพ่อในบ้านเกิดของเธอที่กวางจู

3. อีฮโยริ

ฮโยริไม่ได้เพียงแต่ซื้ออพาร์ทเม้นท์หรูให้กับครอบครัวของเธอ แต่เธอยังซื้อตึกเป็นของขวัญให้ป้าของเธอด้วย

4. วอนบิน

หลังจากประสบความสำเร็จจากการเป็นนักแสดง วอนบินได้สร้างบ้านสองชั้นที่ไม่เหมือนใคร และบ้านของเขาได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมในปี 2008 อีกด้วย และตอนนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

5. พัคชินฮเย

พัคชินฮเยเริ่มจากการเป็นนักแสดงเด็กและโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้ เธอได้เปิดร้านอาหารให้กับครอบครัวของเธอเอง

6. นัมกุงมิน

แม้ว่าเขาจะเป็นดาราแถวหน้าแต่นัมกุงมินยังคงเช่าบ้านอยู่และคิดถึงครอบครัวของเขาก่อน เขาซื้อบ้านให้กับคุณพ่อคุณแม่ของเขารวมถึงยังซื้อบ้านให้กับน้องชายของเขาที่แต่งงานแล้วอีกด้วย

7. แทยอน Girls’ Generation

ในปี 2012 แทยอนซื้ออพาร์ทเม้นท์ที่มีราคาแพงที่สุดในย่านจอนจูให้กับครอบครัวของเธอ

8. บ๊อบบี้ iKON

หลังจากชนะในรายการ Show Me the Money 3 บ๊อบบี้ได้ใช้เงินรางวัลจากรายการซื้อบ้านให้กับพ่อแม่ของเขาในเกาหลีและพาพวกท่านกลับมาจากอเมริกา

9. โจจองซอก

โจจองซอกผู้ที่มีความฝันตั้งแต่เด็กว่าอยากจะประสบความสำเร็จและดูแลครอบครัว เขาได้ซื้อบ้านให้กับคุณพ่อคุณแม่ของเขาหลังโด่งดัง

10. ซูเอ

เมื่อเธอเริ่มต้นด้วยการเป็นนักแสดงหน้าใหม่ ซูเอหวังที่จะสามาถเช่าบ้านให้กับครอบครัวของเธอ แต่เมื่อเธอกลายเป็นนักแสดงแถวหน้าของวงการเกาหลีเธอซื้อบ้านให้กับพวกท่านแทน

11. มินจีอดีตสมาชิก 2NE1

มินจีให้ของขวัญครอบครัวของเธอด้วยบ้านในวัยอายุ 19

12. แทมิน SHINee

แทมินซื้อบ้านในชองดัมให้กับครอบครัวของเขา

13. G-Dragon ลีดเดอร์ BIGBANG

หนุ่มจีดีเคยมอบของขวัญสุดราคาแพงให้กับคุณพ่อคุณแม่ของเขาด้วยเพนชั่นโรงแรมขนาดเล็กสุดหรูที่ชื่อ Doice Bita

14. แบมแบม GOT7

หลังจากแบมแบมทำรายได้มากมายในผลงานของเขากับวง GOT7 แบมแบมได้ซื้อบ้านสุดหรูให้คุณแม่ของเขาที่ประเทศไทยในวัยเพียงแค่ 18 ปี

แปลจาก soompi โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

ตอนนี้แฟนๆสามารถติดตามเราได้อีกช่องทางสามารถตาม Follow เราได้เลยที่นี่ ==>> IG YOUZAB

Happy Unni ร้านค้าแฟชั่น

โกคยองโพเผยว่าพ่อแม่โชว์ภาพของพัคโบกอมในร้านอาหารแทนการโชว์รูปลูกชายตัวเอง!!

ดาราหนุ่มโกคยองโพเผยว่าพ่อแม่ของเขาได้วางรูปพัคโบกอมโชว์ในร้านอาหารของครอบครัวแทนการวางรูปลูกชายของตัวเองโชว์!

วันที่ 3 สิงหาคม 2017 มีการออกอากาศรายการ Happy Together 3 ทางสถานี KBS 2TV ซึ่งตอนนี้ได้ดาราหนุ่มโกคยองโพเข้าเป็นแขกรับเชิญ ซึ่งเขาได้อธิบายเหตุผลที่พ่อแม่ตัดสินใจติดรูปของพัคโบกอมเพื่อนสนิทของเขาจาก Reply 1988 แทนการติดรูปลูกชายตัวเองในร้านอาหาร

โกคยองโพกล่าวว่า “ความจริงพ่อแม่ของผมเปิดร้านมักกุกซู (บะหมี่เย็นชนิดหนึ่งของเกาหลี) ครับ พ่อบอกผมว่า ‘เราไม่เคยเอารูปลูกมาติดโฆษณาร้านเลย พ่อมั่นใจในฝีมือการทำอาหารของตัวเอง ดังนั้นเราจะไม่ใช้ประโยชน์จากชื่อเสียงลูกแม้แต่นิดเดียว’ พ่อพูดแบบนั้นกับผมครับ”

ต่อมาโกคยองโพเผยว่าเขาเห็นรูปของพัคโบกอมวางโชว์อยู่ในร้านอาหารของครอบครัวและเล่าว่า “หลังจากพัคโบกอมมากินบะหมี่ที่ร้านเรา พ่อแม่ก็วางรูปของเขาในร้านไม่ใช่ผมครับ” จากนั้นจึงหัวเราะ

MC ยูแจซอกกล่าวว่า “พ่อแม่ของคุณก็รักษาสัญญาไว้ได้ดี คือไม่รับความช่วยเหลือใดๆจากคุณ” ทำให้ทุกคนพากันหัวเราะ

โกคยองโพเล่าต่อ “อย่างไรก็ตามจากนั้นเป็นต้นมาลูกค้าเริ่มถามกันว่า ‘คุณเป็นพ่อแม่ของพัคโบกอมหรือ?’ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดกันไปใหญ่ พ่อแม่เลยตัดสินใจวางรูปผมที่ร้านด้วยครับ”

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

Happy Unni ร้านค้าแฟชั่น

อึ้ง!นักเรียนประถมในเกาหลีใต้มีแนวโน้มซื้อคอร์สดูแลผิว, ศัลยกรรมพลาสติกและแต่งหน้ามากขึ้น

พ่อแม่ในประเทศเกาหลีใต้เป็นที่รู้กันดีว่าชอบลุงทุนค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษาให้ลูกอย่างหนักหน่วงมาก และขณะนี้เริ่มมีแนวโน้มที่จะส่งลูกเข้าคอร์สเพื่อปรับปรุงรูปร่างหน้าตาที่เป็นลักษณะภายนอกของเด็ก

วันที่ 16 ธันวาคม 2016 สำนักข่าว Chosun Ilbo ได้รายงานข่าวเกี่ยวกับแนวโน้มของพ่อแม่ชาวเกาหลีใต้ในปัจจุบันที่ส่งลูกที่เรียนระดับป.5 ให้เข้าสปาดูแลผิวพรรณ คุณแม่วัย 37 ปีคนหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า “ฉันซื้อแพคเกจการดูแลผิวแบบ 3 เดือนให้กับลูกสาวที่อยู่ป.5…ก่อนที่เธอจะเริ่มต้นปีการศึกษาใหม่ ฉันต้องการให้เธอกำจัดรอยสิวและรอยแผลเป็น เธอจะมีผิวที่กระจ่างใส…ทุกวันนี้มีคำกล่าวว่าหน้าตาของคุณคือจุดได้เปรียบในการแข่งขัน ดังนั้นหากเธอสวยน่ารักเธอจะได้รับความชอบจากเพื่อนของเธอมากขึ้น” คุณแม่คนนี้ยังกล่าวว่าเธอยังวางแผนซื้อคอร์สผิวขาวรวมทั้งคอร์สเติมน้ำผิวให้ลูกอีกด้วย

เนื่องจากโรงเรียนในเกาหลีกำลังจะปิดฤดูหนาวเป็นเวลาประมาณหนึ่งเดือน พ่อแม่ที่ลูกกำลังจะเข้าวัยรุ่นมากมายได้หาตัวเลือกในการปรับปรุงรูปลักษณ์ของลูกๆ ไม่เพียงแค่การซื้อเสื้อผ้าในห้างสรรพสินค้าให้เท่านั้น แต่พ่อแม่ยุคใหม่มีแนวโน้มจะใช้ปิดเทอมฤดูหนาวนี้ให้ลูกไปทำฟัน, ดูแลผิวและกระทั่งทำศัลยกรรมพลาสติก

ในช่วงฤดูหนาวคลินิกเหล่านี้จะเต็มไปด้วยเด็กประถมและเด็กมัธยมที่มากับแม่ของพวกเธอ นางจางวัย 40 ปีกล่าวว่า “ลูกชายของฉันอยู่ป.5 บ่นว่าเพื่อนล้อที่เขาปากยื่น ดังนั้นเราเลยพาเขามาจัดฟัน”

คลินิกศัลยกรรมบางแห่งให้ข้อเสนอส่วนลด 40% ให้กับนักเรียนมัธยม หนึ่งในบุคลากรของโรงพยาบาลศัลยกรรมพลาสติกกล่าวว่า “เราไม่สนับสนุนให้นักเรียนที่ยังเด็กเข้ารับการทำศัลยกรรมพลาสติกเพราะพวกเขายังคงมีการเจิรญเติบโตกันอยู่ แต่มีเหล่าแม่ๆมากมายที่พาเด็กประถมมาขอร้องให้เราทำศัลยกรรมให้ลูกๆของพวกเธอ เราต้องโน้มน้าวพวกเธอและปฏิเสธไป” โดยคอร์สลดน้ำหนักเป็นพิเศษในหน้าหนาวและคอร์สเพิ่มความสูงยังคงเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในช่วงเวลานี้ของปีอีกด้วย

เด็กหญิงอายุน้อยลงเรื่อยๆที่เริ่มแต่งหน้า ดังนั้นเหล่าผู้ปกครองจะช่วยเลือกครีมบำรุงผิวและเครื่องสำอางให้ลูกๆด้วยตัวเอง นางพัคคุณแม่ของนักเรียนป.1 กล่าวว่า “ฉันตัดสินใจซื้อครีมกันแดดและลิปสติกให้ลูกเป็นของขวัญปีใหม่ เด็กๆแค่อยากทำแบบเด็กคนอื่นในห้องเรียนที่ทำเหมือนกัน ดังนั้นมันจะดีกว่าสำหรับฉันในการซื้อผลิตภัณฑืคุณภาพดีให้เพื่อไม่ให้ลูกมีปัญหาผิว”

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าวัยรุ่นเกาหลีมีแนวโน้มความสนใจคนดัง การดูดีและแต่งตัวดีแบบคนดังมากขึ้น โดยเด็กๆอยากเป็นแบบคนดังเหล่านั้น จากการสำรวจขององค์กรการศึกษาแห่งหนึ่งในเดือนพฤษภาคมของปีนี้ต่อนักเรียนประถมมากกว่า 3000 คน พบว่า 38% อยากจะเป็นดาราเมื่อโตขึ้น ซึ่งจากจากเด็กในยุค 70 และ 80 ที่อยากเป็นประธานาธิบดีมากเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนเด็กยุค 90 อยากเป็นแพทย์มากเป็นอันดับหนึ่ง

ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นได้ถกเถียงกันว่าความจริงแล้วพ่อแม่ต้องการให้เด็กประสบความสำเร็จและทำให้เทรนด์นี้ยิ่งแย่ลง ศาสตราจารย์อิมอุงกล่าวว่า “การลงทุนด้านความงามให้เด็กเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการทำให้เด็กๆของคุณเหนือกว่าคนอื่น นอกจากการศึกษาแล้วมันไม่ใช่แนวคิดที่ดีเลยที่จะฝังหัวว่า ‘ไม่ว่าอย่างไรสิ่งสำคัญคือการชนะการแข่งขัน’ ให้กับเด็กๆผู้ที่ยังไม่ได้ตีค่าให้กับตัวเอง” และเป็นกังวลที่ชาวเกาหลีให้ความสำคัญกับหน้าตามากเกินไป

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำข่าวออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ hotlink ไฟล์ภาพ)

Happy Unni ร้านค้าแฟชั่น

กตัญญู!!แทยอน SNSD ซื้อห้องชุดหรูให้พ่อแม่อีกครั้ง!!

Girls-Generation-Taeyeon_1466899606_af_org

ล่าสุดมีการเปิดเผยว่าแทยอนวงโซนยอชิแด (SNSD, Girls Generation) ได้ซื้อห้องชุดหรูให้กับพ่อแม่ของเธออีกที่

วันที่ 25 มิถุนายน 2016 มีการออกอากาศรายการ Lifestyler ทางสถานี tvN ซึ่งเผยให้เห็นว่าแทยอนสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากงานเดี่ยวของเธอถึง 900 ล้านวอน และนำเงินส่วนนี้ไปใช้ในทางที่ดีเพื่อซื้อห้องชุดสุดหรูขนาด 3 ห้องน้ำให้กับครอบครัวของเธอ

รายการเผยว่าห้องชุดนี้อาจมีราคาถึง 800 – 900 ล้านวอน นอกจากนี้แทยอนยังเคยทำบัตรเครดิตให้กับพ่อแม่ของเธอจากเงินเดือนแรกอีกด้วย ไม่เพียงเท่านี้เพราะแทยอนยังเคยซื้อบ้านและรถหรูให้กับพ่อแม่ของเธอมาก่อนหน้านี้แล้ว

อย่าลืมติดตามสาวกตัญญูคนนี้ได้จาก MV ล่าสุดของเธอเพลง Starlight รวมถึงเพลงโปรโมทชื่อเดียวกับอัลบั้มใหม่ของเธออย่าง Why อีกด้วย

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำข่าวออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

โจเซโฮเดินทางไปบ้านเกิดเพื่อพบพ่อแม่ของชาโอลูในรายการ We Got Married

seho-chaolu-meet-parent

โจเซโฮเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของชาโอลูในรายการ We Got Married ตอนวันที่ 23 เมษายน 2016

ทั้งคู่ไปเยี่ยมบ้านเกิดของชาโอลู FIESTAR และแม้จะมีอุปสรรคทางด้านภาษาแต่เซโฮก็เตรียมตัวมาดี เขาเขียนจดหมายให้กับพ่อแม่ของชาโอลูด้วยภาษาจีน และแม่ของเธอประทับใจมากพร้อมกับกล่าวว่า “ฉันชอบเซโฮมากกว่านักแสดงคิมซูฮยอนเสียอีก”

แต่อย่างไรก็ตาม คุณพ่อของชาโอลูดูเหมือนจะไม่แฮปปี้ และในขณะที่พวกเขากำลังทานอาหารชาโอลูได้เอาทิชชู่เช็ดปากให้กับเซโฮอีกด้วยทำเอาพ่อแม่และญาติต่างพากันตะลึง

แปลจาก soompi โดย Youzab หากนำข่าวออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

JYP Entertainment ปล่อยคำแถลงการณ์ปฏิเสธเรื่องที่หาว่าพวกเขาบังคับให้จื่อวี่ขอโทษ

tzuyu-2016-parent

JYP Entertainment ปฏิเสธเรื่องว่าพวกเขาบังคับให้จื่อวี่ขอโทษ

หลังจากทีอัปโหลดวิดีโอขอโทษของจื่อวี่ บางคนตำหนิ JYP Entertainment ที่ไม่สนับสนุนจื่อวี่และพวกเขาสงสัยกันว่าจื่อวี่อาจถูกบังคับให้มาขอโทษเพื่อเรื่องธุรกิจ ซึ่งล่าสุด JYP Entertainment ได้แถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาแล้วโดยกล่าวว่า:

“พวกเราขอแสดงจุนยืนของเราที่มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการขอโทษของจื่อวี่

เป็นเพราะจื่อวี่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ พวกเราได้คุยกับพ่อแม่ของเธอตั้งแต่ต้นเกี่ยวกับสิ่งที่จะทำ และเรารอจนพ่อแม่ของจื่อวี่มาเกาหลี

ทางค่ายไม่สามารถและไม่เคยบังคับให้ใครคิดอย่างที่เป็นได้ และสิ่งเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้น ครอบครัวของจื่อวี่มาที่เกาหลี พูดคุยกับจื่อวี่ ทำการตัดสินใจกันและจัดการเรื่องขอโทษ

ในขณะที่จื่อวี่ยังคงทำงานหนัก จื่อวี่และพ่อแม่ของจื่อวี่อยากให้เหตุการณ์นี้ได้รับการแก้ไขให้เร็วที่สุด และพวกเขาหวังว่าทุกคนจะให้การสนับสนุนจื่อวี่”

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำข่าวออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

แจ็คสัน GOT7 ได้พบกับพ่อแม่ของเขาอีกครั้งในงานแฟนมีตที่ประเทศจีน!!

ล่าสุดแจ็คสันวงก็อต7 (GOT7) ได้พบกับคุณพ่อคุณแม่ของเขาอ่างอบอุ่นอีกครั้งในประเทศจีน

วันที่ 31 ตุลาคม 2015 แจ็คสัน GOT7 ไอดอลหนุ่มชาวฮ่องกงได้โพสต์ภาพครอบครัวของเขาพร้อมข้อความว่า “แม่และพ่อครับผมรักคุณ”

จากภาพมีทั้งเขากับพ่อและแม่ที่ถ่ายรูปด้วยกันอย่างอบอุ่น ทำให้แฟนๆรู้ว่าในตอนนี้เขาได้พบกับพ่อแม่อีกครั้งหลังจากต้องทนคิดถึงเป็นเวลานานเนื่องจากทำงานหนัก

และในภาพที่สองหนุ่มแบมแบมของเราได้ร่วมถ่ายรูปกับครอบครัวของแจ็คสันอย่างอบอุ่น ราวกับว่าเขาเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวเลยทีเดียว

โดยแจ็คสันได้พบกับพ่อแม่ของเขาขณะที่ GOT7 จัดงานแฟนมีตที่กวางโจว ประเทศจีน ในวันที่ 31 ตุลาคม 2015 และดูเหมือนว่าพ่อแม่จะบินจากฮ่องกงมาเยี่ยมเขาหลังจากนั้นและรวมตัวกันที่กวางโจว

แปลจาก soompi โดย Youzab หากนำข่าวออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ hotlink ไฟล์ภาพ)

โบมี A Pink ช่วยดูแลซูเปอร์มาร์เก็ตของพ่อแม่เพื่อให้พวกท่านพัก!!

great-expectations-bomi

โบมีสาวสดใสแห่งวงเอพิงค์ (A Pink) ช่วยดูแลซูเปอร์มาร์เก็ตของพ่อแม่เพื่อให้พวกท่านได้พักบ้าง

วันที่ 28 กันยายน 2015 มีการออกอากาศรายการ Great Expectations ตอนพิเศษรับวันหยุดเทศกาลชูซอก โบมี A Pink เข้าช่วยดูแลซูเปอร์มาร์เก็ตของพ่อแม่ของเธอ เพื่อที่ว่าพวกท่านจะได้พักผ่อนบ้าง

โบมีจัดการร้านด้วยตัวเองจนกระทั่งเธอเรียกน้องชายเข้ามาช่วย หลังจากที่ขายองุ่นได้ 1 กล่องเป็นครั้งแรกด้วยตัวเอง โบมีกล่าวว่า “นี่มันน่าตื่นเต้นค่ะ!”

หลังจากลูกค้าคนแรกต่อมาองุ่นยังขายไม่ออก โบมีจึงให้ลูกค้าคนอื่นๆชิมองุ่นและโน้มน้าวให้ซื้อ และในที่สุดหลังจากตรงไปยังประตูหน้าและขายให้กับลูกค้าที่นั่น โบมีจึงขายองุ่นได้อีกกล่อง

และแน่นอนว่าโบมีสามารถขายองุ่นออกหมดทุกกล่อง หลังจากที่คุณแม่ของเธอกลับมาจากการพักผ่อน โบมีบอกแม่ว่า “แม่คะ หนูขายองุ่นออกหมดแล้วค่ะ” และสองแม่ลูกจึงออกไปหาอะไรทานด้วยกันเพื่อเป็นการฉลอง

ในรายการโบมีพบว่าแม่ของเธอต้องผ่านกับช่วงเวลาที่ยากลำบากและเคยกระทั่งมีช่วงเวลาที่หดหู่มาก่อน

เธอกล่าวว่า “แม่ไม่เคยร้องไห้ให้เราเห็นเลยค่ะ แม้กระทั่งตอนที่ท่านเหนื่อยก็จะพูดแค่ว่า ‘ฉันปวดขา’ ไม่ก็ ‘ฉันเหนื่อย’ นี่เป็นครั้งแรกที่แม่บอกฉันเกี่ยวกับความลำบากที่ต้องผ่านมาในอดีต ดังนั้นฉันเลยคิดว่าวันนี้เป็นครั้งแรกที่ฉันเข้าใจความรู้สึกของแม่ค่ะ”

แปลจาก soompi โดย Youzab หากนำข่าวออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ hotlink ไฟล์ภาพ)

ลูกน้อยคนแรกของจีซองและอีโบยองลืมตาดูโลกแล้ว!!

ในที่สุดจีซองและอีโบยองได้กลายเป็นพ่อแม่คนแล้ว เมื่ออีโบยองให้กำเนิดลูกสาวคนแรกของทั้งคู่

วันที่ 13 มิถุนายน 2015 ต้นสังกัด Will Entertainment ได้เปิดเผยข่าวดีของคู่แต่งงานจีซองและอีโบยองที่ให้กำเนิดลูกสาวว่า “สวัสดี นี่คือ Will Entertainment”

จากนั้นกล่าวต่อ “ดาราสาวอีโบยองได้ให้กำเนิดลูกสาวในเช้าวันศุกร์ ทั้งแม่และเด็กสุขภาพแข็งแรงดี ขอบคุณทุกท่านที่มอบความรักและให้ความสนใจ”

อีโบยองที่ให้กำเนิดลุกสาวหลังแต่งงานได้ 2 ปี โดยแต่งงานในปี 2013 ได้กล่าวว่า “สวัสดีค่ะ นี่อีโบยองนะคะ ฉันสามารถให้กำเนิดลูกคนแรกของเราออกมาอย่างสุขภาพดี ด้วยการสนับสนุนและความรักของทุกคนค่ะ แม้ว่ามันจะเป็นการรอคอยที่ยาวนาน แต่ฉันรู้สึกขอบคุณที่่เขาออกมามีสุขภาพดี ฉันจะกลับไปพบกับพวกคุณด้วยผลงานที่ดีในไม่ช้า ขอบคุณค่ะ”

ต้นสังกัดกล่าวต่อ “โปรดมอบคำอวยพรที่ไม่มีวันจบให้กับอนาคตของทั้งสามด้วย เนื่องในโอกาสอที่จีซองและอีโบยองได้ต้อนรับลูกน้อยสมาชิกใหม่ของครอบครัว ขอบคุณ”

ขอแสดงความยินดีกับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ด้วยจ้า

แปลจาก Soompi โดย Youzab หากนำข่าวออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

ยุนโซฮีเปิดเผยว่าพ่อแม่เธอคัดค้านอย่างหนักกับความฝันการเป็นนักแสดง!!

นักแสดงสาวยุนโซฮี ผู้ที่ได้รับความรักมากมายจากเรื่อง Let’s Eat และเธอได้ปรากฏตัวในรายการ “TAXI” ทางสถานี tvN ในวันที่ 24 มีนาคม 2015 เธอเป็นหนึ่งในนักแสดงที่สวย ฉลาดและมีความสามารถ เธอเข้าเรียนที่ KAIST ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอันดับต้นๆของเกาหลี ที่เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม

แต่ในรายการ เธอได้เปิดเผยว่าเธอทะเลาะกับคุณพ่อคุณแม่อยู่บ่อยครั้งเพราะหัวใจของเธออยู่กับการแสดง ถึงขนาดว่าพ่อแม่ของเธอเคยติดต่อไปยังต้นสังกัดและเตือนว่า “อย่ามาติดต่อกับลูกสาวของเราอีก” (ปัจจุบันเธออยู่ภายใต้สังกัด SM Entertainment)

ยุนโซฮีเปิดเผยว่าเธอเพียงแค่อยากไปเข้าที่ KAIST แต่ไม่ได้มีแผนอันใดสำหรับอนาคต เธอรักในการแสดงและเริ่มตั้งแต่เธอยังเด็กเธออยากจะส่งใบสมัครเพื่อไล่ตามสิ่งนี้ แต่คุณแม่ของเธอไม่พอใจ จากนั้นเธอเชื่อในคำพูดคุณแม่ของเธอที่บอกว่าจะได้รับอนุญาตเมื่อเข้ามหาวิทยาลัย เธอยังคงเก็บความฝันนั้นไว้จนเมื่อเวลานั้นมาถึง

แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่ายุนโซฮีจะเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว แม่ของเธอกล่าวว่า “แต่เธอมาไกลแล้วนะ” และกังวลเป็นอย่างมาก เพื่อให้บรรลุความฝันของเธอ ยุนโซฮีจึงเดินทางไปมาระหว่างกรุงโซลและแทจอนเพื่อเรียนการแสดงและเรียนไปด้วย

ในที่สุด เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม เธอได้เข้าพบกับผู้บริหารและบริษัทเพื่อพูดถึงการทำงานของเธอและเข้าบริษัทเพื่อเป็นเด็กฝึก แต่อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ของยุนโซฮียังคงคัดค้านกับการตัดสินใจของเธอ

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำข่าวออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ hotlink ไฟล์ภาพ)

หนังคนละม้วน!!พ่อแม่ของคิมฮยอนจุงออกมาพูดเรื่องปัญหาการท้องของนางสาวชเวและความคิดของลูกชาย!!

ดูเหมือนว่าเรื่องราวในครอบครัวของคิมฮยอนจุงจะยังคงไม่สงบได้ง่ายๆจากประเด็นปัญหาการท้องของนางสาวชเวอดีตแฟนสาว โดยครอบครัวฝ่ายชายรู้สึกคาใจที่หญิงสาวไม่มาตามนัดที่โรงพยาบาล ในขณะที่ฝ่ายหญิงเผยว่าเธอไม่เคยตกลงว่าจะไปโรงพยาบาลนั้นแต่อย่างใด

ตามมาติดๆหลังจากที่นางสาวชเวอดีตแฟนสาวของหนุ่มหล่อราวเทพบุตรคิมฮยอนจุงได้ให้สัมภาษณ์ต่อ Dispatch จากมุมมองในด้านของเธอ พร้อมเผยแชทลับที่มีทั้งหวานทั้งขมขื่นกับคิมฮยอนจุง ล่าสุดสำนักข่าวยักษ์คู่แข่งของ Dispatch อย่าง The Fact ได้ปล่อยข่าวการให้สัมภาษณ์ของครอบครัวคิมฮยอนจุงออกมาบ้างเช่นกัน โดยพวกเขาแสดงความงุนงงในสถานการณ์ที่นางสาวชเวทำ ทั้งที่ความจริงพวกเขาต้องการตรวจดูสุขภาพของเด็กเท่านั้น

แม่ดาราหนุ่มคิมฮยอนจุงกล่าวว่า “บอกตามตรงว่าฉันค่อนข้างอายที่อยู่ที่นี่ตอนนี้ ฉันไม่รู้ว่าจะให้สัมภาษณ์อะไรด้วยซ้ำ นี่เป็นเรื่องระหว่างลูกชายของฉันและนางสาวชเว และเป็นเรื่องระหว่างสองครอบครัว แต่ทั้งๆที่เป็นแบบนี้ เหตุผลที่เราตัดสินใจให้สัมภาษณ์เป็นเพราะเรามีบางอย่างอยากจะพูด เราเพียงต้องการยืนยันในตัวเด็กเท่านั้น”

คุณแม่กล่าวต่อ “แน่นอนว่าฉันเชื่อว่านางสาวชเวท้อง ฉันยังคงไม่สงสัยที่เธออ้างว่าท้องกับลูกชายของเรา แต่เป็นเรื่องยากที่จะบอกตัวเองว่า ‘อ่า นี่คือหลานของเรา’ เพียงแค่ดูจากภาพอัลตร้าซาวด์เพียงไม่กี่ใบซึ่งไม่มีชื่อหรืออะไรเลยบนนั้นผ่านข้อความมือถือ มีพ่อแม่คนไหนบ้างไหมที่จะยอมรับง่ายๆเมื่อมีใครมาบอกว่า ‘นี่เป็นลูกของคุณ’ พร้อมกับภาพอัลตร้าซาวด์ที่ไม่มีชื่อหรือรายละเอียดอะไรติออยู่ในภาพเลย ทั้งหมดที่เราขอร้องจากตอนเริ่มต้นคือทุกอย่างจะสามารถยืนยันได้หากเราเดินทางไปโรงพยาบาลด้วยกัน”

ครอบครัวของคิมฮยอนจุงยังพูดถึงเอกสารที่นางสาวชเวได้นำมาเป็นหลักฐานการตั้งครรภ์กับลูกชายของพวกเขา โดยเผยว่าพวกเขาได้ไปพบกับพ่อแม่ของนางสาวชเวเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และพ่อแม่ของฝ่ายหญิงมีซองจดหมายที่มีเอกสารอยู่ข้างใน แต่พ่อแม่ของคิมฮยอนจุงกล่าวว่าไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีเอกสารอะไรอยู่ด้านในเพราะต่อมาพ่อแม่ของนางสาวชเวได้ออกไปและนำซองจดหมายออกไปด้วย พ่อแม่ของคิมฮยอนจุงเผยว่าพวกเขาไม่ได้คิดจะเปิดซองจดหมายจริงๆเพราะไม่ได้สงสัยว่านางสาวชเวจะมาโกหกพวกเขา และคิดว่าจะมาเปิดดูภายหลัง

คุณพ่อของคิมฮยอนจุงยังเผยว่าข้อความแชทที่นางสาวชเวได้เปิดเผยใน Dispatch ถูกตัดบางข้อความออกไปเพื่อให้ฝ่ายเธอดูดี  เขาเผยว่ามีข้อความแชททั้งหมดเก็บไว้และรอจะเปิดเผยเช่นกัน แต่เขาต้องการได้รับความยินยอมจากนางสาวชเวก่อน

จากนั้นคุณพ่อเปิดเผยว่าที่เขาตั้งใจให้ไปพบกันที่โรงพยาบาลเป็นเพราะได้ยินมาว่านางสาวชเวยังดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังจากที่เธอตั้งครรภ์ เขาเผยว่าเขาถูกพูดยอกย้อนตลอดเวลาที่คุยกับนางสาวชเวว่า “ฉันแค่เป็นกังวลว่าเธออาจจะกินอะไรก็ตามโดยไม่รู้ว่าเธอกำลังท้อง” แต่นางสาวชเวบอกเขาว่าเธอไม่ได้กินโดยไม่คิดก่อน

คุณพ่อกล่าวต่อ “ผมอยากถามเธอว่า ‘เธอดื่มหรือเปล่า?’ แต่เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมไม่มีพยานยืนยันได้จริง ผมต้องมีช่วงเวลายากลำบากในการถามเธอจริงๆ เพราะหากผมถามเธอแบบนั้น งั้นผมต้องบอกชื่อคนที่บอกเรื่องนี้ให้ผมรู้กับเธอ นั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ปัญหาใหญ่ขึ้นและผมคิดว่าเธออาจเจ็บปวดเพราะเรื่องนี้ และผมไม่อยากทำร้ายคนที่อาจจะมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวผม”

“แต่ผมคิดว่าเมื่อผมพูดกับเธอว่า ‘เรามาตรวจกันเถอะก่อนที่มันจะสายเกินไป’ แต่เธอกลับเข้าใจผิดคิดว่าผมบอกเธอว่า ‘รีบไปทำแท้งเถอะก่อนที่เด็กจะโตเกินไป’ อย่างไรก็ตามผมไม่มีเจตนาแบบนั้นเลย ความจริงแล้วผมเพียงต้องการปกป้องเด็กเท่านั้น”

คุณพ่อของคิมฮยอนจุงยังเคลียร์ข่าวที่นางสาวชเวให้สัมภาษณ์ไว้กับ Dispatch ในปัญหาที่เธอไม่ไปตามนัดในโรงพยาบาลที่เขานัด โดยเธออ้างว่ากลัวเขาจะทำอันตรายต่อเด็กเนื่องจากครอบครัวฝ่ายชายเป็นคนเลือกโรงพยาบาล แต่อย่างไรก็ตามทางฝ่ายครอบครัวของดาราหนุ่มได้กล่าวตรงกันข้ามกับที่เธอพูดเลยราวกับหนังคนละม้วนกัน

พ่อดาราหนุ่มกล่าวว่า “ตอนที่ผมได้พบกับนางสาวชเวและรู้ว่าเธอท้องคือวันที่ 6 มกราคม แม่ของคิมฮยอนจุงต้องเข้าผ่าตัดคอในวันที่ 8 มกราคม ดังนั้นผมเลยไม่ได้บอกภรรยาของผมและไปพบกับนางสาวชเวเพียงลำพัง เธอบอกว่าเธอท้องดังนั้นผมเลยบอกว่าถ้างั้นเธอต้องดูแลสุขภาพของตัวเองและเด็ก ไปตรวจที่โรงพยาบาลใหญ่กันเถอะ ผมยังพูดแบบนี้กับพ่อแม่ของเธอด้วยและพวกเขาต่างเห็นด้วย หลังจากนั้นผมได้โทรหานางสาวชเวเพื่อนัดวันตรวจกับเธอในโรงพยาบาลชื่อดังและมีผลการรักษาที่ดี อย่างไรก็ตามเธอบอกว่าเธอไม่อยากตรวจกับหมอผู้ชาย”

“ผมบอกเธอว่าที่นั่นมีหมอที่น่าเชื่อถือและเป็นที่เคารพของคนทั่วไป ดังนั้นเราควรไปพบกับเขาก่อนและหลังจากนั้นเราค่อยเปลี่ยนให้เป็นหมอผู้หญิงก็ได้ จากนั้นเธอบอกว่ารู้จักกับหมอผู้หญิงที่มีชื่อเสียงในโรงพยาบาลนั้น ดังนั้นให้ผมนัดตรวจกับหมอผู้หญิงแทนและผมเห็นด้วยจึงนัดเธอไปตรวจกับหมอหญิงคนนั้น”

ต่อมาคุณพ่อเผยว่าทั้งที่ตกลงกันเอาไว้แบบนี้ แต่นางสาวชเวไม่ได้ปรากฏตัวตามนัดเลยในวันที่ 17 มกราคม เขาบอกเรื่องทั้งหมดกับภรรยาหลังจากที่เธอกำลังรักษาตัวจากการผ่าตัดเสร็จ และแม่คิมฮยอนจุงเสนอตัวพานางสาวชเวไปตรวจเองทั้งที่เธอยังไม่หายดีและต้องนั่งบนรถเข็น พ่อแม่ของคิมฮยอนจุงรอนางสาวชเวมาตามนัดที่โรงพยาบาลแต่เธอกลับไม่มา ด้วยความโมโหพ่อของคิมฮยอนจุงจึงส่งข้อความไปหานางสาวชเวว่า “เธอไม่สามารถทำเรื่องแบบนี้ได้จริงๆ”

จากนั้นพวกเขาจึงเปลี่ยนวันนัดเป็นวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2015 อย่างไรก็ตามในวันที่ 31 มกราคม นางสาวชเวส่งข้อความมาบอกว่าเธอจะไม่มาหากคิมฮยอนจุงไม่มาด้วย แม้ว่าพ่อแม่ดาราหนุ่มพยายามเกลี้ยกล่อมเธอให้มาตรวจ แต่เธอกลับปฏิเสธ และพวกเขาจึงทำการนัดใหม่อีกครั้งในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ เนื่องจากคิมฮยอนจุงได้กลับมาตารางงานในต่างประเทศแล้วในตอนนั้น

อย่างไรก็ตามนางสาวชเวได้ติดต่อพวกเขามาอีกในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ โดยบอกว่าเธอไม่อยากไปโรงพยาบาลตามที่นัดอีกต่อไป ดังนั้นพ่อแม่ดาราหนุ่มจึงยอมไปอีกโรงพยาบาลที่เธอต้องการในวันเดียวกัน แต่เธอก็ไม่มาอีกและไปให้สัมภาษณ์กับ Dispatch แทน

พ่อแม่ของคิมฮยอนจุงจึงขอให้เธอมาพบพวกเขาในโรงพยาบาลที่เธอต้องการในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ เมื่อพวกเขาส่งข้อความไปให้เธอว่า “เราอยู่ระหว่างเดินทางไป ดังนั้นช่วยมาด้วย” นางสาวชเวตอบมาแค่ว่า “หยุดเล่นกับสื่อซะที ความจริงจะปรากฏออกมาเสมอ”

คุณพ่อคิมฮยอนจุงแสดงความเห็นในตอนให้สัมภาษณ์ว่า “พวกเราไปเล่นกับสื่อตอนไหนกัน? ไม่ใช่เธอหรือที่เป็นคนเปิดเผยว่าเธอท้องและบอกว่าจะรับผิดชอบเอง และเป็นคนให้ข่าวกับสื่อก่อนเอง?”

คุณแม่ดาราหนุ่มกล่าวเพิ่มว่า “เราขุ่นเคืองจริงๆ ฉันไม่รู้ว่าจะใช้คำไหนมาแทนอารมณ์นี้ดี พวกเราไม่ได้เริ่มพูดเรื่องแต่งงานด้วยซ้ำ แต่เธอเอาแต่พูดว่าเธอจะไม่แต่งงานกับลูกชายของเราและเธอจะดูแลเด็กเอง ฉันอยากจะตายจริงๆ ทำไมเธอถึงสร้างปัญหากับเรื่องแบบนี้ที่ควรจะแก้ปัญหาด้วยกันระหว่างสองครอบครัว ทำไมเธอถึงทำเรื่องแบบนี้ทั้งหมดโดยไม่มาหารือกับเราเลยในเรื่องที่เราควรคุยกัน”

พ่อแม่ของนักร้องหนุ่มกล่าวต่อว่าพวกเขาพยายามติดต่อโรงพยาบาลที่นางสาวชเวได้ไปฝากครรภ์ แต่โรงพยาบาลบอกพวกเขาว่าจะให้ข้อมูลได้ก็ต่อเมื่อนางสาวชเวมากับพวกเขา คุณแม่นักร้องหนุ่มกล่าวขอร้องหญิงสาวว่า “โปรดไปโรงพยาบาลกับพวกเราเพื่อที่เราจะได้ตรวจสุขภาพของเด็กได้ และเรามาแก้ปัญหาครอบครัวระหว่างสองครอบครัวด้วยกัน”

เกี่ยวกับหัวข้อเรื่องการแต่งงาน คุณพ่อของคิมฮยอนจุงกล่าวว่า “เราต้องการเลี้ยงดูเด็กแม้ว่าทั้งคู่จะไม่ได้แต่งงานกัน อย่างไรก็ตามเนื่องจากแม่เด็กจะเป็นคนตัดสินใจ เราจะทำตามการตัดสินใจของนางสาวชเว ไม่ว่าใครจะเป็นคนดูแลเด็กก็ตาม เราต้องมีการยืนยันสภาวะของเด็กและแม่เด็กด้วย เกิดอะไรขึ้นกับเราเมื่อเธอบอกว่าเธอจะรับผิดชอบเด็กเองและไม่ยอมไปตรวจที่โรงพยาบาลกับเราด้วยซ้ำ”

“เราต้องการไปโรงพยาบาลกับเธอและดูว่าเธอวางแผนอย่างไรจากนี้ต่อไป เราไม่อยากได้ยินเรื่องแบบนี้ผ่านสื่อ แต่ผ่านการหารือระหว่างเราเพื่อแก้ปัญหา หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดีงั้นผมสามารถเป็นพ่อสามีของเธอได้ มันจะเป็นเรื่องน่าละอายที่ต้องทำเรื่องนี้โดยตรง ผมคิดว่าการแต่งงานเป็นสิ่งที่สองฝ่ายต้องทำร่วมกันดังนั้นเราจะไม่ต่อต้าน ผมจะทำอะไรได้หากพวกเขาบอกว่าต้องการอยู่ด้วยกันเพราะทั้งคู่รักกันทั้งที่ต่างก็ได้ทำความเจ็บปวดต่อกัน”

คุณพ่อได้พูดถึงคิมฮยอนจุงในตอนนี้ว่า “เขามีช่วงเวลาที่ยากลำบาก เขาไม่สามารถเดินออกไปจากบ้านด้วยซ้ำ” แม่กล่าวเพิ่มว่า “กระทั่งวันนี้ ฉันมานี่หลังจากร้องไห้เป็นชั่วโมง นี่เป็นสิ่งที่เด็กๆควรรู้ว่าฉันเจ็บปวดแค่ไหน ฉันไม่รู้จะใช้คำอะไรพูดดี นี่เป็นเหมือนการฆาตกรรมหากมีใครฆ่าอีกคนจริงๆ ฉันคิดว่าการทำให้ครอบครัวได้รับความเจ็บปวดแบบนี้เหมือนเป็นการฆ่ากันทั้งเป็น บอกตามตรงว่านี่เป็นความเจ็บปวดที่น่าสงสารของฉัน ขนาดฉันยังรู้สึกแบบนี้แล้วคุณว่าเขา (คิมฮยอนจุง) จะรู้สึกอย่างไร”

เมื่อถามว่าคิมฮยอนจุงคิดอย่างไรเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ คุณพ่อตอบว่า “ลูกเราบอกว่าหากเป็นความจริงที่เธอท้อง ถ้างั้นเด็กคงเป็นลูกเขา หากเขาไม่มั่นใจในเรื่องนี้เราอาจสงสัยในตัวอดีตแฟนของเขา แต่เพราะเขาเป็นคนพูดแบบนั้นเราจึงเชื่อว่าเธอท้อง เขาบอกว่าเขาจะรับผิดชอบดังนั้นเราจึงเคารพการตัดสินใจของเขา ผมบอกเขาว่า ‘หากทุกอย่างเป็นเรื่องจริงและพวกลูกไม่ได้แต่งงานกัน งั้นลูกต้องเซ็นรับรองบุตร’ ฮยอนจุงบอกผมว่าเขายอมรับแบบนี้เช่นกัน ผมคิดว่าไม่ว่าจะมีการตัดสินใจอย่างไรก็ควรเป็นการตัดสินใจเพื่อเด็ก และผมบอกลูกชายไปแบบนั้น”

นอกจากนี้สำนักข่าว The Fact ยังได้เรียงลำดับเหตุการณ์ ซึ่งเราจะแปลให้คุณอ่านด้านล่าง

ปี 2014

20/8 คิมฮยอนจุงถูกตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายแฟนเก่าจากเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม

22/8 มีการเปิดเผยคดีทำร้ายร่างกายของคิมฮยอนจุงออกมาทั่วโลก และต้นสังกัด Key East Entertainment พยายามตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น

23/8 Key East Entertainment แถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่ามีการทะเลาะและทำร้ายร่างกาย แต่ไม่ได้ทำซ้ำๆ

24/8 คิมฮยอนจุงจัดงานเวิลด์ทัวร์ที่ไทย, เลื่อนการเข้าเกณฑ์ทหาร

2/9 มีการสอบสวนรอบแรก คิมฮยอนจุงปฏิเสธการทำร้ายร่างกายซ้ำๆ

15/9 สอบสวนรอบที่สอง คิมฮยอนจุงพบกับนางสาวชเวและขอโทษและขอการประนีประนอม และขออภัยลงบนโฮมเพจแฟนคลับของเขา

17/9 ทนายความของนางสาวชเวขอถอนฟ้อง

พฤศจิกายน คิมฮยอนจุงและนางสาวชเวกลับมาอยู่ด้วยกัน

ธันวาคม คิมฮยอนจุงและนางสาวชเวเลิกกัน

ปี 2015

3/1 นางสาวชเวรู้ว่าตัวเองท้อง

5/1 นางสาวชเวบอกคิมฮยอนจุงเรื่องตั้งครรภ์

6/1 พ่อคิมฮยอนจุงพบกับนางสาวชเว ได้รับภาพอัลตร้าซาวด์ 3 ใบ

17/1 พ่อแม่ของคิมฮยอนจุงปรากฏตัวที่โรงพยาบาลตามนัด แต่นางสาวชเวไม่มา

19/1 คิมฮยอนจุงถูกปรับ 5 ล้านวอนในข้อหาทำร้ายร่างกาย

2/2 พ่อแม่คิมฮยอนจุงนัดนางสาวชเวเข้าตรวจที่โรงพยาบาลกับหมอหญิงอีกครั้งตามที่เธอขอร้อง แต่สุดท้ายเธอไม่ยอมมาหากไม่มีคิมฮยอนจุง

12/2 พ่อแม่คิมฮยอนจุงถูกขอให้ไปพบกับพ่อแม่นางสาวชเว

14/2 พ่อแม่คิมฮยอนจุงพบกับพ่อแม่นางสาวชเว เห็นด้วยที่จะนัดนางสาวชเวไปตรวจในวันที่ 25 กุมภาพันธ์

22/2 นิตยสาร Woman Sense ปล่อยข่าวคิมฮยอนจุงคืนดีกับแฟนเก่าและข่าวการตั้งครรภ์ ฝ่ายคิมฮยอนจุงขอนัดพบเธอที่โรงพยาบาลอีกครั้ง

23/2 คิมฮยอนจุงปฏิเสธข่าวลือเรื่องกลับมาคบกัน แต่เผยว่าเขาจะรับผิดชอบต่อเด็กหากการตั้งครรภ์เป็นเรื่องจริง ฝ่ายนางสาวชเวเผยว่ามีเอกสารพิสูจน์การตั้งครรภ์มากมาย เธอติดต่อกับครอบครัวฝ่ายชายและตกลงนัดตรวจที่โรงพยาบาลในวันที่ 24 กุมภาพันธ์

24/2 นางสาวชเวไม่ไปตามนัดแต่กลับไปให้สัมภาษณ์ต่อ Dispatch

25/2 พ่อแม่คิมฮยอนจุงรอที่โรงพยาบาลที่นางสาวชเวเลือกตามนัด แต่เธอไม่มาอีกครั้ง และ Dispatch ปล่อยข่าว

เบื้องลึกเบื้องหลังเราย่อมไม่รู้ว่าใครเจออะไรมาบ้าง อย่างไรก็ตามการสิ่งที่ควรตัดสินใจระหว่างสองครอบครัวควรทำเพื่อเด็ก ไม่ใช่ทำเพื่อใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และเห็นด้วยว่านางสาวชเวควรไปตามนัดสักทีเมื่อปู่ย่าเขาก็รอดูหลานของเขาอยู่ ข้ออ้างที่ว่าไม่ไปเพราะกลัวปู่ทำร้ายเด็กดูจะเป็นข้ออ้างที่ไม่น่าเชื่อนัก (อ้างอิงจากการรวบรวมข้อมูลที่ผ่านมา)

แล้วเหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป ปู่ย่าจะได้พบหน้าหลานหรือไม่ และนี่ใช่หลานแท้ๆของพวกเขาหรือเปล่าซึ่งยังคงเป็นที่สงสัยของคนทั่วไป แล้ว Youzab จะรายงานให้ทราบต่อไป

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำข่าวออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ hotlink ไฟล์ภาพ)

ด้านคลาราเผยเธอถูกอดีตต้นสังกัดหลอกให้ไปขอโทษเพื่อยกเลิกสัญญาแต่กลับไม่ทำตาม!!

ก่อนหน้านี้ Polaris Entertainment ได้ยื่นฟ้องคลาราโดยไม่ได้บอกเหตุผล และเมื่อเร็วๆนี้เธอได้ยื่นฟ้องคดีแพ่งกับพวกเขาเพื่อขอยกเลิกสัญญาของเธอซึ่งคลารากล่าวว่าเธอถูกคุกคามทางเพศ และต่อมาทางด้าน Polaris Entertainment ได้อ้างว่าเธอได้โกหกว่าเธอถูกคุกคามทางเพศเพื่อให้สัญญาของเธอเป็นโมฆะ

ในวันเดียวกันกับที่ Polaris Entertainment ปล่อยคำแถลงการณ์ ทางด้านฝ่ายกฎหมายของคลาราก็ได้ปล่อยคำแถลงการณ์ของพวกเขาเช่นกันโดยกล่าวสรุปได้ว่า

บริษัทที่ดูแลคลาราแท้จริงแล้วคือบริษัท KoreanClara ซึ่งพ่อแม่ของคลาราเป็นคนก่อตั้ง โดยต้นสังกัด Ilkwang Polaris ได้รับมอบหมายจาก KoreanaClara ให้เข้ามาดูแลเกี่ยวกับงาน CF และภาพยนตร์ของคลารา

และในกรณีที่ว่าทนายของคลาราต้องยื่นฟ้องเป็นคดีแพ่งแทนคดีอาญาเพราะจะไม่สร้างความเสียหายให้กับตัวคลาราในกรณีคุกคามทางเพศและตัวคลาราไม่ต้องการจะทำให้เรื่องนี้เป็นคดีอาญาตั้งแต่แรก เนื่องจากในฐานะคนดัง ไม่ว่าอีกฝ่ายจะผิดขนาดไหน มันก็เป็นเรื่องยากสำหรับคนดังที่จะเป็นคดีอาญา เพราะนี่เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับคนดังที่จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเงียบๆเพื่อไม่ให้เสียชื่อเสียงมากขึ้นกว่านี้

และในเรื่องที่ Polaris กล่าวว่าคลารามาขอโทษและยอมรับว่าเธอได้สร้างเรื่องขึ้นเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ นี่เป็นการที่บิดเบือนความจริง

ในวันที่ 22 กันยายน 2015 คุณพ่อของคลาราได้ส่งจดหมายขอยกเลิกสัญญาเนื่องจากคำพูดที่ไม่เหมาะสมของประธาน Polaris ที่พูดกับคลารา ทางทนายความจากต้นสังกัดบอกกับพ่อของเธอว่า “ก่อนอื่นคุณต้องขอโทษที่ขอยกเลิกสัญญาโดยไม่เสียค่าปรับและที่ขู่ว่าจะรายงานเรื่องประธานกับตำรวจ แล้วเราจะเจรจาต่อรองเรื่องยกเลิกสัญญาและจำนวนค่าปรับ” ซึ่งนี่ถูกส่งมาจาก Kakao Talk และเรามีหลักฐานนี้

ซึ่งในวันนี้ คลาราได้ตัดสินใจไปขอโทษต่อประธาน Polaris เพื่อขอยกลิกสัญญาของเธอและไปเยี่ยมประธานที่สำนักงานกฎหมายเพื่อจะทำสิ่งที่ทนายความจากต้นสังกัดบอกให้เธอทำและขอโทษ แต่ทางด้าน Polaris ได้อัดการสนทนาและการขอโทษนี้ไปให้ตำรวจและยื่นฟ้องเป็นคดีอาญาต่อคลาราโดยบอกว่าเธอเรียกร้องจะยกเลิกสัญญาโดยไม่มีการลงโทษและเธอขู่ว่าจะรายงานเรื่องประธานกับตำรวจ และยื่นเป็นคดีอาญาหลังจากที่คลาราทำตามที่ทนายของอีกฝ่ายบอกให้เธอทำ

ดังนั้นในระหว่างการสอบสวนกับตำรวจ คลาราได้บอกกับตำรวจว่า “ฉันเพียงแค่ทำในสิ่งที่ทนายความของ Polaris บอกเพราะฉันเชื่อว่าพวกเขาจะยกเลิกสัญญาถ้าฉันทำตาม แต่ความจริงแล้วฉันได้รับคำพูดคุกคามทางเพศซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันขอยกเลิกสัญญา” จากนั้นเธอได้ส่งข้อความ Kakao Talk ต่างๆที่เป็นหลักฐานให้กับตำรวจ

คลาราได้ให้ปากคำกับตำรวจไปแล้วสองส่วนกว่า 12 ชั่วโมง ซึ่งเธอเจ็บปวดทั้งกายและใจ ไม่รวมถึงการที่แม่ของคลาราต้องเข้าโรงพยาบาลเนื่องจากอาการบาดเจ็บ แม้จะมีปัญหาแต่คลารายังคงทำงานตามตารางงานของเธอเพื่อการที่ไม่ให้คนรอบตัวเธอผิดหวัง

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำข่าวออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ Hotlink ไฟล์ภาพ)

รูมเมทของอีจียอนอ้างว่าอีบยองฮอนสนุกสนานเมื่อมาสังสรรค์กับพวกเธอที่หอพัก!!

Lee Byung Hun-Lee Ji Yeon-Roommate

หลังจากมีข้อความแชทระหว่างอีบยองฮอนและนางแบบสาวอีจียอนหลุดออกมาในโลกออนไลน์ ทำให้ประเด็นเรื่องการแบล็คเมล์อีบยองฮอนกลับเข้ามาเป็นที่สนใจของผู้คนอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อผู้คนรู้ว่าอายุของอีบยองฮอนและอีจียอนต่างกันถึง 20 ปี และอีบยองฮอนอายุห่างจากแม่ของนางแบบสาวเพียง 2 ปีเท่านั้น และเขายังอายุเท่ากับแม่ของดาฮีวง GLAM อีกด้วย

ผู้คนรู้สึกสงสัยในความเลยเถิดของความสัมพันธ์ของทั้งคู่มากขึ้นเมื่อรูมเมทของอีจียอนได้ปรากฏตัวในรายการ Morning Wide ทางสถานี SBS ที่ออกอากาศในวันที่ 6 มกราคม 2014

โดยรูมเมทนางแบบสาวกล่าวว่า “ฉันสงสัยว่าทำไมดาราระดับโลกอย่างเขาจึงมาที่นี่…ในห้องพักแบบห้องเดียวของเรา….ฉันจำได้ว่าพวกเขาทั้งคู่อยู่ด้วยกันค่ะ พวกเขาเล่นสนุกกันเป็นอย่างดี พี่อีบยองฮอนบอกว่ามันสนุกดีที่มาสังสรรค์กับอีจียอน”

ในเรื่องนี้ BH Entertainment ต้นสังกัดอีบยองฮอนได้ตอบว่า “เราจะพบแหล่งข่าวที่ตั้งใจให้ข่าวและข้อมูลลักษณะนี้ก่อนจะมีคำตัดสินจากศาลออกมา”

ชาวเน็ตต่างพากันวิจารณ์ในเรื่องนี้ว่า “เป็นเรื่องน่าอายที่ได้รู้” กับ “ฉันสงสัยว่าเขาเข้าไปห้องพักแบบห้องเดี่ยวของเธอทำไม” เป็นต้น

นอกจากนี้พ่อแม่ของนางแบบสาวอีจียอนได้ให้ข่าวกับสื่ออีกครั้งโดยกล่าวว่า “ลูกสาวของเราไม่ได้คิดจะออกเดทกับอีบยองฮอนตั้งแต่แรก เธอเริ่มสนิทกับเขาเพราะมันน่ายินดีที่ดาราดังอย่างอีบยองฮอนขอนัดเจอกับเธอ และเธอคิดว่านี่อาจช่วยเธอในฐานะคนดังได้เพราะเขาเป็นรุ่นพี่ในวงการบันเทิง เนื่องจากอีบยองฮอนดูแลเธออย่างดีด้วยมารยาทอันดีและติดต่อเธออย่างต่อเนื่องทำให้เธอเปิดใจมากขึ้นในเวลาต่อมา เราคิดว่าจียอนไม่ได้ยอมเขาง่ายๆดังนั้นเธออาจจะพูดว่าทั้งคู่ควรจบกัน”

เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป Youzab จะรายงานให้ทราบอีกที

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำข่าวออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ hotlink ไฟล์ภาพ)

ฮโยมิน T-ara ไม่มีบัตรเครดิตและยังต้องขอเงินจากพ่อแม่อยู่!!

สาวสวยฮโยมิน T-ara (ที-อาร่า) เผยว่าเธอไม่มีบัตรเครดิตและยังต้องขอเงินพ่อแม่ของเธออยู่

วันที่ 29 กันยายน 2014 มีการออกอากาศรายการ Hello ทางสถานี KBS 2TV ซึ่งฮโยมิน T-ara1 เป็นหนึ่งในแขกรับเชิญ เพื่อให้คำปรึกษากับผู้ชมในห้องส่งที่มีปัญหาชีวิต

แม้ว่าฮโยมินจะอายุ 26 ปีแล้วและยังเป็นแฟชั่นนิสต้าอีกด้วย แต่เธอเผยว่าเธอไม่มีบัตรเครดิตเพื่อจับจ่ายใช้สอยอย่างสบายแต่อย่างใด โดยกล่าวว่า “ฉันอายุ 26 ปีแต่ฉันยังไม่มีบัตรเครดิตเลยค่ะ” ทำให้ทุกคนต่างพากันแปลกใจ

ฮโยมินกล่าวต่อ “ฉันยังต้องขอเงินจากพ่อแม่อยู่ แต่หากฉันมีบัตรเครดิตเป็นของตัวเองฉันจะได้สามารถซื้อของให้เพื่อนๆได้เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันต้องการค่ะ”

นอกจากนี้เอลลี่ (Ailee) หนึ่งในแขกรับเชิญยังเปิดเผยว่าเธอกังวลว่าน้ำหนักจะกลับขึ้นมาอีก หลังลดน้ำหนักลงไปถึง 10 กิโลกรัมด้วย

แปลจาก allkpop โดย Youzab หากนำข่าวออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ hotlink ไฟล์ภาพ)

[ข่าวด่วน]ควอนริเซวง LADIES′ CODE เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 23 ปี!!

หลังจากต่อสู้จนถึงลมหายใจสุดท้ายในที่สุดควอนริเซ LADIES′ CODE ได้เสียชีวิตลงด้วยวัยเพียง 23 ปี

วันที่ 7 กันยายน 2014 Polaris Entertainment ได้ปล่อยคำแถลงการณ์ว่า “เมื่อเวลา 10.10 AM ริเซไปสวรรค์แล้ว”

ริเซและสมาชิก LADIES′ CODE คนอื่นๆ รวมทั้งผู้จัดการและสไตล์ลิสของพวกเธอได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ในวันที่ 3 กันยายน 2014 ทำให้สมาชิกอึนบีเสียชีวิตในที่เกิดเหตุส่วนริเซได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณศีรษะและในที่สุดก็ส่งผลให้เธอเสียชีวิตลง

“พ่อแม่ของริเซที่เดินทางมาจากญี่ปุ่นรวมทั้งสมาชิกทีมงานบริษัทได้อยู่กับเธอจนลมหายใจสุดท้าย” ต้นสังกัดกล่าว

“พวกเราทุกคนเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจและทำได้เพียงแค่คำขอโทษที่นำข่าวร้ายเกี่ยวกับการเสียชีวิตของสมาชิกอีกคนต่อจากอึนบี เราขอให้ทุกคนส่งคำไว้อาลัยไปยังสองสมาชิกที่เสียชีวิต และภาวนาให้กับสมาชิกที่เหลืออยู่ผู้ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงที่เศร้าโสกเป็นอย่างมาก”

ขอร่วมไว้อาลัยแก่สองสมาชิกอึนบีและริเซ เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

แปลจาก enews โดย Youzab หากนำข่าวออกไปกรุณาให้เครดิตด้วย (ไม่อนุญาตให้ hotlink ไฟล์ภาพ)

Page 1 of 212»

Like แฟนเพจของเราเพื่อติดตามข่าวสารอัพเดทก่อนใครได้ที่นี่เลยจ้า